คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล นิยามที่ให้ตัวเองเป็น “นิทรรศการผ้าไทยเคลื่อนที่”
สุภาพสตรีแถวหน้าโดดเด่นด้านการบริหารธุรกิจและอุทิศตัวเพื่อสังคม คุณหญิงหลี-คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล อดีตประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ประธานผู้ประกอบการสตรีอาเซียน สากล (AWEN) และผู้นำองค์กรสตรีอีกมากมาย
เป็นผู้ที่มีความโดดเด่น สวมใส่ด้วยผ้าไทยเป็นประจำมากว่า 40 ปี ตั้งแต่ได้เริ่มทำงานที่สภาสตรีแห่งชาติฯ เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว โดยมีการส่งเสริมให้เกิดการแต่งกายด้วยผ้าไทยที่หลากหลายทั้งผ้าฝ้าย ผ้าไหม และมีส่วนช่วยสนับสนุนให้สภาสตรีฯ ส่งเสริมการทอผ้าเป็นอาชีพเสริมและช่วยหาช่องทางจัดจำหน่ายผ้าไทยให้ด้วย
คุณหญิงณัฐิกา ชื่นชอบการใส่ผ้าไทยเป็นชีวิตจิตใจ มิใช่ใส่เฉพาะออกงานเท่านั้น แต่ยังหยิบจับผ้าไทยมาสวมใส่ในชีวิตประจำวันด้วย ถึงกับให้นิยามตัวเองว่าเป็น “นิทรรศการผ้าไทยเคลื่อนที่”
จุดเริ่มต้นเกิดจากการเข้าไปช่วยงานสภาสตรีฯ สมัยเด็กๆ ไปช่วยส่งเสริมชาวบ้านทอผ้า และช่วยจำหน่าย
“ช่วงแรกๆ ไม่มีคนซื้อ ก็มาคิดว่า ทำไมคนไม่ซื้อ จึงมาย้อนดูตัวเอง ขนาดเรายังไม่ใส่เลย จะให้คนอื่นใส่ได้อย่างไร ก็เป็นที่มาของการใส่ผ้าไทย ชิ้นแรกเป็นผ้าฝ้าย” คุณหญิงณัฐิกาย้อนเล่า ชุดผ้าไทยชุดแรก ออกแบบโดยดีไซเนอร์ดัง ไข่ บูติค ที่ดีไซน์ชุดออกมาได้สวยมาก

จึงทำให้นับตั้งแต่นั้นมา เธอก็สวมใส่ผ้าไทยมาโดยตลอด เวลาออกบูธจำหน่ายผ้าไทย จึงพูดได้เต็มปากเต็มคำ เพราะ “ก็ใส่ด้วย”
นอกจากใส่ผ้าไทย เพราะอยากช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว อีกเหตุผลส่วนตัวคือ ผ้าไทยทำให้ดูดีขึ้น แถมยังมีลวดลายเยอะ ถูกอกถูกใจคุณหญิงหลีที่สุด
“ตอนนั้นเราผอมมาก ใส่เสื้ออะไรที่เป็นผ้าพริ้วๆ ไม่ใส่เลย กลัวว่าผอม ผ้าไทยมาช่วยเพิ่มรูปลักษณ์เราให้ดูดีขึ้น และเป็นคนชอบใส่เสื้อผ้าที่มีลวดลายเยอะไม่ใส่สีพื้น เป็นประเภทยิ่งเยอะยิ่งดี ไม่ว่าจะเป็น มัดหมี่ แพรวา ก็คิดว่าผ้าไทยเหมาะกับเราที่สุด”
ชุดผ้าไทยของคุณหญิงณัฐิกาจึงมีหลากหลายดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็น ชุดออกงานกลางวัน ชุดออกงานกลางคืน เสื้อลำลอง กางเกง ออกแบบโดยดีไซเนอร์แถวหน้าระดับประเทศ ทั้งพิจิตรา บุณยรัตพันธุ์, นาการ่า, ไข่ บูติค, ตั้ว กีรติ ชลสิทธิ์ แห่งดวงใจ บีส ที่คุณหญิงหลีให้อิสระดีไซเนอร์ออกแบบตัดเย็บได้ในสไตล์ของตนเอง อย่างชุดที่ออกแบบโดย ไข่ บูติค ที่ช่วงหลังๆ ใช้เทคนิคการตัดเย็บแบบไม่ตัดผ้าเลย
“เวลาตัดชุดผ้าไทย เราเลือกคนตัดที่แนวคิดของดีไซเนอร์ ไม่ใช่ไปบอกเขาว่า ต้องตัดอย่างนั้นอย่างนี้ เราไม่ออกแบบให้ แต่เราชอบสไตล์คุณ คุณก็ทำตามสไตล์คุณมา อย่างชุดของคุณไข่ บูติค ช่วงหลังๆ เป็นการเดรปทั้งหมด คุณไข่เสียดายผ้า เพราะไปเห็นว่าผ้ากว่าจะทอได้แต่ละผืนใช้เวลานานมาก ชิ้นที่เห็นว่าสวยจะไม่ยอมตัด และทุกชุดที่จับเดรป ถ้าไม่ใส่แล้วสามารถคลี่ออกมาเป็นผืนเหมือนเดิมได้” คุณหญิงณัฐิกาเล่า และว่า
“ภูมิใจในผ้าไทย เพราะเป็นหนึ่งเดียวในโลก แต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน นี่คือความพิเศษ เราก็ชอบอะไรที่พิเศษอยู่แล้ว และยิ่งภูมิใจ เวลาไปประชุมต่างประเทศ เราจะใส่ผ้าไทยทั้งหมด ซึ่งก็เป็นการบอกเล่าเรื่องราวประเทศไทยให้คนต่างชาติฟังได้ และทุกคนก็จะเดินเข้ามาถามว่า นี่ผ้าอะไร เสื้ออะไร ก็ยิ่งภูมิใจในวัฒนธรรมของเราเป็นอย่างยิ่งเลย”



ว่าแล้ว ก็แนะนำคนรุ่นใหม่ “ถ้าไม่อยากแต่งผ้าไทยที่มีลวดลายเยอะๆ ก็สามารถใส่แบบไม่มีลายได้ หรือผ้าไทยสีพาสเทลก็ยังได้ อีกทั้งสมัยนี้ ดูแลรักษาง่ายด้วย ใส่กระเป๋าไปต่างประเทสก็ไม่ยับ เปิดกระเป๋าออกมาแขวนใส่ได้เลย ผ้าอื่นยังต้องรีด การใช้ผ้าไทยไม่ได้แค่ความภูมิใจ ทุกครั้งที่คุณใส่ คุณได้ช่วยชาวบ้าน ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรม ให้ยืนยงต่อไป และบอกเรื่องราวอนุรักษ์ความเป็นไทยของเราได้เป็นอย่างดี ”
ใส่ชุดไทยตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 จนปัจจุบันอายุจะขึ้นเลข 7 แล้ว คุณหญิงณัฐิกาบอกว่า มีชุดผ้าไทยเยอะมาก จนมีคนแนะนำให้จัดแสดงเป็นนิทรรศการ โดยเฉพาะลูกสาวๆ ที่บอกว่า ในอินสตาแกรมมีคนฟอลโล่เยอะมาก
“รักชุดผ้าไทยทุกชุด และส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในสภาพที่ดี ไม่ได้ให้ใครเลย เพราะกลัวไม่รักษาเท่าที่เราดูแล”
ฉะนั้น จะเรียกว่าสะสมผ้าไม่ได้ เพราะ..”สะสมเป็นชุด”
“เป็นการสะสมผ้าในการที่ใส่ได้ด้วย ให้คนอื่นเห็น ไม่เก็บไว้เพื่อตัวเอง ไม่มีประโยชน์ ฉะนั้น ถึงบอกว่า เราต้องทำตัวเป็นนิทรรศการผ้าไทยเคลื่อนที่” คุณหญิงณัฐิกาทิ้งท้าย






