ไทย-สหรัฐร่วมรณรงค์ ใช้ยารักษาโรคที่ปลอดภัย

สถานเอกอัครทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกันเปิดตัวโครงการรณรงค์ “Safe Meds, Saves Lives” เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับอันตรายจากการใช้ยาที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมและซื้อยาจากแหล่งขายยาที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งส่งเสริมการดำเนินงานของรัฐบาลในการต่อสู้กับปัญหาดังกล่าว

จากข้อมูลของสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐอเมริกา (USPTO) ระบุว่ายาปลอมและยาคุณภาพต่ำมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในแต่ละปีมีเด็กราว 250,000 คนทั่วโลกเสียชีวิตจากการได้รับยาปลอมเพื่อรักษาโรคมาลาเรียและปอดบวม ปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากการรายงานของบริษัทไฟเซอร์ในปี 2561 ระบุว่ามียาปลอมจำนวน 95 ขนานใน 113 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 29 ขนานใน 75 ประเทศเมื่อปี 2551

ในระหว่างการอภิปรายโดยคณะตัวแทนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้เข้าร่วมได้ข้อสรุปว่ายาปลอมและยาคุณภาพต่ำก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพต่อประชาชนในประเทศ นอกจากนี้ ยาที่ไม่ได้มาตรฐานและปลอมแปลงยังมีส่วนก่อให้เกิดภาวะการดื้อยาต้านจุลชีพและการติดเชื้อดื้อยาอีกด้วย คณะผู้อภิปรายแนะนำให้ซื้อยาจากร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า “การนำเข้า ผลิต และจัดจำหน่ายยาที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจต่อเจ้าของเครื่องหมายการค้าของยาเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบด้านสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วยอีกด้วย ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐและเอกชนควรที่จะผนึกกำลังกันเพื่อต่อสู้กับการกระทำที่ผิดกฎหมายนี้ เราต้องดำเนินมาตรการป้องกันโดยการจัดการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ให้กับสาธารณชน และดำเนินมาตรการปราบปรามโดยการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ”

นายกิติสรี สุขะปิณฑะ ผู้ช่วยทูตด้านทรัพย์สินทางปัญญาประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ กล่าวว่า “ยาที่ไม่ได้มาตรฐานและยาปลอมเป็นอันตรายกับผู้ป่วย อีกทั้งยังไม่สามารถรักษาโรคได้ตามที่ควรจะเป็น ส่งผลให้ผู้ป่วยขาดความมั่นใจในตัวยา ผู้ให้บริการทางการแพทย์และระบบสาธารณสุข การขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่กำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและชีวิตของประชาชน เราจึงสนับสนุนหน่วยงานของรัฐบาลไทยในการเดินหน้าขจัดการกระทำที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ให้หมดไปจากแหล่งขายยาต่างๆ รวมทั้งทางออนไลน์ ในโครงการรณรงค์ ‘Safe Meds, Save Lives’ นี้”

บทความก่อนหน้านี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานสิ่งของ ผู้สูงอายุ-นักเรียน จ.สมุทรสงคราม
บทความถัดไปเผยปีนี้คลื่นความร้อนคร่าชาวฝรั่งเศสเกือบ 1,500 ราย