เบิกทางสายใหม่ ‘พรฟ้า’ ควบตำแหน่ง ‘ผจก.กองมิสยูฯ-รันเวย์โค้ช’

เบิกทางสายใหม่ ‘พรฟ้า’ ควบตำแหน่ง ‘ผจก.กองมิสยูฯ-รันเวย์โค้ช’

พรฟ้า – ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์ สวมส้นสูงทิ้งทวนบนเวทีครั้งสุดท้ายในฐานะ “นางงาม” ได้อย่างงดงาม ระหว่างการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 ที่ชื่อของเธอเป็นที่กล่าวถึงไม่น้อยกว่า อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์คนล่าสุด และยังเป็นหนึ่งในตัวเต็งของการประกวดครั้งนั้นด้วย

ภาพลักษณ์ของพรฟ้าที่ได้รับการชื่นชมอย่างต่อเนื่องคือ “ความเป๊ะไม่มีหลุด” ดูดีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม รูปร่าง การเดินแสดงแบบหยุดโพสได้อย่างรู้มุมรู้จังหวะ สะท้อนให้เห็นถึงวินัยในตัวเองอย่างที่สุด ซึ่งหล่อหลอมจากประสบการณ์การประกวดนางทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ดีกรี มิสเอิร์ธไทยแลนด์ 2013 รองอันดับ 2 มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2014 และรองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020

อแมนด้า-พรฟ้า
ขณะประกวดมิสยูฯ 2020

 

นอกจากนี้พรฟ้า ยังรับบท “พี่ใหญ่” ของเหล่าผู้เข้าประกวด ใช้ศักยภาพที่มีช่วยเหลือน้องๆ ในการประกวดที่ผ่านมาจนเป็นที่รักยิ่งของแฟนนางงาม เรียกขานเธอว่า “พรฟ้า พรใจ” ซึ่งไม่ใช่แค่แฟนนางงามที่มองเห็น แต่ ปุ้ย ปิยาภรณ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์จัดประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ก็เล็งเห็นเช่นกัน กระทั่งให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่าพรฟ้าอาจจะได้เข้าร่วมเป็น “ผู้จัดการกองประกวด” ในการประกวดครั้งต่อไป

และในงานแถลงข่าวจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 ที่ผ่านมาก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าเป็นเรื่อง “จริง” และไม่ใช่ตำแหน่งเดียว เพราะเธอควบถึง 2 ตำแหน่ง!!

พรฟ้า เล่าว่า พี่ปุ้ยได้ทาบทามไว้ตั้งแต่การประกวดปีที่แล้วเสร็จสิ้นลง เพราะในตอนที่เก็บตัวเห็นว่าพรฟ้าสามารถดูแลน้องๆ ได้ ช่วยดูแลเสื้อผ้าหน้าผม ช่วยบอกท่าโพสคนนั้นคนนี้ ช่วยจัดเฟรม พอมีการประกวดในปีนี้ พี่ปุ้ยเลยประสานเรื่องมาและบอกว่า “แม่อยากให้พรฟ้าทำหน้าที่นี้”

ในการจัดการประกวดมิสยูฯ ปีนี้ พรฟ้าได้รับมอบหมาย 2 หน้าที่คือ เป็น “ผู้จัดการกองประกวดฯ” ดูแลความเรียบร้อยของน้องๆ ผู้เข้าประกวดทั้งหมด 30 คนในกิจกรรมที่น้องๆ จะได้ไปทำ ซึ่งในปีที่แล้วผู้จัดการกองประกวดฯ จะเป็นหัวหน้าในการคุมพี่เลี้ยง ทว่าในปีนี้แบ่งหน้าที่ชัดเจนขึ้นโดยแยกหน้าที่ออกจากพี่เลี้ยง ส่วนอีกบทบาทหนึ่งคือ “โค้ชรันเวย์”  โค้ชชิ่งผู้เข้าประกวดในพาร์ทของการเรียนการสอน เป็นบทบาทที่ควบคู่กันไป

พลิกจากผู้เข้าประกวดมาเป็น “ผู้จัดการ” ด้านความรู้สึก ปุณิกา เผยว่า รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงแบบมหาศาล ตอนเป็นผู้เข้าประกวดหน้าที่ของเราคือดูแลตัวเองให้ทำกิจกรรมได้ในทุกๆ วัน ดูแลแค่ตัวเองเพียงคนเดียว แต่พอมารับหน้าที่ผู้จัดการกอง หมายถึงการดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด ผู้เข้าประกวดอีก 30 ชีวิตที่จะเข้าบ้านทีพีเอ็น ต้องดูแลทุกคน

ทำให้พรฟ้าต้องศึกษาข้อมูลมากขึ้น ปรึกษาและเรียนรู้จากผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ ศึกษาเรื่องการบริหารคนให้มากขึ้น รวมไปถึงการเป็นโค้ชรันเวย์ก็ต้องศึกษาเพิ่มเติมความรู้ของตัวเองด้วย เพราะไม่รู้ว่าแต่ละคนมีลักษณะบุคลิกอย่างไร มีการเรียนรู้แบบไหน จะได้ปรับให้เหมาะสมว่าต้องโค้ชชิ่งเขาแบบไหน

เรียกว่าเรียนแบบดับเบิ้ลไปเลย

ส่วนเตรียมอะไรมาสอนน้องๆ บ้างนั้น พี่ใหญ่พรฟ้าขออุบไว้ก่อน แต่บอกว่า “เตรียมไว้เยอะมว้ากกก”

บัตรผู้จัดการและรันเวย์โค้ช

“จากที่ประชุมก็คือปีนี้ทีพีเอ็นจับจุดได้ว่าคลาสไหนสำคัญ ควรมี ควรเน้น  ผ่านการถอดบทเรียนจากหลายๆ ปีที่ผ่านมา เป็นหลักสูตรที่คัดกรองมาแล้วว่าเหมาะสมกับผู้เข้าประกวด ใช้งานได้แน่นอน ถ้าเอาเงิน 1 แสนบาทไปลงคลาสตามหลักสูตรนี้่ก็ยังไม่ได้เลย”

เอาเป็นว่าคุ้มไม่คุ้มก็ถึงขั้นที่พรฟ้าฟังแล้วถึงกับ อ้อนถามพี่ปุ้ยพี่ณะ ขอลงประกวดอีกสักปีได้ไหมคะ!

อย่างไรก็ตาม “ท้าทาย และกดดัน”  เป็นอีกความรู้สึกที่มาพร้อมกับตำแหน่งใหม่ ทว่าพรฟ้าอธิบายว่า รู้สึกท้าทาย เพราะเป็นหน้าที่ที่ใหญ่ขึ้น ขอบเขตกว้างขึ้นมากกว่าแค่ดูแลตัวเองคนเดียว ส่วนกดดันไหม กดดันตัวเองมากกว่า ด้วยเป็นครั้งแรกที่ได้มาทำหน้าที่ตรงนี้ อยากจะทำออกมาให้ดีที่สุด กดดันในเชิงผลักดันตัวเองว่าเราต้องทำได้สิ ดูแลตัวเองก็ผ่านมาแล้ว ฉะนั้นดูแลน้องๆ ก็ต้องดูแลได้เหมือนกัน (ยิ้ม)

คุยในมุมการทำงานไปแล้ว ชวนพรฟ้าถอดประสบการณ์ส่งต่อแรงบันดาลใจสู่รุ่นน้องกันบ้าง ซึ่งก็ได้รับคำตอบที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะเมื่อกล่าวถึงช่วงเวลาในวงการนางงามที่แสนตราตรึง พรฟ้า ตอบทันทีว่า ช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดคือ “ช่วงเวลาที่มีความสุข” เหมือนที่มีคำกล่าวว่า ถ้าที่ไหนเรามีความสุข แปลว่าที่นั่นคือที่ของเรา และพรฟ้าเลือกที่จะใช้วงการนางงามเป็นที่ที่เธอมีความสุข ต่อให้เป็นระยะเวลาสั้นๆ ทั้งที่ประกวดได้มงกุฎหรือไม่ได้ แต่คือเป็นช่วงเวลาราว 10 ปีเท่านั้น ที่จะสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์เช่นนี้ได้

พรฟ้า สามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่า “ครั้งหนึ่งฉันเคยประกวดนางงาม” “ครั้งหนึ่งฉันเคยมีความสุขแบบนั้น” หมายความว่าทุกช่วงเวลาในวงการนางงามของเธอ เธอมีความสุขมาก

“อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป เพราะการประกวดนางงามมีข้อจำกัดในเรื่องของช่วงอายุ  ‘อย่าใช้โอกาสสุดท้ายแล้วต้องเลือก แต่ให้เลือกใช้โอกาสในชีวิตให้คุ้มค่าตั้งแต่แรก’ ถ้าคิดว่าวงการนางงามคือสถานที่ที่ใช่ ก็ให้ก้าวเข้ามา” พรฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและว่า วงการนางงามทำให้ได้เจออีกโลกหนึ่ง ที่ทำให้โตขึ้นแบบก้าวกระโดด เพราะเป็นสถานที่ที่รวมคนทุกสาขามาอยู่ด้วยกัน หากอยากศึกษาคน อยากเก่ง ต้องลองในทุกๆ ด้าน

สุดท้ายผู้จัดการกองประกวด แนะสาวงามถึง 5 สิ่งที่ “ต้องเตรียม” ก่อนเข้ากองเก็บตัวทำกิจกรรมอย่างเป็นทางการ ไว้ดังนี้

1.เตรียมใจ เตรียมใจก่อนเลยว่าชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น

2.เตรียมสุขภาพ เพราะอยู่ในห้วงโควิด-19 วิกฤตนี้ยังไม่ผ่านไป แต่จะทำยังไงให้อยู่ได้อย่างปลอดภัย ต้องเซฟตัวเอง เซฟผู้อื่น และเซฟทีม เพื่อที่จะทำให้เราสามารถที่จะยังอยู่ในการประกวดได้

3.เรื่องพื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนว่ามาประกวดเพราะอะไร เป้าหมายคืออะไร

4.เตรียมตัวให้พร้อมในเรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ เช่น เสื้อผ้าหน้าผม

5.ทำให้เต็มที่ มีเท่าไหร่จัดมา เหมือนที่พี่เบ็กกี้เคยกล่าวไว้ว่า ถ้ามีร้อยใส่ร้อยแต่ถ้ามีมากกว่าร้อยก็ใส่มาให้สุด

บทบาทใหม่

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รวบหนุ่มใหญ่ปลอมไลน์ ‘เลขาธิการสำนักพระราชวัง’ หลอกเงินชาวบ้าน สูญกว่า 1 ล้าน(คลิป)
บทความถัดไปปภ.เขต 4 เตรียมใช้เรือสแกนโซน่าช่วยค้นหาเรือจม ล่าสุดเรือลากโซ่พบวัตถุต้องสงสัย