คู่รักหลากหลายทางเพศ เดินหน้าเรียกร้องสิทธิ์ ‘จดทะเบียนสมรส’ ชี้สำคัญด้านกฎหมายและความรักไม่มีเพศ

คู่รักหลากหลายทางเพศ เดินหน้าเรียกร้องสิทธิ์ ‘จดทะเบียนสมรส’ ชี้มีความสำคัญด้านกฎหมายและความรักไม่มีเพศ

คู่รักหลากหลายทางเพศ – เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “คู่รักหลากหลายทางเพศ ยื่นจดทะเบียนสมรส เนื่องในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2563” ภายใต้แนวคิด “สิทธิในการสมรสคือสิทธิมนุษยชน” โดยมีคู่รักหลากหลายทางเพศ จำนวน 2 คู่ ร่วมกิจกรรมเดินทางมาทำการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรส พร้อมสมาชิกภาคีเครือข่ายที่เดินทางมาให้กำลังใจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

 

 

นางสาวจันทร์จิรา บุญประเสริฐ จากมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า จากที่มูลนิธิฯ และคู่รักหลากหลายทางเพศได้ร้องขอจดทะบียนสมรสที่สำนักงานเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 นั้น เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายทะเบียน แจ้งว่าคู่รักหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นคู่ผู้หญิงรักผู้หญิง จดทะเบียนสมรสกันไม่ได้ เนื่องจากระเบียบกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้การจดทะเบียนสมรสต้องยื่นคำร้องตามแบบคำร้อง (คร.1) ซึ่งในระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์กรมการปกครองมีเฉพาะข้อมูลเพศชายกับเพศหญิงเท่านั้น

“จากกรณีดังกล่าวมูลนิธิฯ และเครือข่ายได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อโปรดพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยให้ “ยุติเรื่องร้องเรียน” จึงดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำสั่ง ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิฯ จึงประสงค์จะดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ.22560 มาตรา 213 และยื่นคำร้องต่อศาลปกครองต่อไป ซึ่งการดำเนินการต้องนำ “เอกสารปฏิเสธ” (คร.1) ไปประกอบคำร้องด้วย ฉะนั้นในวันนี้จึงเป็นการดำเนินกิจกรรมเพื่อเข้าปรึกษากับนายทะเบียน และยื่นขอจดทะเบียนสมรสของคู่รักหลากหลายทางเพศ เมื่อมีการปฏิเสธการจดทะเบียนสมรสจากสำนักเขต ก็จะนำเอกสารปฏิเสธไปยื่นคำร้องต่อไปดังที่กล่าวในข้างต้น” นางสาวจันทร์จิรากล่าว

นางสาวจันทร์จิรา บุญประเสริฐ

นางสาวอมรรักษ์ ไชยวงษา เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ สำนักงานเขตบางกอกใหญ่ กล่าวว่า การสมรสที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ คือ 1.การจดทะเบียนสมรสต้องสมบูรณ์ตามเงื่อนไขของกฎหมาย 2.ต้องแสดงความยินยอมและได้รับการยินยอมตามกฎหมายในการจดทะเบียนสมรสต่อหน้านายทะเบียน 3.ต้องได้รับการจดทะเบียนสมรสการสมรสนั้นจึงจะสมบูรณ์ ซึ่งมีการระบุถึง ชายกับหญิง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แต่ยังไม่มีการกล่าวถึงกรณีหญิงกับหญิง หรือชายกับชาย เพราะในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ ส่วนการทำเรื่องขอยื่นจดทะเบียนสมรสสามารถทำได้ แต่เมื่อกรอกข้อมูลลงไปในระบบ โปรแกรมก็จะแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่ได้เป็นชายและหญิงตามที่กฎหมายระบุไว้

นางสาวอมรรักษ์ ไชยวงษา

นายพัชรมณฑน์ พัชรยุทธิ์ อายุ 45 ปี และ นายชัยยุทธิ์ พัชรยุทธิ์ อายุ 29 ปี คู่รักหญิงข้ามเพศ กล่าวร่วมกันว่า เราทั้งสองคบกันมา 6 ปี และแต่งงานกันมา 5 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เคยไปที่ว่าการอำเภอเพื่อติดต่อขอจดทะเบียนสมรสแต่ก็ไม่สามารถทำได้ วันนี้เดินทางมาจากจ.พัทลุงเพื่อร่วมกิจกรรม เพราะสำหรับเราการต่อสู้เพื่อให้มีกฎหมายรับรองการจดทะเบียนสมรสในคู่รักหลากหลายทางเพศ จะช่วยสะท้อนให้เห็นว่าเราก็เป็นคู่รักเหมือนคนปกติทั่วไปที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ก็น่าจะมีสิทธิในกันและกัน มากไปกว่านั้นเรามองว่าความรักไม่มีขอบเขต เพราะฉะนั้นความรักจึงไม่มีเพศกำหนด

นายพัชรมณฑน์ พัชรยุทธิ์ (ซ้าย) และ นายชัยยุทธิ์ พัชรยุทธิ์ (ขวา) และใบปฏิเสธ คร.1

นางสาวเพิ่มทรัพย์ แซ่อึ้ง อายุ 49 ปี และ นางสาวพวงเพชร เหาคำ อายุ 34 ปี คู่รักหญิงรักหญิง กล่าวร่วมกันว่า เราสองคนคบกันมา 12 ปีแล้ว สำหรับคู่รักทั่วไปทะเบียนสมรสอาจจะเป็นเพียงแค่กระดาษใบหนึ่ง แต่การเรียกร้องให้กฎหมายรองรับการจดทะเบียนสมรสของคู่รักเพศเดียวกันเกิดขึ้นเพราะมีความสำคัญกับเราในด้านของกฎหมายที่จะต้องได้ใช้จริงในชีวิตแต่เราไม่สามารถใช้ได้ ทั้งเรื่องการถือสิทธิประโยชน์ในด้านต่างๆ ร่วมกัน การเข้าถึงสวัสดิการ รวมไปถึงเรื่องของความเจ็บป่วยฉุกเฉิน เพราะเคยมีประสบการณ์มาแล้ว ในตอนที่นางสาวเพิ่มทรัพย์ประสบอุบัติเหตุต้องส่งต่อเคสจากโรงพยาบาลปายไปยังโรงพยาบาลในเชียงใหม่ ต้องมีครอบครัวเซ็นยินยอม ซึ่งนางสาวพวงเพชรที่เป็นคู่รักแต่จดทะเบียนสมรสไม่ได้ จึงไม่ได้รับสิทธิเซ็นยินยอมแทนได้ ทำให้แม่ของนางสาวเพิ่มทรัพย์ซึ่งสูงวัยแล้วต้องเดินทางไปพร้อมกัน ลำบากมาก

เราจึงอยากให้กฎหมายคุ้มครองทุกคนให้มีสิทธิเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ในทุกๆเพศ เพราะเราก็เป็นคนไทยเหมือนกัน ซึ่งในปัจจุบันเรายังรู้สึกว่าไม่เท่ากัน และอยากจะฝากไว้ว่าความรักของคนหลากหลายทางเพศก็เหมือนกับความรักของคนทั่วไป มีงอนกันบ้าง มีดีกันบ้าง ตามประสาคนใช้ชีวิตศึกษาเรียนรู้กัน ซึ่งเพศไม่ใช่ตัวกำหนดว่าจะทำให้ชีวิตคู่ราบรื่นหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความเข้าใจ

นางสาวพวงเพชร เหาคำ (ซ้าย) นางสาวเพิ่มทรัพย์ แซ่อึ้ง (ขวา)

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คู่รักหลายคู่ต่างแต่งกายในโทนสีหวาน เช่น สีชมพู สีแดง และสีม่วงอ่อน เดินทางมาจดทะเบียนสมรสอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมถ่ายรูปกับมุม “ผูกพันรัก” ที่สำนักงานเขตตกแต่งไว้เป็นที่ระลึก โดยคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสในวันนี้ยังจะได้รับของขวัญพิเศษจากสำนักงานเขตด้วย นอกจากนี้ยังมีการแจกจ่ายเอกสารประชาสัมพันธ์เรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ห่างไกลโรคเอดส์ รวมไปติดตั้งตู้แจกถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นให้หยิบได้ฟรีอีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้องค์กรชั้นนำของประเทศไทยจับมือร่วมผลักดันงาน Corporate Innovation Summit 2020
บทความถัดไปตามรอยเข้าวงการฯ เมียโหน่ง ชะชะช่า เล่นหนังเรื่องแรก ‘Love เลย 101’