เสริมสิริมงคลเริ่มต้น ‘ปีเสือ’ ตะลุยกรุงไหว้พระ 9 แห่ง ครบทั้งงาน โชค ความรัก

เสริมสิริมงคลเริ่มต้นปีเสือ ตะลุยกรุงไหว้พระ 9 แห่ง ครบทั้งงาน โชค ความรัก

“เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” เป็นประโยคที่มักใช้ปลุกใจเวลาจะเริ่มต้น “สิ่งใหม่ๆ”

เช่นเดียวกับในโอกาสส่งท้ายปีเก่า 2564 เข้าสู่ปีใหม่ 2565 หรือ “ปีเสือดุ”

ที่หลายๆ คน โดยเฉพาะ “สายมู” หมายมั่นปั้นมือว่าจะตระเวน “ไหว้พระขอพร” เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตในช่วงเริ่มต้นปีนี้

มติชน จึงได้รวบรวมข้อมูลของ 9 สถานที่ซึ่งเป็นที่นิยมมาให้ได้ตามรอยมูเตลูทั่ว “กรุงเทพฯ” ไว้แล้ว

ศาลหลักเมือง

เริ่มต้นที่ ศาลหลักเมือง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองหลวงของไทยที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพร เพราะการจะเริ่มต้นทำอะไรนั้นก็ควรจะต้องมี “หลัก” มี “ฐาน” ที่มั่นคง โดยศาลหลักเมืองแห่งนี้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีในสมัยรัชกาลที่ 1 ตามธรรมเนียมพิธีพราหมณ์ว่า ก่อนที่จะสร้างเมืองจะต้องทำพิธียกเสาหลักเมืองในที่อันเป็น “ชัยภูมิสำคัญ” เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง จึงตั้งอยู่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของท้องสนามหลวง ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ทั้งนี้มีความเชื่อว่า การไหว้ “เสาหลักเมือง” ภายในศาลหลักเมืองจะช่วยในเรื่องการงาน คิดหวังให้การงานก้าวหน้าจะประสบความสำเร็จ เหมือนเสริมหลักความมั่นคงให้กับชีวิต ช่วยตัดเคราะห์ต่อชะตาและเสริมดวงวาสนาบารมีในหน้าที่การงานไปจนถึงการใช้ชีวิต

นอกจากนี้ ประชาชนยังนิยมสักการะบูชา “ศาลเทพารักษ์” อันเป็นที่สถิตแห่งเทพารักษ์ให้ความร่มเย็นแก่บ้านเมืองทั้ง 5 องค์ด้วย ได้แก่ “พระเสื้อเมือง” มีหน้าที่คุ้มครองป้องกันทั้งทางบกและทางน้ำ คุมกำลังไพร่พลแสนยากร รักษาบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขปราศจากอริราชศัตรูมารุกราน

“พระทรงเมือง” มีหน้าที่รักษาการปกครองและกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ดูแลทุกข์สุขของประชาชนให้ร่มเย็นเป็นสุขสวัสดี “พระกาฬไชยศรี” เป็นบริวารพระยมมีหน้าที่นำวิญญาณของมนุษย์ผู้ทำบาปไปสู่ยมโลก

“เจ้าเจตคุปต์” เป็นบริวารพระยม มีหน้าที่จดความชั่วร้ายของชาวเมืองที่ตายไปและอ่านประวัติผู้ตายเสนอพระยม

“เจ้าหอกลอง” มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเหตุการณ์ต่างๆ อันเกิดขึ้นในแผ่นดิน เป็นต้นว่าคอยรักษาเวลาย่ำรุ่ง ย่ำค่ำ และเที่ยงคืน เกิดอัคคีภัย หรือมีข้าศึกศัตรูมาประชิดพระนคร

พระแก้วมรกต

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ในกรุงเทพมหานคร ไม่ไกลจากศาลหลักเมืองสามารถเดินมาได้ แต่ต้องผ่านการตรวจคัดกรองโควิด-19 ณ จุดตรวจบริเวณสนามหลวงก่อน

ทั้งนี้ ผู้คนนิยมมากราบไหว้พระแก้วมรกตในโอกาสสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันขึ้นปีใหม่ วันเกิด เดือนเกิด ตลอดจนกราบไหว้ขอพรด้วยเชื่อกันว่าหากไหว้องค์พระแก้วมรกต พร้อมสวดคาถาบูชาจะช่วยให้ทำมาค้าขายดี กิจการการงานรุ่งเรือง ทำอะไรก็สมหวัง ถือเป็น “ชัยมงคลแก่ชีวิต” ช่วยคุ้มครองและป้องกันให้แคล้วคลาดจากภัยอันตราย ขณะที่หลายคนเมื่อมีความทุกข์ในใจก็นิยมมากราบไหว้ขอพรเพื่อจิตใจสะอาดดุจรัตนตรัย

บทสวดมนต์ บูชาพระแก้วมรกต : พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ
ทุติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ
ตะติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ มะหาเตโช เจวะ มะหาปัญโญ
จะ มะหาโภโค จะ มะหายะโส จะ ภะวันตุ เม
นิพพานัสสะ ปัจจะโย โหตุ

(หรือจะสวดมนต์แบบย่อ : วาละลุกัง สังวาตังวา) จากนั้นตั้งจิตอธิษฐาน

ศาลเจ้าพ่อเสือ

ถัดมาในละแวกเดียวกัน อาจจะต้องโบกรถสาธารณะสักหน่อย ปักหมุดที่ ศาลเจ้าพ่อเสือ ถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า เขตพระนคร อีกหนึ่งสถานที่ที่สายมูต้องมา เพราะปี 2565 นี้เป็นปีขาลเสือ สอดคล้องกับศาลเจ้าจีนแต้จิ๋วแห่งนี้ที่ทั้งเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่ง มีเทพประจำศาลคือ “เสียนเทียนซั่งตี้” เป็นองค์พระประธานกลางศาล

และ “เจ้าพ่อเสือ” ที่ขึ้นชื่อมากๆ บรรยากาศก็คึกคักมีชาวไทยจีนมากราบไหว้ไม่ขาด

ทั้งนี้เชื่อกันว่าการได้มาสักการะศาลเจ้าพ่อเสือจะช่วยเสริมอำนาจบารมีให้ดียิ่งขึ้น สามารถบนบานขอพรได้ตามปรารถนา ซึ่งส่วนใหญ่มักขอพรเรื่องหน้าที่การงาน เช่น ต้องการเลื่อนยศ ตำแหน่ง และขอโชคลาภ แต่เมื่อสมหวังแล้วให้กลับมาถวายเนื้อหมูสด(หมูสามชั้น) ไข่ไก่สด เป็นเครื่องสักการะ

ศาลเจ้าพ่อเสือ ยังโดดเด่นเรื่องการขอพรเรื่องลูก มีเคล็ดลับคือทุก 15 ค่ำ เดือน 1 ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ จะเป็น “วันพิเศษสำหรับขอลูก” ชาวจีนเรียกพิธีนี้และวันนี้ว่า “จับโหงวแม้” ซึ่ง 1 ปีจะมีครั้งเดียว นอกจากเจ้าพ่อเสือแล้วยังมีเจ้าพ่อกวนอู, เจ้าพ่อเห้งเจีย, ไฉ่ซิงเอี้ย และเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของทั้งชาวไทยและชาวจีนให้สักการะบูชาด้วย

พระพิฆเนศ

ข้ามมาโซนใจกลางเมืองกับย่านราชประสงค์ที่มีเทพองค์สำคัญให้ได้เคารพสักการะมากมาย เริ่มต้นด้วยการกราบสักการะ พระพิฆเนศ องค์สีทอง ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนราชดำริ กรุงเทพฯ ซึ่งสามารถกราบไหว้ขอพรได้ทุกวัน ส่วนมากมักจะขอพรด้านการงานและการเรียน หรือขอให้สิ่งที่หวังและตั้งใจนั้นสำเร็จลงด้วยดี

ด้วยตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ พระพิฆเนศ เป็นมหาเทพผู้ทรงภูมิปัญญายิ่งใหญ่ ผู้ขจัดอุปสรรคและอำนวยความสำเร็จในทุกสิ่ง ได้รับขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ” ทั้งยังเป็น “เทพแห่งขจัดอุปสรรคความขัดข้อง” ที่นักธุรกิจ ผู้ประสบความสำเร็จ และผู้ประกอบกิจการนิยมบูชาพระพิฆเนศ ด้วยเชื่อว่าทรงบันดาลความสำเร็จและปกป้องคุ้มครองจากภยันตรายด้วย

วิธีขอพรหรือสิ่งที่ใช้สักการะ ได้แก่ ธูป หรือ กำยาน (อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง) และผลไม้ที่สุกแล้ว เช่น กล้วย มะม่วงสุก อ้อย น้ำอ้อย นมวัว ขนมโมทกะ (หรือ ขนมต้มแดง ต้มขาว ของไทย) ตลอดจนข้าวสาร เกลือ พืช ผัก งา สมุนไพร ธัญพืชและเครื่องเทศทุกชนิด ก็สามารถใช้ถวายได้ แต่ห้ามถวายเนื้อสัตว์ทุกชนิด

พระตีมูรติ

ต่อด้วย พระตีมูรติ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ อยู่ติดกับองค์พระพิฆเนศ เป็นสถานที่ขอพรยอดนิยมเรื่องความรักอันดับต้นๆ ของไทย ด้วยเชื่อกันว่าสามารถดลบันดาลให้คู่รักสมหวังได้ สำหรับใครที่โสด ไม่มีแฟนก็จะได้แฟน แถมยังร่ำลือกันว่าขณะตั้งจิตอธิษฐานสามารถระบุ “สเปคเนื้อคู่” ได้ด้วย ยิ่งลงรายละเอียดเท่าไหร่ก็จะได้เจอกับเนื้อคู่ไวขึ้น ส่วนคนมีคู่ก็นิยมมาขอพรให้ความรักแน่นแฟ้น ซึ่งไม่ได้โด่งดังเฉพาะกับคนไทย ยังมีคนต่างชาติมากราบไหว้ขอพรกันอย่างแพร่หลาย

ทั้งนี้ “พระตรีมูรติ” หรือ “พระทัตตาเตรยะ” เป็นรูปหนึ่งของพระนารายณ์ เทพเจ้าในศาสนาฮินดู ที่รวมเทพทั้งสามไว้ในองค์เดียว คือ พระพรหม (ผู้สร้าง) พระวิษณุ (ผู้ปกปักรักษา) และพระศิวะ (ผู้ทำลาย) ซึ่งเชื่อกันว่าองค์พระตรีมูรติเป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ทั้งในเรื่องสุขภาพ การงาน การเงิน และด้านความรักที่มีความโดดเด่นมาก จนถูกยกให้เป็น “เทพแห่งความรัก” ทว่าในความจริงแล้ว พระตรีมูรติ ยังประทานพรให้กับผู้ที่ทำความดีได้ทุกประการด้วย

วิธีขอพรให้ใช้เครื่องสักการะสีแดง อาทิ กุหลาบแดง ธูปเทียนสีแดง และหากอธิษฐานแล้วสมหวังต้องหาของหวานมาถวาย (ห้ามถวายของคาว) ซึ่งช่วงเวลาพิเศษที่มหาเทพจะลงมายังโลกมนุษย์เชื่อกันว่าคือ 21.30 น. เป็นฤกษ์ดีสำหรับการขอพร

อย่างไรก็ดี ในช่วงเทศกาลวันแห่งความรักต้นปี 2564 เกิดปรากฏการณ์ผู้คนจำนวนมากพากันไปร่วมพิธีบวงสรวงพระตรีมูรติ จนเต็มลานด้านหน้าของห้าง กระทั่งมีการศึกษาวิเคราะห์กันว่าแท้จริง “พระตีมูรติ เซ็นทรัลเวิลด์” ไม่ใช่ “พระตีรมูรติ” แต่เป็นองค์พระศิวะ ในปางที่เรียกว่า “สทาศิวะ” เสียมากกว่า ส่วนเรื่องการขอพรเรื่องความรักหรือใดๆ ล้วนแต่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ

พระแม่อุมาเทวี

เดินข้ามสะพายลอยหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ไปฝั่งตรงข้ามก็จะเจอกับ ศาลพระแม่อุมาเทวี หน้าบิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ ที่ผู้คนนิยมกราบไหว้ขอพรจาก “พระแม่อุมาเทวี” หรือ “ปารวตี” อยู่เป็นประจำ ด้วยพระองค์เป็นเทวีผู้เป็นใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด เป็นพระชายาของพระศิวะ และยังเป็นพระมารดาของพระพิฆเนศด้วย จึงถือว่าเป็นเทวีที่มีบุญวาสนาสูงส่ง เป็นผู้ที่กำชัยชนะเหนือศัตรูทั้งปวง และยังเป็นเทพที่ประทานความอุดมสมบูรณ์ให้กับผู้ครองเรือนทั้งหลาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการมีอำนาจ วาสนา บารมี และมีครอบครัวที่มีความสุข

หลายคนยังเชื่อว่าพระแม่อุมาเทวีจะช่วยประทานบุตรที่ดี รวมทั้งประทานปัจจัยที่เพียบพร้อมในการเลี้ยงดูบุตรให้เติบโตขึ้นเป็นคนดี ทรงคุ้มครองหญิงตั้งครรภ์ให้คลอดง่าย ตลอดจนการคุ้มครองผู้ศรัทธาให้ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวงอีกด้วย

สิ่งที่ใช้ไหว้สักการะ ได้แก่ ธูป 10 ดอก ดอกไม้ใช้ดอกดาวเรือง มะลิ ดอกบัว หรือกุหลาบแดง ขนมที่มีรสชาติมัน ตลอดจนผลไม้และธัญพืชทุกชนิด (ห้ามถวายเนื้อสัตว์ทุกชนิด และผลไม้มีหนาม)

พระแม่ลักษมี

จากนั้นตรงไปเรื่อยๆ เลี้ยวเข้าศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ กดลิฟต์ขึ้นไปดาดฟ้าชั้น 4 ก็จะเจอกับ *7.พระแม่ลักษมี* อีกหนึ่งแลนมาร์คสายมู ด้วยตามความเชื่อของศาสนาฮินดู พระแม่เป็นเทวีแห่งโชคลาภ ความมั่งคั่งร่ำรวย ความอุดมสมบูรณ์ เพราะถือกำเนิดจากสายน้ำ เป็นพระชายาคู่บารมีของพระนารายณ์ (หรือพระวิษณุ) ได้รับการยกย่องว่ามีสิริโฉมงดงามเหนือเทวีอื่นใด ในบันทึกโบราณของอินเดียมักให้สตรีเป็นรูปแปลงของพระลักษมี การสมรสและความสัมพันธ์เชิงสามี-ภรรยาของพระลักษมีและพระวิษณุ เป็นแบบอย่างในพิธีกรรมต่าง ๆ ของการแต่งงานแบบฮินดู

ซึ่งในหมู่ของผู้เคารพเชื่อว่าพระแม่ลักษมีให้คุณในด้านการทำมาค้าขาย เจรจาต่อรอง การประกอบธุรกิจทุกสาขา ตลอดจนประทานโภคทรัพย์ เงินทอง สมบัติแก่ผู้บูชาและประกอบความดีอยู่เป็นนิจ

ของไหว้บูชาพระแม่ลักษมี ได้แก่ ดอกบัวสีชมพู น้ำอ้อย หรือผลไม้รสอ่อนๆ เช่น มะพร้าว เป็นต้น เมื่อจุดธูปไหว้และถวายเครื่องสักการะแล้ว หากมีดอกบัวมาก็สามารถนำไปลอยน้ำใต้ฐานสักการะได้ด้วย

เทวรูปท้าวจตุโลกบาล

และ ณ บริเวณเดียวกันเมื่อเดินออกทางซ้ายมือขององค์พระแม่ลักษมีไม่ถึง 100 เมตร ก็จะพบกับ *8.เทวรูปท้าวจตุโลกบาล เป็นการสร้างเทพเจ้าประจำทิศทั้งสี่เอาไว้ในองค์เดียว ประกอบด้วย ท้าวเวสสุวรรณ (ท้าวกุเวร) เทพประจำทิศเหนือ ท้าววิรุฬหก ดูแลทางทิศใต้ ท้าวธตรัฏฐะดูแลทิศตะวันออก ส่วนท้าววิรูปักขะ คุ้มครองด้านทิศตะวันออก พระองค์เป็นเทพเจ้าที่คุ้มครองมนุษย์โลกทั้ง 4 ทิศ รักษาทุกข์ สุข ของมนุษย์โลก ทั้งยัง

ยังเป็นเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงนิยมมาไหว้สักการะเพื่อขอพรให้พ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง สาธุ

พระพรหมเอราวัณ

แป๊ปๆ ก็มาถึงสถานที่สุดท้าย ปิดท้ายทริปไหว้พระขอพร ที่ พระพรหมเอราวัณ ณ ศาลท้าวมหาพรหม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ บริเวณหัวมุมสี่แยกราชประสงค์ อันเป็นที่เลื่องลือเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ทั้งในหมู่ชาวไทยและชาวต่างชาติ ดังว่าไม่ว่าอธิษฐานสิ่งใดก็จะได้สมดังปรารถนา ทั้งยังช่วยปัดเป่าความขัดข้อง อุปสรรค และส่งเสริมโชคและความสำเร็จ ทำให้ไม่ว่าจะขับรถสัญจรผ่านไปมาเวลาใดก็มักจะเห็นภาพผู้คนเนืองแน่นบริเวณศาล ทั้งคนที่มากราบไหว้ขอพร และคนมาแก้บน ซึ่งภายในบริเวณศาลมีร้านค้าจำหน่ายเครื่องสักการะบูชา พวงมาลัย และมีการแสดงละครรำสำหรับผู้ที่ต้องการว่าจ้างเพื่อแก้บนให้บริการด้วย
เคล็ดการไหว้ท้าวมหาพรหมคือเริ่มจากทิศตรงประตูทางเข้าก่อนจากนั้นให้เวียนตามเข็มนาฬิกา

สำหรับความเป็นมาของ “ศาลท้าวมหาพรหม” ก่อตั้งขึ้นด้วยในช่วงแรกของการก่อสร้างโรงแรมแกรนด์ไฮแอทฯ เกิดอุบัติเหตุขึ้นมากมาย เมื่อใกล้แล้วเสร็จได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องการนั่งทางใน มาหาฤกษ์ในการเปิดโรงแรม ซึ่งท่านได้ท้วงติงว่า ในการก่อสร้างโรงแรมไม่ได้มีการทำพิธีบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณนั้นก่อน ฤกษ์ในการวางศิลาฤกษ์ของโรงแรมก็ไม่ถูกต้อง อีกทั้งชื่อของโรงแรม “เอราวัณ” นั้น เป็นชื่อของช้างทรงของพระอินทร์ ถือเป็นชื่อที่ศักดิ์สิทธิ์ จำเป็นต้องมีการบวงสรวงที่เหมาะสม วิธีการแก้ไขจะต้องขอพรจากพระพรหมเพื่อช่วยให้อุปสรรคหมดไป และจะต้องสร้างศาลพระพรหมขึ้นทันทีหลังจากการก่อสร้างโรงแรมแล้วเสร็จ และสร้างศาลพระภูมิขึ้นไว้ในโรงแรม จึงได้มีการตั้งศาลพระพรหมขึ้นกระทั่งเป็นที่รู้จักและเคารพนับถือกันมาก

เชื่อกันว่าหากบนบานด้วยละครรำจะประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ต้องการ จึงมีการรำละครชาตรีแก้บนทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ชาวต่างชาติ เช่น ชาวจีนที่จัดทัวร์มาไหว้สักการะโดยเฉพาะ และชาวจีนที่มีชื่อเสียงหลายคนเคยเดินทางมาที่นี่ เช่น เหลียง เฉาเหว่ย, หง จินเป่า, เซียะ ถิงฟง เป็นต้น

อย่างไรก็ตามก่อนจะออกเดินทางไหว้พระขอพรแนะนำให้ศึกษาข้อมูลของสถานที่ ข้อห้ามต่างๆ และแต่งตัวสุภาพ ตลอดจนเลือกซื้อสิ่งของสำหรับการสักการะอย่างมีวิจารณญาณ อาจจะเตรียมไปด้วยตัวเอง หรือหากเกรงว่าจะไม่สะดวกต่อการเดินทางสามารถซื้อตามร้านที่ขายภายในบริเวณศาลเจ้าและสถานที่ต่างๆ ได้ แต่อาจจะมีราคาที่สูงกว่าเตรียมไปเองสักหน่อย

เสริมสิริมงคลรับปีใหม่

 

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon