‘เกรซ-นรินทร’ สาวธรรมศาสตร์ คว้ามง ‘มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019’

น.ส.นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ หรือ เกรซ นักศึกษา ชั้นปีที่ 4 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว้ารางวัลมงกุฎอันทรงเกียรติ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 ไปครอง เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปประกวดมิสเวิลด์ ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 14 ธันวาคมนี้

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 3 สิงหาคม สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมกับ  บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และ สตาร์ดอม เอเชีย จัดการประกวดรอบตัดสิน “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019” ณ ห้องพาลาเดียม ฮอลล์ โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองประกวดเปิดเวทีด้วยโชว์พิเศษจาก 24 สาวงามที่มาในชุดธีมสีสันความสนุกยุค 80’s (Psychedelic tie dye print) ก่อนสาวงามทั้ง 24 คน จะแนะนำตัวทีละคน และให้ผู้เข้าประกวดได้อวดโฉมในชุดว่ายน้ำวันพีช และทูพีช จากนั้นจึงกลับมาโชว์ตัวในชุดคอกเทลสวยงาม ท่ามกลางกองเชียร์ที่ยกทีมมาให้กำลังใจผู้เข้าประกวดจนแน่นฮอลล์

ต่อจากนั้นพิธีกรประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย โดยมี 5 คนที่เข้ารอบมาจากรางวัลฟาสแทร็ก 6 รางวัลแล้ว ทั้งความสามารถพิเศษ ทักษะด้านกีฬา ทักษะนางแบบ นางงามจิตอาสา และพีเพิ่ลชอยส์อะวอร์ด

จากนั้น ผู้เข้าประกวด 12 คนสุดท้าย อวดโฉมในชุดราตรี พร้อมพูดโชว์วิสัยทัศน์เพื่อรณรงค์โครงการจิตอาสาของตัวเอง หรือปัญหาสังคมด้านอื่นๆ ที่สนใจ ภายในระยะเวลา 30 วินาทีเท่านั้น

ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ พิธีกรประกาศผล 6 คนสุดท้าย และตอบคำถามโดยการเลือกซองคำถาม ภายในเวลา 30 วินาที จากนั้นจึงประกาศผล 3 คนสุดท้าย สาวงามทั้งสามตอบคำถามในรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นคำถามเดียวกัน ในเวลา 30 วินาที จากนั้นเข้าสู่ช่วงการอำลาตำแหน่ง ของ นิโคลีน – พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018

สำหรับ สาวงามที่สวยโดดเด่น ตอบคำถามพิชิตใจกรรมการ คว้าตำแหน่ง มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ได้แก่ หมายเลข 3 น.ส.นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ หรือ เกรซ อายุ 21 ปี คว้ามงกุฎอันทรงเกียรติ “มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019” ได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท, มงกุฎเพชรประดับพิงก์ แซพไฟร์ จาก สยามเจมส์ เฮอริเทจ มูลค่า 1.5 ล้านบาท และรถยนต์ Hyundai รุ่น IONIQ Electric มูลค่า 1.75 ล้านบาท ฯลฯ

ทั้งนี้ น.ส.นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ หรือ เกรซ อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอกจิตวิทยา เข้าร่วมการประกวดนางงามเป็นครั้งแรกและเวทีแรกของเธอ โดยได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ด้วยมองว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี เธอเลือกเรียนด้านจิตวิทยาเพราะมีความสนใจและทำให้เข้าใจมนุษย์มากขึ้น เปลี่ยนระบบความคิดในการมองโลกให้ดีขึ้นได้ และเพราะเหตุนี้เธอจึงริเริ่มทำโครงการจิตอาสาชื่อว่า Let me hear you ให้คำปรึกษาในด้านจิตวิทยา โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า ซึ่งกำลังพบมากในปัจจุบัน และอยากให้สังคมเข้าใจถึงผู้ป่วยโรคจิตเวชมากขึ้นว่าเป็นสิ่งที่สังคมควรให้การยอมรับ ไม่ใช่เรื่องที่คนต้องรังเกียจ

ทั้งนี้ น.ส.นรินทร เป็นพี่สาวคนโต โดยมีน้องชาย 1 คน และยังเป็นหลานตาของ “นายศักรินทร์ บุญฤทธิ์” เอลวิสเมืองไทยรุ่นแรก และมีคุณยายเป็นอดีตนางแบบชื่อดังของยุค “ดวงฤดี พูนพัฒน์” รวมทั้งเคยเข้าประกวดนางสาวไทยในปี 2511 ที่ แสงเดือน แม้นวงศ์ ดำรงตำแหน่งนางสาวไทย โดยคุณยายของเธอได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปประกวดมิสเอเชีย แปซิฟิก และเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย

โดย น.ส.วรินทร ได้ตอบคำถามในรอบ 3 คน “ในฐานะที่คุณจะเป็นตัวแทนของประเทศไทย คุณคิดว่าคุณสมบัติใดในตัวคุณที่จะทำให้โลกเข้าใจในความเป็นคนไทยได้ดีที่สุด” ว่า สิ่งนั้นคือการยิ้มสู้ นั่นหมายถึงเราสามารถที่จะผ่านสถานการณ์ ไม่ว่าจะแย่หรือมีความสุข ดังนั้นเกรซเชื่อว่านอกจากคนไทยจะยิ้มสวยแล้ว แต่เราต้องมีความยิ้มสู้ด้วย จึงจะสามารถฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคที่จะเข้ามาหาเรา

นางกิรณา ชฎาภัทรวรโชติ อายุ 44 ปี คุณแม่ของเกรซ กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจมากที่ลูกสาวทำผลงานได้ดี โดยก่อนหน้านี้คุณแม่ได้ไปขอพรและบนบานที่ ราหูเทวลัย ตรงเกษตรนวมินทร์ ด้วยมีความเชื่อและนับถือพระราหู และต่อจากนี้จะต้องพาน้องเกรซไปรำแก้บน

สำหรับ รองอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 6 น.ส.พมลชนก ดิลกรัชตสกุล หรือ แผ่นฟิล์ม,  และรองอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 18 นางสาวดุสิตา ทิพโกมุท หรือ เนิส

รองอันดับ 1 ได้แก่ หมายเลข 6 น.ส.พมลชนก ดิลกรัชตสกุล หรือ แผ่นฟิล์ม
รองอันดับ 2 ได้แก่ หมายเลข 18 นางสาวดุสิตา ทิพโกมุท หรือ เนิส

น.ส.พมลชนก ดิลกรัชตสกุล หรือ แผ่นฟิล์ม อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดีกรีนางสาวถิ่นไทยงาม 2561 และท็อป 10 มิสโกลบอล 2018 สาวงามที่พัฒนาศักยภาพผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ขณะที่เรียน ม.ปลาย เธอเคยทำ โครงการตลาดนัดจิตอาสา ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนรู้จักการเป็นจิตอาสา ได้ช่วยเหลือสังคม จึงไปสำรวจจนพบว่าข้างๆ โรงเรียนจะมีแคมป์คนงานก่อสร้าง ซึ่งมีเด็กๆ ที่ขาดแคลนโอกาสเข้าถึงการศึกษาจำนวนไม่น้อย เลยทำโครงการสอนหนังสือให้กับน้องๆ ได้พูดฟังอ่านเขียนภาษาไทยได้ รวมถึงวิชาอื่นๆ ไปจนถึงการสอนเรื่องเกี่ยวกับการดูแลตัวเอง การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เรื่องสุขภาวะ สุขอนามัย เพราะเป็นเรื่องสำคัญของเด็กในวัยกำลังเรียนรู้ที่จะเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ และมีสุขภาพที่ดี

น.ส.ดุสิตา ทิพโกมุท คุณครูปฐมวัย และผู้จัดการโรงเรียนอนุบาลดุสิต อายุ 23 ปี ปริญญาตรีคณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สมัครเข้าร่วมประกวดในเวทีนี้เป็นเวทีแรก และเธอก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ได้รับรางวัลพิเศษ “ความสามารถด้านทักษะนางแบบ” และ รางวัลพิเศษ “แสดงความสามารถพิเศษ” โดยเธอเอาชนะใจคณะกรรมการด้วยทักษะทางด้านดนตรีที่ยอดเยี่ยมทั้งการเล่นไวโอลีน และกีต้าร์ไฟฟ้า ประกอบกับทักษะการร้องเพลงที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

 

 

บทความก่อนหน้านี้‘คุณหญิงกัลยา’ ปักธงใช้เทคโนโลยีพัฒนาอาชีวะแก้จน
บทความถัดไปเปิดโปรไฟล์ ‘เกรซ’ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2019 หลานเอลวิสเมืองไทย เตรียมรำแก้บน