ไซซ์ไหนก็สวย แรงกระเพื่อม ‘กรอบความงาม’ บนเวทีมิสยูฯ

ไซซ์ไหนก็สวย แรงกระเพื่อม ‘กรอบความงาม’ บนเวทีมิสยูฯ

การประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 “ไม่กำหนดส่วนสูง” ของผู้เข้าประกวด ส่งเสริมให้มีความงามที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ล่าสุดทางกองประกวดก็ได้เผยโฉมสาวงาม 30 คนสุดท้ายอย่างเป็นทางการในชุดสีแดงร้อนแรง ณ ชั้น 6 ทรูดิจิทัล พาร์ค ก่อนจะเข้าร่วมประชันคีย์เวิร์ดอย่างดุเดือด สร้างความสนุกและเพิ่มสีสันการประกวดขึ้นอีกระดับ

ทว่าผ่านมาเกือบจะครึ่งทางแล้ว ก่อนที่จะรู้ผล “คนมง” ก็ชวนมาจับเข่าคุยกับผู้เข้าประกวดที่ “น่าสนใจ”

เริ่มที่ MUT 27 แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส หรือ แอน สาวลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย Curve Model ที่สูงที่สุดในบรรดาผู้เข้าประกวด และเป็นหนึ่งในตัวเต็งครั้งนี้

ภาพจำแรกของ แอนชิลี ที่บรรดาแฟนนางงามให้ความสนใจคือ “รูปร่าง” ของเธอ แอนเล่าว่า ครั้งแรกเธอไม่ได้อยากเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงหรือแวดวงโมเดลลิ่ง เพราะเรื่อง “หุ่น” เธอจึงบอกกับแมวมองไปว่า “แอนไม่ได้มีหุ่นนางแบบ และไม่คิดจะเปลี่ยนเป็นหุ่นแบบนางแบบ” บอกออกไปอย่างชัดเจนซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ขัดข้อง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงาน Curve Model ของแอน

ขณะที่การเป็นนางงามก็คือความฝันอย่างหนึ่งของสาวลูกครึ่ง ทั้งยังเป็นความฝันของคุณแม่ของเธอที่อยากให้ลูกสาวเข้าประกวดนางงามด้วย

แอนบอกว่า เพราะนางงามเป็นสิ่งที่คนไทยภูมิใจมาก ที่มีนางงามแข็งแกร่งและนำเสนอประเทศได้ดี จริงๆ แอนอยากจะมาประกวดนานมากแล้ว แต่มองว่ายังมีกรอบเรื่องมาตรฐานความงาม (Beauty Standard) ที่หากมาประกวดก็ต้องก้าวเข้ากรอบนั้น ซึ่งในตอนนี้ก็ยังมีอยู่ ทว่าแอนก็ต้องยอมรับเลยว่า “ตกใจมาก ที่พบว่าทุกคนยอมเปิดความคิด เปิดใจ และทำความเข้าใจในความงามที่หลากหลาย แล้วภูมิใจสุดๆ ว่า

#RealSizeBeautyQueen เกิดขึ้นจริงๆ แล้ว”

“เรื่องบิวตี้ สแตนดาร์ด หรือไซซ์ ที่เรายังอยู่ในกรอบที่สังคมตั้งให้ ความเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดขึ้นจนมีคนลงมือทำ เช่นเดียวกันเมื่อแอนพูดว่าจะทำนี่จะทำนั่น แอนก็ต้องมีโอกาสให้ทำด้วย โดยแอนมองไปถึงบรรดาเด็กผู้หญิงที่หากเห็นว่ามีคนที่มีสตอรี่คล้ายๆ กับเขา เห็นเรื่องราวของแอน เขาจะสามารถผลักกรอบความงามนั้นให้มันใหญ่ขึ้น หรือทลายกรอบนั้นไปเลย พวกเขาจะมุ่งมั่นในตัวเองมากขึ้น มากกว่าที่จะไปโฟกัสในจุดที่มันผิวเผิน (Shallow) ที่ไม่ช่วยให้เขาได้พัฒนาตัวของเขาเอง”

แอนกล่าวและเผยว่าชื่นชอบ “แคทรีโอนา เกร์ย” มิสยูนิเวิร์ส 2018 ส่วนหนึ่งเพราะแคทโตที่ออสเตรเลียเหมือนกับแอน เลยรู้สึกว่ามีความเชื่อมโยงกันนิดหน่อย (ยิ้ม) มากไปกว่านั้น คือบุคลิคของแคทรีโอนาที่เข้าถึงได้ และมีเสน่ห์ในตัว หลายๆ คนอาจจะชอบที่เธอสวย เดินดี พูดเก่ง ทว่าความสวยนั้นมาจากภายในจริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ทุกคนสามารถทำได้

แอนยังอธิบายตัวเองไว้ว่า การเป็นตัวแอน ให้อธิบายเป็นภาษาไทยค่อนข้างยากเพราะแอนยังไม่คล่องภาษาไทย (ยิ้มเขิน) แต่จากที่คนใกล้ชิดบอกจะบอกว่าแอนเหมือนมีจริตแบบชาวแอลจีบีทีคิวนิดหน่อย (ยิ้ม) เพื่อนชอบมาก และหากให้แอนอธิบายตัวเองก็คือมุ่งมั่น เต็มที่สุดๆ ไม่เกี่ยง รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร แต่ก็ยอมรับได้ถ้าผิด แอนเชื่อว่าแอนมีความเป็นผู้นำ จากประสบการณ์ที่แอนเคยมี

“แอนอยากจะเป็นผู้นำในเรื่องการยอมรับความงามที่หลากหลาย อยากให้คนเปลี่ยนโฟกัสจากมาตรฐานความงามเป็นเรื่องที่สำคัญกว่านั้น อาทิ ผู้หญิงวัยรุ่น อยากฆ่าตัวตาย มีปัญหาทางสุขภาพจิต เพราะพวกเธอเสพสื่อผ่านทางโซเชียลในช่องทางต่างๆ ที่นำเสนอเรื่องมาตรฐานความงามที่พวกเธอไม่ตรงกับกรอบความงามนั้น เราควรมีการตอบสนองหรือมีภาระหน้าที่ที่จะทำเพื่อวัยที่กำลังจะเติบโตมา เพราะเขาเป็นอนาคตของประเทศเรา” แอนชิลีกล่าว

และทิ้งท้ายถึงกระแสตัวเต็งว่า รู้สึกกดดันนิดหน่อย เพราะยังไม่มีประสบการณ์การประกวดมาก่อน แต่โชคดีมาก (ย้ำ) ที่มีรุ่นพี่ที่เคยผ่านเวทีการประกวดมาแล้ว อย่าง พี่อูลี่ พี่แตงกวา พี่ทารีน่า ด้วย ช่วยแอนไกด์ให้ไปทางที่ถูก กับทีมที่รู้ว่ารักหนูมาก แอนก็รักเขากลับ ถ้าโฟกัสที่ตรงจุดนี้จุดเดียว ความกดดันที่มีก็ค่อยๆ สลายไป และก็รู้ว่าทุกคนรักแอนเพราะแอนเป็นตัวของแอนเอง และหวังว่าจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง

อีกหนึ่งสาวงามน่าสนใจคือ MUT 24 พิมพ์ณารา ฟอนซูร์มูเล็น หรือ อูลี่ ซึ่งมีประสบการณ์การประกวดนางงามมาแล้วเมื่อ 9 ปีก่อน ในปีนี้อูลี่มีความพร้อมและมั่นใจขึ้น การแข่งขันมีคีย์เวิร์ดเยอะมาก ต้องหาความรู้เพิ่มเติม สิ่งที่อยากส่งต่อถึงทุกคนคือทำให้เห็นว่าการรักตัวเองดีอย่างไร

“ความฝันสูงสุดของอูลี่คือเป็นมิสยูนิเวิร์ส และการประกวดนางงามมีคุณค่าแน่นอน เพราะเมื่อเราพูดอยู่ตรงนี้เราอาจจะสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ต่อไปได้ เป็นการเพิ่มพลังของเราให้มากขึ้น เสียงของเรามีความหมายมากขึ้น” อูลี่กล่าวและอธิบายความเป็นตัวเองไว้ว่า

เธอเป็นคนคิดบวกมาก ที่ผ่านมาปรับแนวคิดตัวเองมาตลอดให้รักตัวเอง เพราะเคยเป็นคนที่ไม่รักตัวเอง เกือบจะเป็นโรคซึมเศร้า แต่อยู่มาวันหนึ่งมีสติและเริ่มกลับมายิ้มให้ตัวเองทำให้มีพลังในการลงมือทำมากขึ้น แพสชั่นของอูลี่จึงเป็น “พลังบวก” เพราะสามารถส่งต่อให้คนอื่นได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สสส.’ จับมือ ดีป้า มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ภาคีเครือข่าย เสริมสร้างสมรรถนะเด็กปฐมวัย
บทความถัดไปมีเฮ! รมว.แรงงานเผย รัฐบาลเตรียมเยียวยา ‘วินฯ-แท็กซี่อาวุโส’ 2 เดือน รวมรายละ 1 หมื่น