ชี้ปัญหาน้ำแข็งแอนตาร์กติก ทำระดับน้ำทะเลพุ่งสูง

(ภาพ-NASA via Reuters)

คณะนักวิทยาศาสตร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ค้นพบหลุมขนาดมหึมาใต้แผ่นน้ำแข็งยักษ์ของทวีปแอนตาร์กติกขนาดเกือบเท่ามหานครแมนฮัตตัน ยิ่งเพิ่มความกังวลว่าน้ำแข็งขั้วโลกอาจละลายเร็วกว่าที่คาดไว้และส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเล ซึ่งจะสูงขึ้นสู่ระดับอันตรายท่วมเมือง

หลุมในแผ่นน้ำแข็งยักษ์ดังกล่าว ถูกค้นพบใต้ธารน้ำแข็ง ธเวทส์ ซึ่งเป็นแนวธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดทางด้านตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกา บริเวณขั้วใต้ของโลก ตัวหลุมลึกถึง 304.8 เมตร ขนาดโดยรวมเท่ากับ 2 ใน 3 ของมหานครใหญ่อย่างนครแมนฮัตตันของสหรัฐอเมริกา ทำให้ปริมาตรภายในหลุมมีมากพอที่จะบรรจุมวลน้ำแข็งได้หนักถึง 14,000 ล้านตัน ซึ่งเคยจับเป็นก้อนแข็งอยู่เต็มแต่เวลานี้ละลายเป็นน้ำไปหมดแล้ว

รายงานการค้นพบดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลดาวเทียมทั้งของอิตาลี และเยอรมนี รวมทั้งผลการสำรวจภายใต้โครงการ ปฏิบัติการไอซ์บริดจ์ ของนาซาเอง ซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2010 โดยอาศัยเรดาร์ที่สามารถเจาะทะลุทะลวงแผ่นน้ำแข็งได้ติดตั้งไว้บนเครื่องบิน บินสำรวจเหนือพื้นที่ทวีปแอนตาร์กติกาทั้งหมด โดยมีเป้าหมายเพื่อหาการเชื่อมโยงระหว่างสภาพภูมิอากาศของโลกกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับทวีปที่ขั้วโลกใต้แห่งนี้

เอริค ริกน็อท นักวิทยาศาสตร์ประจำห้องปฏิบัติการเจ็ทโพรพัลชัน ของนาซา ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมศึกษาวิจัยครั้งนี้ ระบุว่า คณะทำงานเคยตั้งข้อสงสัยธเวทส์กลาเซียร์มานานนับปีแล้วว่า การเชื่อมติดกับแผ่นหินฐานของทวีปใต้ธารน้ำแข็งนี้ไม่แน่นหนาเท่าที่ควร แต่ไม่มีหลักฐานชี้ชัดจนกระทั่งได้เห็นรายละเอียดชัดเจนในครั้งนี้

ข้อมูลจากการสำรวจของนาซาแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงระดับสูงต่ำของพื้นผิวของธเวทส์ บริเวณกราวดิงไลน์ส ที่เป็นจุดเริ่มต้นก่อนที่ธารน้ำแข็งจะลอยตัวอยู่เหนือน้ำทะเล ซึ่งลดต่ำลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบข้อมูลปี 2011 กับปี 2017 นอกจากนั้น ยังพบว่า ไอซ์เชลฟ์หรือหิ้งน้ำแข็งในบริเวณดังกล่าวละลายในอัตราสูงน่าตกใจคือหายไปกว่า 198 เมตรต่อปีระหว่างปี 2014-2017


คณะนักวิทยาศาสตร์ของนาซาระบุว่า ธเวทส์มีขนาดใหญ่มาก ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 170,000 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าขนาดของกรุงเทพฯ (พื้นที่ทั้งหมด 1,569 ตารางกิโลเมตร) ถึงกว่า 100 เท่า ทำให้มันกลายเป็นกลาเซียร์ที่เป็นอันตรายที่สุดต่อมนุษย์ และนาซาเชื่อว่าถึงตอนนี้ ธเวทส์มีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลของโลกเพิ่มสูงขึ้นแล้ว 4 เปอร์เซ็นต์

ในกรณีที่กลาเซียร์มหึมานี้ถล่มละลายไปทั้งหมด นาซาประเมินว่า จะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับที่เป็นอยู่ในเวลานี้ถึง 61 เซนติเมตร ทั้งนี้ นาซาเชื่อว่าภาวะถล่มและละลายของธเวทส์สามารถเกิดขึ้นได้จริงในช่วง 50 ปีถึง 100 ปีต่อไปจากนี้

ที่น่าสังเกตก็คือระดับการหลอมละลายของธเวทส์ถือว่ายังช้าเมื่อเทียบกับอัตราการหลอมละลายของกลาเซียร์อื่นๆ ซึ่งรวมกันแล้วหากละลายหมดจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงถึงขึ้น 2.44 เมตร คุกคามเมืองตามแนวชายฝั่งทะเลทั่วโลกให้จมอยู่ใต้น้ำได้ทั้งหมด

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานผลการวิจัยอีกชิ้นที่แยกทำเป็นอิสระ เผยแพร่เมื่อปีที่ผ่านมา ระบุว่า ธเวทส์ สูญเสียมวลน้ำแข็งไปมากกว่า 240,000 ล้านตันต่อปี สูงที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกมา

พีเอทโทร มิลลิลโญ เชื่อว่าใต้ธารน้ำแข็งแห่งนี้มีความร้อนและน้ำอุ่นเข้าไปแทรกอยู่ทำให้อัตราการละลายเพิ่มเร็วผิดปกตินั่นเอง

บทความก่อนหน้านี้จับ 2 ต่างชาติผู้ต้องหาอินเตอร์โพลผิดฐานฟอกเงิน เสียหายมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท
บทความถัดไป3 หญิงไทยรวมแก๊ง’แสร้งรักออนไลน์’โดนรวบหลังจับมือชาวไนจีเรียกุเรื่องลวงสาว