ยอดพุ่ง! 440 หญิงนักปกป้องสิทธิถูกคุกคาม เรียกร้องรัฐอย่ามองเป็นศัตรู สังคมควรให้ความสำคัญในการปกป้องสิทธิ

นางสาวปรานม สมวงศ์ ตัวแทนองค์กรโปรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล และนางอังคณา นีละไพจิตร เจ้าของรางวัลแม็กไซไซ 2562

ยอดพุ่ง! 440 หญิงนักปกป้องสิทธิถูกคุกคาม เรียกร้องรัฐอย่ามองเป็นศัตรู สังคมควรให้ความสำคัญในการปกป้องสิทธิ

นักปกป้องสิทธิ – เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร องค์กรโปรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับสถานทูตแคนาดา แถลงข่าวเปิดตัวผ้าปักควิลท์ “จากเส้นด้ายและปลายเข็ม สู่ศิลปะแห่งการต่อสู้ของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิ #ArtForResistant” พร้อมจัดเวทีพูดคุยในหัวข้อ “สถานการณ์ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิภายใต้ประชาธิปไตยไม่เต็มใบ” โดยมี นางสาวปรานม สมวงศ์ ตัวแทนองค์กรโปรเทคชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล, นางอังคณา นีละไพจิตร เจ้าของรางวัลแม็กไซไซ 2562, นางสาวสมบุญ คงคา ประธานเครือข่ายสลัมสี่ภาค, นางสาวพุทธณี กางกั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน องค์กร Fortify Right และนางสาวกัชกร ทวีศรี สมาคมวัฒนธรรมความพิการเชียงใหม่ เข้าร่วมเสวนา ตลอดจนมีเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจากประเทศต่างๆ อาทิ แคนาดา ฟินแลนด์ และโปรตุเกส เข้าร่วมรับฟัง

นางสาวปรานม กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจเมื่อตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสถิติการคุกคามผู้หญิงนักปกป้องสิทธิเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในช่วง 3 ปีแรกหลังรัฐประหาร พ.ศ.2557-2560 มีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิจากชุมชนถูกคุกคามด้วยกระบวนการยุติธรรม 179 คน แต่ในปัจจุบัน 6 ปีผ่านไปเพิ่มขึ้นเป็น 440 คน แม้ว่าก่อนหน้านี้ในปี พ.ศ. 2560 คณะกรรมการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี หรือ CEDAW มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการคุกคามผู้หญิงนักปกป้องสิทธิ ซึ่งแทนที่ตัวเลขจะลดลง ปรากฏว่าสถิติกลับพุ่งสูงขึ้น และพบว่ามีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ เพียง 25 คนจากทั่วประเทศเท่านั้นที่เข้าถึงกองทุนยุติธรรม

 

ทั้งนี้ ระหว่างปี พ.ศ. 2557-2562 มีผู้หญิงนักปกป้องสิทธิที่ถูกคุกคามด้วยการดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างน้อย 440 คน แบ่งเป็น ความผิดฐานบุกรุก 83 คน ความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ความผิดฐานหมิ่นประมาท จำนวน 36 คน ความผิดตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ 35 คน คดีขัดคำสั่งคสช.3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปพ่วงด้วยคดีในข้อหายุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฏหมายอาญา ม.116 จำนวน 22 คน คดีขัดคำสั่งคสช. 3/2558 จำนวน 20 คน การฟ้องร้องความผิดฐานละเมิด ขับไล่และเรียกค่าสินไหมทดแทน 17 คน คดีสร้างสิ่งกีดขวางทางสาธารณะ 12 คน คดีร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น 3 คน ถูกเชื่อมโยงเกี่ยวกับคดียาเสพติด 2 คน คดีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จำนวน 8 คน และคดีร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆให้ทางสาธารณะประตูน้ำ ทำนบ เขื่อน อยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่การจราจร และ คดีบุกรุกสถานที่ราชการอย่างละ 1 คน นอกจากนี้ยังมีคดีขับไล่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ อีกประมาณ 200 คน และเมื่อนำสถิติทั้งหมดมารวมกันเป็นภูมิภาคจะพบว่าผู้หญิงนักปกป้องสิทธิจากกรุงเทพฯและปริมณฑล ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีมากที่สุดถึง 235 คน รองลงมาคือภาคอีสาน 129 คน  ภาคเหนือ 44 คน และภาคใต้ 32 คน

นางสาวปรานม กล่าวต่อว่า ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ เป็นผู้สร้างคุณูปการในการปกป้องสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของทุกคน แต่กลายเป็นว่าลุกขึ้นมาสู้เมื่อไหร่ก็โดนคุกคาม ฟ้องร้องทางคดี ทำร้าย ให้ร้าย ตีตรา ข่มขู่ และโจมตีเมื่อนั้น ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญแต่การรับรู้ของสังคมยังมีอยู่น้อยและไร้ซึ่งความตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของพวกเธอ

ด้าน นางสาวอังคณา นีละไพจิตร เจ้าของรางวัลแม็กไซไซ 2562 กล่าวในเสวนาหัวข้อสถานการณ์ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิภายใต้ประชาธิปไตยไม่เต็มใบ ว่า ไม่ใช่แค่นักกิจกรรมผู้หญิงเท่านั้นที่ถูกฟ้อง ผู้ชายก็ถูกฟ้องร้องด้วยเหมือนกัน แต่สถานการณ์ของผู้หญิงมีความซับซ้อนมากกว่าผู้ชาย ได้รับการฟ้องร้องดำเนินคดีมากกว่า บางคนโดนฟ้องร้องเพื่อกลั่นแกล้งหรือปิดปาก ซึ่งเวลาที่พื้นที่มีปัญหาผู้หญิงมักเป็นคนแรกที่สัมผัสได้ เช่น น้ำดื่มไม่ได้ ผักผลไม้กินไม่ได้ จากที่ไม่ต้องซื้อน้ำกิน ต้องซื้อกิน เพิ่มรายจ่ายในขณะที่รายรับเท่าเดิม เมื่อออกมาสะท้อนปัญหามากขึ้นก็ปรากฎว่าจำนวนการถูกฟ้องร้องก็มากขึ้นด้วย ทั้งนี้จากที่เคยทำงานร่วมกับผู้หญิงที่ถูกฟ้องร้องที่ผ่านมา คำถามแรกคือจะนำเงินที่ไหนมาประกันตัว

นางอังคณา กล่าวต่อว่า แม้รัฐจะมีกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือค่าใช้จ่ายบางส่วน แต่การพิจารณาของกองทุนมีความล่าช้า ที่สำคัญกรรมการกองทุนมักเป็นคนในพื้นที่ หรือเจ้าหน้าที่บางฝ่ายที่มักเป็นปฏิปักษ์ต่อนักสิทธิมนุษยชน หรือแม้แต่ระเบียบกองทุนยุติธรรมในบางข้อที่ได้ให้อำนาจกรรมการตัดสิทธิการเข้าถึงกองทุนของบุคคลที่เชื่อว่าอาจเป็นผู้กระทำความผิด ซึ่งขัดกับหลักการที่ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนคือผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา  นอกจากนี้ยังมีเรื่องของทัศนคติและอคติของรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนที่มองคนที่เห็นต่างเป็นศัตรูยิ่งทำให้เกิดการตีตรา ความเกลียดชัง และนำไปสู่การเลือกปฏิบัติในการใช้กฎหมาย นอกจากนี้ส่วนตัวยังพบว่าทัศนคติของรัฐบาลมีความสำคัญอย่างมากในการป้องกันการคุกคามนักสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ด้วยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐบางคนยังมองนักสิทธิฯ เป็นศัตรู เป็นพวกคัดค้านโครงการต่างๆ ของรัฐ ซึ่งหากรัฐบาลมีความเต็มใจที่จะดำเนินมาตรการเพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนตามที่ได้ให้คำมั่น ตนอยากเห็นนายกรัฐมนตรีออกมาพูดเรื่องนี้อย่างจริงจังมากกว่าที่เป็นอยู่

 

สำหรับนิทรรศการผ้าปักควิลท์ “จากเส้นด้ายและปลายเข็ม สู่ศิลปะแห่งการต่อสู้ของผู้หญิงนักปกป้องสิทธิ #ArtForResistant” ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงได้ลุกขึ้นมาเล่าเรื่องราวของตนเองผ่าน “ศิลปะการปักผ้าควิลท์“ ทั้งหมด 54 ผลงาน สะท้อนชีวิต เรื่องราว และการต่อสู้ของพวกเธอ เพื่อปกป้องชุมชนหรือเครือข่ายของตนเองสามารถชมได้ตั้งแต่วันนี้ – 7 กุมภาพันธ์ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยังไม่ยอมแพ้! ‘ชบาแก้ว’ ลุยซ้อมเข้ม ‘สุนิสา’ รับงานหนักชนแข้งสาวจีน แต่พร้อมสู้เต็มที่
บทความถัดไปแนะ ‘แท็กซี่’ ยึด 2 บวก 3 สร้างสุขอนามัยดีทั้งคนขับ – ผู้โดยสาร