#จะกี่ดราม่าก็เชื่อว่าด้าทำได้ เส้นทางสู่ ‘จักรวาล’ ของอแมนด้า พร้อมลุยเดินหน้าคว้ามงสาม

#จะกี่ดราม่าก็เชื่อว่าด้าทำได้ เส้นทางสู่ ‘จักรวาล’ ของอแมนด้า พร้อมลุยเดินหน้าคว้ามงสาม

ในค่ำคืนวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2563 เป็นวันที่ประเทศไทยได้ตัวแทนสาวงามคนใหม่ที่ชื่อว่า “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” ครอบครองมงกุฎ และสายสะพายเกียรติยศที่เป็นดั่งความฝันของผู้หญิงหลายต่อหลายคน ดำรงตำแหน่ง “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020”

 

ที่แม้ว่าจะขึ้นชื่อว่าเป็น “นางงาม” แต่เส้นทางชีวิตตลอดจนเส้นทางการเตรียมตัวเพื่อเป็นตัวแทนความภาคภูมิใจของคนไทยไปคว้ามงกุฎ “มิสยูนิเวิร์ส” หรือ “นางงามจักรวาล” ของเธอกลับไม่ได้ราบรื่นสวยงามเสมอไป

ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้การจัดการประกวดระดับโลกต้องเลื่อนไปแรมปี กระทั่งปักหมุดแล้วว่าการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2020 จะมีขึ้นในวันที่ 16 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ณ รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ในมุมหนึ่งพิเคราะห์ได้ว่าสาวงามมีเวลาในการเตรียมตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เผชิญกับความกดดันมากขึ้นด้วยดราม่าที่ถาโถมเข้าหาอแมนด้า ทว่าเธอก็ก้าวผ่านและยืนหยัดรับมือกับทุกปัญหาได้อย่างสง่างาม

ดังที่เคยให้สัมภาษณ์กับมติชน ไว้ในคำถามที่ว่า “ตัวตนที่แท้จริงของอแมนด้าคืออะไร” เธอตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจและแววตามุ่งมั่นว่า “ด้าคิดว่า คือการยอมรับความอ่อนแอของตัวเอง เพราะนั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราสตรองขึ้น” และจุดแข็งของเธอคือ “ความพยายามและความอดทน”

อแมนด้าพิสูจน์คำว่า “สตรองขึ้น” ผ่านเรื่องราวและพัฒนาการของเธอตลอดระยะเวลาร่วม 7 เดือนที่ดำรงตำแหน่ง เธอเจิดจรัสขึ้นทุกครั้งที่ปรากฏตัว

กลายเป็นความหวังของแวดวงนางงามไทย ดังที่คนไทยและแฟนนางงามต่างร่วมกันส่งพลังกำลังใจให้กับอแมนด้า ในการเดินทางไปชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส 2020 ครั้งนี้ แบบนิว นอร์มอล ลดการแออัด และเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงอย่างสนามบิน เป็นการติดแฮชแท็กให้กำลังใจแทน อาทิ #ตัวอยู่ไทยใจไปกับอแมนด้า #สาวภูเก็ตมาเด็ดมง #ไม่ต้องรอคราวหน้าเพราะด้าจะเอาCrownนี้ และ #ส่งอแมนด้าคว้ามงสาม


#จะกี่ดราม่าก็เชื่อว่าด้าทำได้

อแมนด้า เป็นอีกหนึ่งนางงามที่มีเรื่องดราม่าถาโถมเข้าหาอยู่ตลอด ทั้งในเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรูปร่าง และการตอบคำถาม ไปจนถึงเรื่องการทำงานเพื่อสังคม ที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ไปพักใหญ่ หลัง “กรมสุขภาพจิต”

ประกาศยุติบทบาท “ทูตสุขภาพจิต” ของอแมนด้า โดยให้เหตุผลว่าเพื่อลดความขัดแย้งและความไม่สบายใจของประชาชน ซึ่งมีหลายฝ่ายออกมาวิเคราะห์ว่าอาจจะเกี่ยวเนื่องกับการแสดงจุดยืนในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยของเธอด้วย

อย่างไรก็ตาม อแมนด้า ก็จบดราม่านี้แบบนิ่มๆ ด้วยการชี้แจงว่าไม่ได้รับการแต่งตั้งตั้งแต่แรก และเจ้าตัวก็มูฟออนแล้ว ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่อยากทำงานร่วมกัน ดังที่ว่า “When one door closes another door opens” (เมื่อประตูบานหนึ่งปิด จะมีประตูบานอื่นเปิดขึ้นเสมอ) อแมนด้ากล่าวพร้อมทั้งเดินหน้าสานต่อโครงการช่วยเหลือผู้มีภาวะซึมเศร้าของตน ขับเคลื่อนให้คนตั้งใจรับฟังกันโดยไม่ตัดสิน ไม่มีอคติกันมากขึ้น ในโครงการ “Have You Listened” ร่วมกับการเป็น “อาสาสมัครทูตสื่อสารสังคม” ของมูลนิธิกระจกเงา ช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตให้กับกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชเร่ร่อน

มูฟออนไปหนึ่งเรื่องก็มีมาอีก คราวนี้เป็นควันหลงดราม่า “ชุดประจำชาติ” ของดีไซเนอร์ชาวไทยซึ่งออกแบบให้นางงามลาวขึ้นประกวดเวทีนางงามเวทีหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ให้แซ่ดว่ามีรูปแบบคล้ายกับชุดประจำชาติ “ชุดไตรรงค์อนงค์นาถสุพรรณมัจฉา” หรือที่แฟนๆ เรียก “ชุดปลากัด” ที่อแมนด้าจะใส่ไปประกวดมิสยูนิเวิร์สอย่างมาก

กลายเป็นข้อสงสัยว่า “ใครก๊อปใคร-ใครคือออริจินัล” ซึ่งทางฝ่ายดีไซเนอร์ชุดของอแมนด้าก็มีหลักฐานการออกแบบพร้อม ขณะที่ดีไซเนอร์ชุดประจำชาติลาวก็ขอจบดราม่าด้วยการขอโทษที่ทำให้หลายฝ่ายไม่สบายใจและกระทบแก่ความสัมพันธ์ของพี่น้องไทยลาว

เรียกว่าจบไปแบบก้ำๆ กึ่งๆ แต่เชื่อว่าชาวเน็ตก็น่าจะมีผลลัพธ์ในใจกันอยู่แล้ว

ต่อกันที่ดราม่าที่เหตุเกิดเพียงเพราะคำว่า “แกง” ซึ่งนอกจากจะหมายถึงประเภทอาหารแล้ว ยังเป็นคำศัพท์สแลงที่หมายถึง การแกล้ง หยอกล้อ อำกันเล่นได้ด้วย จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด เนื่องจากในระยะหลังๆ มานี้ เมื่อการประกวดระดับโลกใกล้เข้ามา อแมนด้าเริ่มมีแฟนนางงามชาวต่างประเทศ หรือที่เรียกว่า “อินเตอร์แฟน” เข้ามาติดตามจำนวนมาก ซึ่งส่วนมากไม่เข้าใจภาษาไทยจึงอาศัยตัวช่วยอย่างระบบแปลภาษาอัตโนมัติเพื่อทราบความหมายโดยรวม แต่ระบบแปลภาษาได้แปลคำว่า “แกง” ซึ่งอแมนด้าพิมพ์หยอกล้อกับแฟนคลับชาวไทย เป็นคำว่า “Curry” ซึ่งมีความหมายว่า “แกงกะหรี่” โดยอัตโนมัติ ทำให้อินเตอร์แฟนชาวอินเดีย และประเทศอื่นๆ มองว่าอแมนด้ามีเจตนาล้อเลียนอาหารขึ้นชื่อของประเทศพวกเขา จนกลายเป็นประเด็นดราม่า

ซึ่งหลังทราบเรื่องอแมนด้าก็ได้รีบชี้แจงทันทีว่าไม่ได้มีเจตนาล้อเลียน แต่เป็นความผิดพลาดทางภาษา ซึ่งอินเตอร์แฟนก็เข้าใจและจบกันไปด้วยความรักและซัพพอร์ตเหมือนเดิมจ้า

สมกับ #จะกี่ดราม่าก็เชื่อว่าด้าทำได้


ขับเคลื่อนสังคมด้วยพลังบวก
เปิดชีวิต เผยแง่คิด ส่งต่อแรงบันดาลใจ

ย้อนกลับไปในวันที่อแมนด้ายังไม่ได้ครองมงกุฎ แต่เป็นหนึ่งในตัวเต็งของผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 เธอได้กล่าวถึงแรงฮึดที่ทำให้ตัดสินใจมาลงสังเวียนประกวดนางงามอีกครั้งว่า

“ด้าอยากเป็นผู้หญิงคนนั้น อยากเป็นมิสยูนิเวิร์สเพราะว่าบริบทของมิสยูนิเวิร์สได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่เดินสวยและหุ่นดี แต่มิสยูนิเวิร์สต้องการผู้นำ (Leaders) กล้าแสดงออก (Spokes person) ต้องการคนที่สามารถพูดแทนผู้หญิงและคนหลายๆ คนได้ จึงรู้สึกว่ามีพลังและด้าอยากเป็นคนนั้น” เธอกล่าวด้วยแววตาจริงจังและเชื่อมั่นอย่างที่สุด

ซึ่งหลังจากที่รับตำแหน่ง เธอก็ได้ร่วมขับเคลื่อนและแสดงความคิดเห็นในหลากหลายประเด็น ทั้งประเด็นการเหยียดสีผิว เชื้อชาติ, การเรียกร้องประชาธิปไตย, การกลั่นแกล้งทางวาจา, การยุติความรุนแรงในครอบครัว, ภาวะซึมเศร้า ผู้ป่วยเร่ร่อน, สิทธิมนุษยชน, ความเท่าเทียม และความหลากหลายทางเพศ

นอกจากนี้ อแมนด้ายังได้เผยชีวิตของเธอที่ใครจะรู้ว่าครั้งหนึ่งเธอเป็นคนขี้อายขนาดไหน ทั้งยังต้องเผชิญกับภาวะคลั่งผอม (Anorexia Nervosa) ที่อยากกินแค่ไหน หิวแค่ไหน ก็กินไม่ได้ เผชิญกับความรู้สึกที่ไม่มีใครช่วยเหลือได้ รู้สึกเข้าไม่ได้กับสังคมไหนเลยเพียงเพราะเป็นลูกครึ่ง

พบเจอกับคำพูดทำร้ายจิตใจ อย่าง “ไปแคนาดา ไปกินหรือไปเรียน” “อ้วนขึ้นนะ”

และทุกสิ่งที่เธอเผชิญ เธอผ่านมันมาแล้วนำกลับมาเป็นแรงบันดาลใจในการส่งต่อพลังบวกให้กับผู้อื่น

“อยากบอกทุกคนที่คอมเมนต์เรื่องหุ่นของด้าว่า กินเยอะไปแล้วนะ ต้องไดเอตไหม ว่าร่างกายของทุกคน เป็นของเขา ไม่ใช่ของใครทั้งนั้น นี่คือร่างกายของด้า ด้าจัดการตัวเองได้ ไม่ต้องมาบอกแล้ว” อแมนด้าเปลือยความคิด และว่า

“ด้าตระหนักในคุณค่า ความพอใจ เป้าหมาย และลำดับความสำคัญของตัวเองเป็นอย่างดี ไม่มีใครรู้จักตัวด้ามากกว่าที่ด้ารู้จักตัวเอง ด้าตั้งมั่นที่จะส่งพลังบวกและความเอื้ออาทรให้แก่โลกใบนี้”


จัดเต็มความพร้อม เข้าสู่(อยู่)จักรวาล
คัดเด็ดดวง ฟิตติ้ง 150 ชุด

พร้อมบินลัดไปประชันความงามบนเวทีนางงามอันดับหนึ่ง อย่าง “มิสยูนิเวิร์ส 2020” ที่ปีนี้วนกลับไปจัดที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นเมืองเดียวกับที่นางงามจักรวาลคนแรกของไทย อย่าง ปุ๊ก-อาภัสรา หงสกุล ได้สร้างตำนานคว้า “มงแรก” มาฝากคนไทยได้สำเร็จ ทำให้แฟนนางงามลุ้นไปล่วงหน้าแล้วว่า หรือปีนี้จะเป็นอีกปีที่ตัวแทนสาวไทยคว้า “มงจักรวาล” มาครองได้สำเร็จ เรียกว่าเป็นฤกษ์งามยามดีอย่างหนึ่ง

ทว่าชะตาฟ้าลิขิตหรือจะสู้มานะตน อแมนด้าเผยถึงการซุ่มซ้อมและเตรียมความพร้อมในการชิงชัยครั้งนี้ว่า ซ้อมทุกวัน มีคิวเข้าคลาสเรียนทุกวัน อาทิ เรียนเต้น แอ๊กติ้ง การตอบคำถาม การพูด และการเดิน แต่ก็ไม่ทิ้งการออกกำลังกาย ทุกวันจะต้องได้ออกกำลังกายอย่างน้อย 10-20 นาที ในเรื่องรูปร่างส่วนตัวไม่ได้โฟกัสเรื่องการไดเอตมาก แต่เน้นออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงมากกว่า เพราะชอบหุ่นของตัวเองตอนนี้แล้ว ไม่อยากลดหรือเพิ่มมากกว่านี้ จุดแข็งที่จะนำไปคว้ามงของตนคือ ความพยายามและความอดทน ทุกสิ่งที่เรียนมาจะนำมาปรับใช้ในการประกวดให้ดีที่สุด

สำหรับทัศนคติเกี่ยวกับเวทีมิสยูนิเวิร์ส อแมนด้าให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “เรื่องการตอบคำถาม ด้าคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ในเวทีมิสยูนิเวิร์ส จึงคิดว่าเป็นสิ่งที่เราควรทำให้หนักแน่น ขณะเดียวกันด้าก็เป็นเหมือนน้ำครึ่งแก้ว ที่สามารถพัฒนาตัวเองได้ในทุกๆ ทาง ถ้าเดินดีแล้วก็ต้องเดินให้ดียิ่งขึ้น ถ้าคิดว่าตอบคำถามได้ดี เราก็ต้องตอบให้ดีขึ้นอีก แน่นอนว่าต้องพัฒนาตัวเองทุกวัน เพราะการครอบครองมงกุฎมีความสำคัญมากกว่าความสวย แต่เป็นเรื่องของการเอ็มเพาเวอร์ริ่ง เป็นแรงบันดาลใจและเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้หญิงและคนหลายๆ คน”

ขณะเดียวกันปฏิเสธไม่ได้ว่า “คอสตูม” เสื้อผ้าหน้าผมอาภรณ์ต่างๆ ล้วนเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้อง “ปัง!” ซึ่งในการประกวดคราวนี้บรรยายคำเดียวว่าเตรียมไป “จุกๆ” โดยอแมนด้าได้เผยในไลฟ์กับกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ว่า ตนทำเพื่อประเทศไทย เพราะฉะนั้นจึงไปประกวดด้วยความภาคภูมิใจและมั่นใจมาก

ด้านพัฒนาการก็จะมีเรื่องการพูดที่เห็นชัดเจน มีการติวเรื่องประเด็นโลก (Global issue) มากขึ้น ด้านชุดประจำชาติปลากัดมีการซ้อมเดินท่วงท่าเน้นความพลิ้วไหวและสายตานักสู้ ส่วนคอสตูมอแมนด้าไม่หวั่นฟิตติ้งไปทั้งหมด 150 ชุด เพื่อคัดชุดที่เด็ดๆ ปังๆ ไปประกวด ประกอบกับรองเท้าก็จัดเต็มแบรนด์ไทยและแบรนด์หรู ทั้งจิมมี่ชู และคริสติยง ลูบูแตง

“ลอง 150 ชุดไม่เหนื่อยเลย แต่ปลื้มปริ่มมากกว่า อยากใส่ไปประกวดแล้ว” อแมนด้ากล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทั้งนี้ ในด้านมาตรการการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 อแมนด้าและทีมงานได้เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมตรวจผลการหาเชื้อโควิด-19 เพื่อขอเอกสารใบรับรองแพทย์ (Fit to Fly Health Certificate) ก่อนออกเดินทางไปประกวดเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งผลออกมาเป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด ไปประกวดได้อย่างสบายใจ!

อย่างไรก็ตาม ไม่รู้ว่าจัดเต็มขนาดนี้ จะเป็นการแก้เคล็ดเตรียมชุดไว้เผื่ออแมนด้าดำรงตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส 2020 ยาวๆ ไปเลยหรือไม่ (ฮา)

อย่าลืมร่วมกันส่งกำลังใจเชียร์ตัวแทนสาวงามของไทยคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สมาครองให้สำเร็จ ได้ทางเฟซบุ๊ก Miss Universe Thailand และ Miss Universe ในรอบพรีลิมมินารีวันที่ 13 พฤษภาคม และรอบตัดสินวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ แฟนชาวไทยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องพีพีทีวี 36 (PPTV) ในวันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม เวลา 07.00 – 10.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย

หนึ่งดาวจรัสแสงสู่จักรวาล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เสรีพิศุทธ์ ส่งทนายฟ้อง ‘สิระ’ หมิ่นประมาท รุกที่ริมน้ำเจ้าพระยา ยันไม่เจรจาไกล่เกลี่ย
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : ขอตั้งหลักก่อน