‘บุหรี่ไฟฟ้า’ โรคระบาดใหม่ ในสหรัฐอเมริกา

สถานการณ์การแพร่ระบาดของอาการป่วยอันเนื่องมาจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า หรือเวป ในสหรัฐอเมริกาเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว จากจำนวนผู้ป่วย 350 รายเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 530 รายในช่วง 1 สัปดาห์ แล้วทวีจำนวนเป็น 805 ราย ใน 46 รัฐ เมื่อถึงวันที่ 26 กันยายน

จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 7 ราย เป็น 10 ราย และเป็น 13 ราย ในวันที่ 27 กันยายน

ที่สำคัญที่สุดก็คือ จนถึงบัดนี้ องค์การอาหารและยา (เอฟดีเอ) ซึ่งกำกับดูแลผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ส่งผลต่อสุขภาพของสหรัฐอเมริกา กับสำนักงานเพื่อควบคุมและป้องกันโรค (ซีดีซี) ยังไม่สามารถบ่งชี้ลงไปได้ว่าอะไรคือสาเหตุของอาการป่วยหนักและการเสียชีวิตในผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเหล่านี้

จำนวนผู้ป่วยที่มีไข้สูงมาก หายใจลำบาก ส่วนใหญ่มีอาการปอดอักเสบ ปอดบวมเหมือนติดเชื้อในปอดแต่ไม่ปรากฏเชื้อเพิ่มขึ้นมากตั้งแต่เริ่มต้นหน้าร้อนในสหรัฐอเมริกา

ปัจจัยร่วมเพียงอย่างเดียวที่พบในคนเหล่านั้นคือทุกคนใช้บุหรี่ไฟฟ้า ที่ใช้หลักการเผาน้ำยาที่เป็นของเหลวเจือน้ำมันแต่งกลิ่นและผสมนิโคตินให้เป็นควันเพื่อสูดหรือสูบแทนการสูบบุหรี่

(AP Photo/Robert F. Bukaty)

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์หรืองานวิจัยใดๆ ที่บ่งชี้ลงไปได้ว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของอาการที่แสดงออกมาเหมือนกับร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อสารบางอย่างบางชนิด ยังไม่มีการบ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์ใดหรือส่วนประกอบใดที่เชื่อมโยงกับอาการป่วยและเสียชีวิตครั้งนี้จนสามารถสรุปได้ว่าเป็นต้นตอของการระบาด

และตอนนี้ก็ยังไม่มีการเผยแพร่สถิติชนิดของผลิตภัณฑ์และน้ำยาที่ก่อให้เกิดอาการป่วยในผู้ป่วยแต่ละรายออกมาแต่อย่างใด

ผู้เชี่ยวชาญซึ่งทำหน้าที่สืบสวนโรค ในตอนแรกมุ่งความสนใจไปที่ “ทีเอชซี” สารออกฤทธิ์ซึ่งก่อให้เกิดอาการ “เมา” ที่พบในกัญชา ทั้งนี้ เนื่องจากใน 2 รัฐแรกที่มีรายงานการพบผู้ป่วยโรคนี้คือที่รัฐอิลลินอยส์ และวิสคอนซิน ส่วนใหญ่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากกัญชานี้

แต่ราว 1 ใน 5 ของผู้ป่วยระบุว่า ใช้น้ำยาที่มีนิโคตินเป็นส่วนผสมเท่านั้น

สถิติโดยรวมทั้งประเทศนั้น 7 ใน 10 ของผู้ป่วยเป็นผู้ชาย และค่ามัธยฐานหรือค่ากลางเฉลี่ยของอายุของผู้ป่วยคือ 23 ปี

ในจำนวนผู้ป่วยกว่า 500 คน ที่ให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ เกือบ 77 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า ใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของทีเอชซีอยู่ด้วย แต่ข้อมูลเดียวกันระบุว่าเกือบ 57 เปอร์เซ็นต์ ใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของนิโคติน

เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา แพทย์สืบสวนโรคจากสำนักงานสาธารณสุขนิวยอร์กตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อตรวจเนื้อเยื่อของผู้ป่วย พบสารประกอบวิตามินอี อะซีเตท สูงมากเป็นพิเศษ เป็นไปได้ว่าอาจมีการเชื่อมโยงกันระหว่างการเวปกับอาการป่วยทางปอด

ทั้งตั้งข้อสังเกตว่า พบวิตามินอี อะซีเตท ในเซลล์ภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยสูงมาก

วิตามินอี อะซีเตท เป็นสารประกอบทางเคมีประเภทไขมัน ผู้เชี่ยวชาญบางรายตั้งสมมุติฐานว่า เป็นไปได้ที่การเวปจะส่งผลให้สารนี้เข้าไปเคลือบเนื้อปอดในปริมาณมากจนก่อให้เกิดปัญหาในการทำหน้าที่ฟอกเลือดด้วยการนำออกซิเจนที่เราหายใจเข้าไปไปแทนที่คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเดิม ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบขึ้นมา

เมื่อเกิดปอดอักเสบ เซลล์ภูมิคุ้มกันจะทำหน้าที่เข้าไปแก้ปัญหา โจมตีวิตามินอี อะซีเตท ให้แตกตัวออก จนพบสะสมเป็นปริมาณมากในเซลล์ภูมิคุ้มกันดังกล่าว

แต่กระบวนการตรวจสอบยืนยันให้แน่ชัดในทางการแพทย์ยังต้องใช้เวลาอีกไม่น้อย

สถานการณ์การระบาดของโรคอันเนื่องมาจากบุหรี่ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา ทำให้ทรรศนะของเจ้าหน้าที่ทางการด้านสาธารณสุขเปลี่ยนแปลงไปในทางลบมากขึ้น

เดิมความเห็นแตกออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งชี้ว่ามีข้อเท็จจริงในเชิงสถิติแสดงให้เห็นว่า บุหรี่ไฟฟ้า หรือเวป ช่วงเร่งให้ปริมาณผู้สูบบุหรี่ในสหรัฐอเมริกาลดลงเร็วขึ้นจริง และน่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันโรคจากการสูบหรี่ที่คร่าชีวิตคนอเมริกันได้

แต่อีกหลายฝ่ายรวมทั้งซีดีซีไม่เห็นด้วยกับการส่งเสริมบุหรี่ไฟฟ้า เหตุผลสำคัญก็คือ เวปก่อให้เกิดกลุ่มผู้เสพติดนิโคตินหน้าใหม่ขึ้นในสหรัฐอเมริกาสูงมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เยาว์ ที่อาจกลายเป็นผู้สูบบุหรี่ในอนาคต

ถึงตอนนี้ สหรัฐอเมริกาสั่งห้ามขายน้ำยาเวปแต่งกลิ่นแต่งรสทั้งหมด หลายรัฐเริ่มแบนการขายบุหรี่ไฟฟ้าแล้วและเชื่อว่าจะแพร่ออกไปทั่วประเทศในไม่ช้าไม่นาน

คำแนะนำของซีดีซีก็คือควรงดใช้บุหรี่ไฟฟ้าไป จนกว่าผู้เชี่ยวชาญจะไขปริศนาลึกลับของโรคระบาดใหม่ในสหรัฐอเมริกานี้ได้นั่นเอง

บทความก่อนหน้านี้สาธิต เผย เลือกตั้งซ่อม นครปฐม พปชร.ไฟเขียวหนุน ปชป.ชิง ในนามรัฐบาล
บทความถัดไปอาสาสมัครแห่งปานามา อนุรักษ์เต่าแข่งกับเวลา