“เมขลาล่อแก้ว” ชนะเลิศชุดประจำชาติมิสยูนิเวิร์สไทยฯ “มารีญา” สวมชุด “รามสูร”

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 กันยายน ที่โรงแรมเรเนซองส์ กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จัดให้นักออกแบบที่ส่งผลงานการออกแบบชุดประจำชาติ ภายใต้แนวคิด ครีเอทีฟไทย ทั้ง 6 ผลงานสุดท้ายนำเสนอชุดต่อหน้าคณะกรรมการทั้งแรงบันดาลใจ และวัสดุที่ใช้ในการออกแบบ โดยในปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวด 263 ผลงาน ผ่านเข้ารอบ 6 ผลงาน

สำหรับผลงานที่ชนะใจกรรมการได้แก่ ผลงานชุด เมขลาล่อแก้ว โดย ผักกาด – ประภากาศ อังศุสิงห์ ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ ฮุคส์ บาย ประภากาศ ได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยรับเงินรางวัล 20,000 บาท และหากได้รับรางวัล ชุดประจำชาติยอดเยี่ยมในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 จะได้รับรางวัลอีก 30,000 บาท ซึ่งหลังจากนี้ กองประกวดจะดำเนินการตัดเย็บและแสดงให้สื่อมวลชนได้ชมในวันที่ 3 พฤศจิกายน พร้อมชุดราตรี ที่จะใช้ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 อีก 3 ชุด ก่อนที่ มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 จะเดินทางไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 ทั้งนี้ การประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2017 รอบตัดสิน จะมีขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 (ตามเวลาประเทศไทย) ณ ประเทศ สหรัฐอเมริกา

สำหรับชุดเมขลาล่อแก้วนั้น ประภากาศ กล่าวว่า ได้แรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านภาคกลางเรื่องเมขลา รามสูร เรื่องราวที่ถูกหยิบยกมาเล่าเวลาที่มีฟ้าคะนอง ที่ว่านางเมขลามีดวงแก้วประจำตัว ซึ่งรามสูรพอใจในดวงแก้วและความงามจึงได้ไล่ตาม จนเกิดเป็นฟ้าแลบ ซึ่งนางงามจะใส่ชุดเป็นรามสูร ถือหุ่นเมขลาที่จะประดิษฐ์ให้มีน้ำหนักเบา เป็นเรซิ่นอะคริลิค แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง สตรอง เน้นการแต่งกายเป็นสีน้ำเงินเป็นสีมงคล และสามารถเปิดไฟลูกแก้วบนเวทีได้ ความโดดเด่นคือมีชุด 2 ชุดบนเวที จะทำให้สร้างความตื่นเต้นได้

มารีญา พูลเลิศลาภ -ประภากาศ อังศุสิงห์

“จากประสบการณ์ที่ทำงานกับมารีญา ได้เห็นความเข้มแข็ง เป็นผู้นำ มีความคิดเห็นที่ชัดเจน นอกเหนือไปจากที่หลายคนมองว่ามีความอ่อนโยนอ่อนหวาน จึงอยากเสนอมุมมองใหม่ให้มารีญา จึงได้ส่งประกวดออกแบบชุดประจำชาติเป็นครั้งแรก เพราะปกติไม่ชอบการประกวดใดๆ เมื่อได้รับเลือกก็จะทำชุดนี้ให้ดีที่สุด สมกับที่ตั้งใจ” ประภากาศกล่าว


ด้าน อ.ปัญญา วิจินธนสาร หนึ่งในคณะกรรมการเผยว่า หากดูการประกวดชุดประจำชาติในหลายๆปีที่ผ่านมา พบว่าแต่ละชาติไม่เพียงเสนอมุมของแต่ละชาติในแบบวัฒนธรรมดั้งเดิม แต่มีการเสนอกรอบแนวคิดที่อยากจะรณรงค์ เช่น สิ่งแวดล้อมต่างๆ หรือมีการแสดงออกถึงสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ในปีนี้ถือได้ว่ามีชุดน่าสนใจหลายชุด แต่ที่โดดเด่นและดึงดูดความสนใจคือการมีชุดสองชุดเคลื่อนไหวร่วมกัน ออกแบบโดยใช้วัฒนธรรมและอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาผสมผสานกันได้อย่างดี รวมถึงการแสดงบนเวที ที่ทำให้ไม่หยุดนิ่ง เป็นมิติใหม่ นางงามมีความภาพความทะมัดทะแมง ไม่ได้มีแค่ลุคเดียว จึงได้เลือกให้ชุดนี้ชนะ ซึ่งการประกวดนี้จะช่วยส่งเสริมให้ดีไซเนอร์ไทยนำสิ่งไทยๆ มาออกแบบมากขึ้น ทำให้วงการออกแบบไทยเติบโตสู่แฟชั่นโลกโดยการใช้สิ่งไทยๆ

ขณะที่ มารีญา เผยว่า ทั้ง 6 ผลงานมีความสวยงาม มีความพร้อมและความเป็นไทยทุกชุด แต่ชุดเมขลาล่อแก้ว ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศสามารถสื่อสารความแข็งแรงและความเป็นไทยได้มากที่สุด มีความน่าสนใจตรงการนำเสนอสองชุดบนเวที ซึ่งไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้ยังเป็นการผสมผสานแฟชั่นและนวัตกรรมได้อย่างลงตัว สามารถสื่อสารให้นานาชาติเห็นว่า ประเทศไทยมีอะไรบ้าง มีเรื่องเล่าที่สามารถเล่าให้ชาวต่างชาติให้ฟัง ซึ่งการนำเสนอชุดดังกล่าวบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส คิดว่าจะต้องใช้ทั้งความแข็งแรง ความเท่ กระฉับกระเฉง เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว แต่ต้องไปศึกษาการแสดงโขนเพิ่มเติมเพื่อให้ท่าทางออกมาคมชัดมากขึ้น เชื่อมั่นว่าเมื่อชุดทำเสร็จออกมาแล้ว ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องจับตามอง