ติดยันต์กันซวย!! ไม่ตกเป็นเหยื่อ “ผู้ชายหื่น” ในที่ทำงาน

เป็นเรื่องฉาววงการ “ข้าราชการ” อีกแล้ว แต่คราวนี้ หวยไปตกที่ “กระทรวงสาธารณสุข” กับกรณีพนักงานอัตราจ้างหญิงเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ “หัวหน้าข้าราชการชาย” ที่ลวนลามและกระทำอนาจารด้วยการจับหน้าอก

เหตุการณ์ทำนองนี้ ไม่ได้เพิ่งเกิดในสังคมไทย แต่มีเกิดขึ้นมาแล้วนับไม่ถ้วน เป็นข่าวใหญ่กระฉ่อนสังคมมาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

เหตุผลหนึ่งเพราะไม่ค่อยมีลูกน้องคนไหนกล้าออกมาแจ้งความดำเนินคดี ด้วยเป็น “ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ” ที่ผู้หญิงบางคนกลัวว่า ถ้าออกมาแล้วอาจไม่คุ้ม!!!

แต่หารู้ไม่ หากปล่อยให้พฤติกรรมเหล่านี้เกิดบ่อยขึ้น สุดท้าย ผู้หญิงจะต้องเดินเข้าสู่ “วงจรอุบาทว์” พัฒนาไปสู่ภาวะจำยอมถูกบังคับให้มี “เพศสัมพันธ์”

การออกมาแจ้งความเอาผิดกับหัวหน้างานของพนักงานอัตราจ้างหญิงครั้งนี้ สังคมต้องชื่นชมที่กล้า “กระชากหน้ากากอันชั่วร้ายของหัวหน้างาน” แม้จะเป็นเรื่องน่าอับอาย แต่เธอได้แสดงให้สังคมเห็นว่า “ผู้กระทำต่างหากต้องอับอาย”

อย่างไรก็ตามยังมี เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ชายหื่น มติชนออนไลน์ มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญมาบอกต่อ เพื่อป้องกันภัยทางเพศที่ไม่รู้วันไหน “ดวงซวย” ไปเจอคนพวกนี้เข้า จะได้ป้องกันตัวเองถูก

ผู้หญิงรู้จักวางตัว-แต่งกายถูกกาลเทศะ

พ.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือ หมอแอร์ จิตแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เจอกับสถานการณ์แบบนี้ ผู้หญิงต้องรู้จักป้องกันตัว อย่างเราต้องร่วมงานกับเพื่อนผู้ชาย หรือผู้บังคับบัญชาผู้ชาย ต้องรู้จักวางตัว เช่น อย่าแต่งกายล่อแหลม เพราะอาจทำให้ผู้ชายมองว่ายั่วยวน และคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะง่ายและทำให้ตกเป็นเป้าได้ ดังนั้น เวลาทำงานให้แต่งกายให้ถูกกาลเทศะ

“การแต่งตัวไม่เรียบร้อยยั่วยวน จะทำให้ผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรมอ่อนแอ เข้าหาเราได้ง่าย ก็ดึงดูดสิ่งไม่ดี คนที่มักมากในกาม คนที่ทะลึ่งลามก เข้ามา”

อีกทั้ง การทำงานปัจจุบัน ผู้หญิงผู้ชายถึงตัวกันง่ายขึ้น ดังนั้น ต้องรู้จัก “วางตัว” ไม่เบียดเสียดใกล้ชิดเกินไป

“อย่างเอาเอกสารไปให้ที่โต๊ะ ก็ให้ยืนอยู่ข้างหลังพอประมาณ ไม่เข้าไปเบียดใกล้ๆ บางทีเราไม่คิด แต่อีกฝ่ายอาจจะคิด หรือมโนไปเองว่าเราไปยั่วยวนหรือเปล่า ดังนั้น ต้องรู้จักวางตัว ต้องอยู่ระยะห่าง หรือไม่จำเป็น ก็อย่าไปอยู่ในห้องมิดชิด หรือที่รโหฐาน หรืออยู่กันลำพัง ไปเสนองานก็เปิดประตูไว้ แต่ในกรณีที่ปิดประตู ก็ต้องอยู่ในระยะห่างที่เราจะสามารถหาทางหนีทีไล่ได้”

“ผู้หญิงสตรอง” ผู้ชายไม่กล้าแหยม

หมอแอร์ เผยอีกว่า ในทางจิตวิทยา ผู้หญิงที่สตรอง ผู้หญิงที่เข้มแข็ง แข็งแกร่ง ผู้ชายจะไม่กล้าเข้ามาลวนลาม มันเป็นท่าทางอินเนอร์จากข้างในมาสู่ข้างนอก มันสัมผัสกันได้ จากภาษากาย แต่ถ้าคนอ่อนแอ คนสมยอมจะโดนข่มเหงได้ง่าย ดังนั้น เราต้องวางตัวให้เข้มแข็ง แต่ไม่ก้าวร้าว อ่อนนอกแต่แกร่งใน

ระวังภัยเมื่อถูก “ประชิดตัว”

หมอแอร์ แนะว่า ถ้าเมื่อไหร่เกิดเหตุคุกคามทางเพศขึ้นกับเราให้ “รีบหลบ รีบหนี รีบเลี่ยง” ทันที

“ถ้าเมื่อไหร่รู้สึกว่าเขาเข้ามาใกล้ชิดเรามากเกินไป เริ่มจับตัว ให้รับตั้งสติก่อน จากนั้นต้องถอยห่างทันที ถ้าเราถอย เขาจะรู้ว่าเราไม่เล่นด้วย แต่ถ้าเรากลัว เกรงใจ เขาจะคิดว่าเราเล่นด้วย ก็จะรุกคืบเข้าไปอีก”

“ถ้าเขามาจับแก้ม เราก็รีบถอย และพูดไปตรงๆ ว่า หัวหน้าคะ อย่าดีกว่า หนูเคารพหัวหน้า คิดว่าหัวหน้าเป็นผู้ใหญ่ที่หนูเคารพ ก็ให้พูดไปตรงๆ พูดกับเขาดีๆ ว่า เราไม่เล่นด้วย เขาก็จะรู้ ผู้ใหญ่บางคน พอเจอแบบนี้ จะรู้สึกเสียหน้า รู้สึกอายเด็ก เพราะพวกเจ้าชู้ จะเลือกคนเล่น ถ้าคนไหนไม่เล่นตอนแรก แสดงเจตนาชัดเจน พวกนี้จะไม่กล้ารุกคืบ และเขาจะเลือกคนเล่น ถ้าเราไม่เล่นด้วย พวกนี้จะไม่เสียเวลา”

“แต่ถ้าถูกคุกคามแล้ว ก็ต้องตั้งสติอย่าให้เกิดขึ้นซ้ำ ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง ไม่ใช่ยอมไปเรื่อยๆ เพราะเราจะโดนมากขึ้นเรื่อยๆ จากจับก้น พรุ่งนี้จะถูกจับหน้าอก จนกลายไปถึงบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ในที่สุด ดังนั้น เราต้องป้องกัน ไม่ให้เกิดซ้ำอีก”

ดังนั้น ผู้หญิงต้องวางตัว เราจะไปคาดหวังให้ผู้ชายมีคุณธรรมจริยธรรม โลกสวย คาดหวังว่าจะเจอผู้ชายดีๆ ไม่ได้ เราต้องรู้จักป้องกันตัวเอง รู้จักวางตัว และมีสติ และระมัดระวังตัวเอง ปกป้องตัวเอง”

ผู้ชายเจ้าชู้เพราะ “ขาดรักจากแม่-ไม่มีความมั่นใจ”

หมอแอร์ เผยว่า ทางจิตวิทยาผู้ชายที่มีนิสัยแบบนี้เป็นลักษณะบุคลิกของคน ที่ชอบเล่น ชอบแซว ชอบลวนลาม หรือเจ้าชู้ ซึ่งก็มีหลายระดับตั้งแต่หยอกเล่นธรรมดา จนไปถึงมีเพศสัมพันธ์ จนไปถึงเลี้ยงดูปูเสื่อ

“ผู้ชายเจ้าชู้ ส่วนใหญ่ขาดความรักตอนเด็กๆ แม่ไม่ค่อยกอด ไม่ค่อยอุ้ม ไม่ค่อยหอม ขาดรักจากแม่ พอโตขึ้น ต้องหาผู้หญิงมาชดเชยความรัก อีกข้อคือ ขาดความมั่นใจในตัวเอง หน้าตาไม่หล่อ ตัวเล็ก หรืออวัยวะเพศเล็ก อยากมีแฟนเยอะๆ อยากมีคนมารุมรัก รู้สึกภาคภูมิใจ เพื่อชดเชยความรู้สึกตัวเองว่า มีตัวตน เป็นคนเก่ง เจ๋ง ซึ่งเป็นค่านิยมผิดๆ คิดว่าเป็นเรื่องโก้เก๋ เท่ จริงๆ แล้ว เป็นเรื่องทุเรศมากกว่า ที่สังคมไม่ยอมรับ”

ปกป้องศักดิ์ศรี “ผู้กระทำต่างหากต้องอับอาย”

เรื่องนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับลูกจ้างกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น แต่ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อแต่ยังไม่กล้าออกมา “กู้ศักดิ์ศรี” ของตัวเอง

หมอแอร์ ให้กำลังใจว่า คนที่อาย คือ คนที่กระทำความชั่ว ถึงเป็นสิ่งที่น่าอาย ถ้าเราไม่ได้ทำความชั่ว หรือไม่ได้ทำสิ่งไม่ดี มันไม่ใช่เรื่องอาย

“การที่เราตกเป็นเหยื่อ ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องอาย การที่เราไม่ปกป้องตัวเองมากกว่า เป็นเรื่องน่าอาย ทำไมเราไม่ปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของตัวเอง เรายังปล่อยให้เกิดการกระทำซ้ำซาก อยากให้ลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง และป้องกันไม่ให้เหตุเกิดขึ้นซ้ำอีก ถ้ายังนึกไม่ออกว่าต้องทำอย่างไร หรือยังกลัวและตกใจอยู่ สามารถปรึกษาคนที่ไว้ใจได้ หรือปรึกษาจิตแพทย์ มูลนิธิเพื่อนหญิง มูลนิธิสตรี ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้จะทำอย่างไร”

“อยากให้ผู้หญิงคิดว่า บางทีการลุกขึ้นมาปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรี คือการไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล เพื่อให้เขาได้บทเรียนที่จะไม่ไปทำกับคนอื่นอีก และเป็นแบบอย่างคนในสังคมว่า อย่าทำแบบนี้อีก คนทำผิดก็ต้องรับโทษ

“ผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง ไม่ได้ปกป้องแค่ตัวเองเท่านั้น แต่ยังปกป้องผู้หญิงอีกหลายชีวิตที่ต้องตกเป็นเหยื่อของคนๆ นี้”

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จ่าต้อย’ แก๊งอุ้มนักธุรกิจจีนมอบตัว อ้างมาอารักขาไม่รู้ให้มารีดค่าคุ้มครอง(คลิป)
บทความถัดไป“ทีพีเคเอทานอล”สั่งทีมกม.หาข้อมูลเผื่อฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐกรณีถูกตัดสิทธิ์ประมูลข้าว