ม.มหิดลพัฒนา ‘หุ่นยนต์ชูใจ’ เพื่อนคนสูงวัย

ม.มหิดลพัฒนา ‘หุ่นยนต์ชูใจ’ เพื่อนคนสูงวัย

หุ่นยนต์ชูใจ – องค์การอนามัยโลกมีการประเมินว่าใน พ.ศ.2583 ประเทศไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก จากปัจจัยดังกล่าว กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. สนับสนุนการพัฒนามอบทุนต่อเนื่องให้แก่มหาวิทยาลัยมหิดล ในโครงการพัฒนา “ชูใจ” หุ่นยนต์ดูแลสุขภาพใจผู้สูงอายุสำหรับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

ดร.กลกรณ์ วงศ์ภาติกะเสรี หัวหน้าโครงการพัฒนาหุ่นยนต์ฯ และอาจารย์ประจำภาควิชา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เนื่องจากพบว่าผู้สูงอายุมักต้องทนทุกข์และเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ ประสบปัญหาด้านภาวะอารมณ์ เหงา ว้าเหว่ ถูกละเลยจากสังคมและลูกหลาน และบางกลุ่มอยู่ในภาวะพึ่งพิง เกิดความทุกข์ใจจากการที่ไม่สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเอง หรือความสามารถในการดำรงชีวิตได้ด้วยตนเองลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดสภาวะอารมณ์เชิงลบได้ ไม่ว่าจะเป็นภาวะวิตกกังวล ภาวะเครียดที่จะเป็นภาระกับลูกหลานและอาจส่งผลรุนแรงไปเป็นภาวะซึมเศร้าได้

“จากปัจจัยดังกล่าวทาง ม.มหิดล พัฒนา “จับใจ” ระบบหุ่นยนต์โต้ตอบเพื่อเฝ้าระวังผู้มีภาวะซึมเศร้าบนเครือข่ายสังคม ซึ่งเป็นหุ่นยนต์โต้ตอบอัตโนมัติ (Chatbot) ที่มีหน้าที่คัดกรองสภาวะโรคซึมเศร้าของผู้ใช้งาน โดยทางมหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับทุนจาก กทปส. ในการจัดทำโครงการพัฒนา “ชูใจ” หุ่นยนต์ดูแลสุขภาพใจผู้สูงอายุสำหรับศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โดยมีระยะเวลาการดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ถึง พฤษภาคม 2563″

ดร.กลกรณ์ เผยอีกว่า งานวิจัยและพัฒนานี้ได้นำ ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI บูรณาการกับหลักการทางจิตวิทยาคลินิกเฉพาะทางในเรื่องผู้สูงอายุ เพื่อนำมาพัฒนาและสร้างระบบหุ่นยนต์ที่เข้าใจสภาวะอารมณ์ของผู้สูงอายุ พร้อมทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่มีความเชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและเข้าถึงจิตใจของผู้สูงอายุ รวมทั้งยังพูดคุยเล่าเรื่องราวด้วยภาษาไทย โดยเมื่อทำการพูดคุยกับหุ่นยนต์เพื่อประเมินภาวะอารมณ์แล้ว หุ่นยนต์จะจัดโปรแกรมการดูแลด้านอารมณ์ให้เหมาะกับสภาวะอารมณ์และความต้องการของแต่ละบุคคล และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจจะส่งผลให้เกิดอารมณ์ในแง่ลบต่อผู้สูงอายุ

“นอกจากนี้ หุ่นยนต์ชูใจ ยังสามารถประเมินภาวะสภาพจิต ภาวะความจำ และจัดโปรแกรมช่วยฝึกความจำในผู้สูงอายุได้อีกด้วย จึงนับได้ว่าการนำเทคโนโลยีด้าน AI มาผสมผสานร่วมกับองค์ความรู้ด้านจิตวิทยา (psychology) และประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัวและเหมาะสมกับการดูแลผู้สูงอายุ นับเป็นผลงานวิจัยที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตแก่ผู้สูงอายุ ให้มีความสุข พึ่งพิงตัวเองได้ตามสถานะ ช่วยบรรเทาภาระของผู้ดูแล ลดความสูญเสียก่อนเวลาอันควรอันเนื่องมาจากการเจ็บป่วยด้วยโรคภาวะอารมณ์ ซึ่งถือเป็นแผนรับมือสังคมผู้สูงอายุที่สนับสนุนให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าต่อไป” ดร.กลกรณ์กล่าว

เครื่องมือช่วยดูแลผู้สูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กูร์เมต์ มาร์เก็ต – โฮม เฟรช มาร์ท ต้อนรับตรุษจีนปีหนูทอง จัดชุดไหว้เพื่อสุขภาพ พร้อมบริการช้อปครบจบในที่เดียว
บทความถัดไปมือปืนประกบยิงพี่ชายนักมวยดัง ปาฏิหาริย์หลวงปู่ทวดช่วยกระสุนไม่ระคายผิว