รู้ก่อนสาย เปิดวิธีถนอม ‘แบตมือถือ’ สุดรัก ให้ใช้งานได้อีกยาวๆ

รู้ก่อนสาย เปิดวิธีถนอม ‘แบตมือถือ’ สุดรัก ให้ใช้งานได้อีกยาวๆ

รู้ก่อนสาย เปิดวิธีถนอม ‘แบตมือถือ’ สุดรัก ให้ใช้งานได้อีกยาวๆ

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็มีโทรศักพท์มือถือติดตัว จะเป็นแบบปุ่มกด หรือจอล้วน ที่เรียกว่า “สมาร์ทโฟน” ก็ต่างต้องใช้พลังงานแบตเตอรี่ทั้งนั้น แน่นอนไอเท็มยอดฮิตของคนมีมือถือเดี๋ยวนี้ นอกจากเคสสวยๆ ฟิล์มกระจกหนาๆ ก็เป็น “พาวเวอร์แบงค์” นี่แหละ ที่ต้องคอยพกติดกระเป๋าเติมพลังงานระหว่างวัน เวลาไปไหนมาไหน

จริงๆ แบตเตอรี่มือถือก็นับว่าเพียงพอต่อการใช้งานประจำวัน สังเกตจากตอนซื้อมาใหม่ๆ เคยใช้งานได้เต็มวันโดยไม่ต้องชาร์จ แต่ใช้ไปไม่นาน ทำไมต้องชาร์จเติมตลอด นั้นเพราะเราใช้และดูแลมือถือสุดรักไม่ดีพอ หรือไม่ถูกต้อง

เป็นผลทำให้ แบตเตอรี่เสื่อมก่อนเวลาอันควร ต้องคอยซื้อแบตเตอรี่มาใส่ใหม่บ่อยๆ บางเครื่องราคาแบตเตอรี่ เพิ่มเงินอีกนิดก็ได้เครื่องใหม่แล้ว จึงรวบรวมเคล็ดลับการถนอมแบตเตอรี่มือถือ ให้ใช้งานได้อีกยาวๆ มาไว้ ดังนี้

 

ซื้อมือถือครั้งแรก ต้องชาร์จตลอดทั้งคืน?

ไม่จำเป็นอีกแล้ว เพราะมือถือหรือแท็บเล็ตเดี๋ยวนี้ เพียงชาร์จเต็ม แม้จะชาร์จครั้งแรก เมื่อเต็มก็สามารถนำเครื่องออกมาใช้งานได้ทันที โดยเฉพาะมือถือสมัยใหม่ ที่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน (Lithium Ion) แบตชนิดนี้ ไม่จำเป็นต้องชาร์จให้เต็มก่อนในการใช้งานครั้งแรก ส่วนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตสมัยใหม่อีกหลายรุ่น ที่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์ (Lithium Polymer) ที่ไม่มีฟังก์ชั่นดังกล่าว ก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะก็ได้แบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักเบา รูปร่างบาง ความปลอดภัยสูงเช่นกัน

ส่วนการชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืน ก็ไม่ใช่เรื่องผิด หรือต้องกลัวระเบิดอะไร เพราะระบบจะทำการหยุดชาร์จเมื่อไฟเต็ม 100% และกลับมาชาร์จเมื่อแบตลดลงถึงระดับที่กำหนด

แบตมือถือ

 

รอแบตหมดแล้วค่อยชาร์จ หรือชาร์จได้ก่อนหมด

เป็นความเชื่อของคนใช้มือถือสมัยก่อนไม่น้อย กับต้องใช้แบตเตอรี่ให้เหลือต่ำๆ แล้วค่อยชาร์จจะยืดอายุ แต่เดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นอีกแล้ว เพราะแบตมือถือปัจจุบันสามารถชาร์จได้ตลอดเวลา โดยแนะนำให้ระดับพลังงานอย่าให้เหลือต่ำกว่า 30% เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่ได้ โดยเทคนิคดังกล่าวจะสามารถยืดอายุให้ใช้งานได้ประมาณ 400 Cycles แต่หากปล่อยให้ระดับพลังงานลดลงกว่า 30% บ่อยๆ จะเหลือประมาณ 300 Cycles

ทั้งนี้ ให้หลีกเลี่ยงการใช้งานโทรศัพท์ระหว่างชาร์จอยู่ เพราะจะทำให้เครื่องร้อน และแบตเตอรี่ถูกดึงพลังงานออกมาใช้ตลอดเวลา และถูกชาร์จเข้าไปใหม่ ทำให้เป็นการสูญเสีย Cycle

 

ปลั๊ก-สายชาร์จปลอม ใช้มั่ว!

บางบ้านอาจมีมือถือหลายรุ่น จากหลายค่าย การชาร์จบางครั้งอาจด้วยความขี้เกียจ ลืม เผลอเอาปลั๊กและสายชาร์จที่ไม่ได้ตรงรุ่น โดยเฉพาะตัวเอซี – อะแดปเตอร์ (AC-ADAPTOR) ที่จำเป็นต้องใช้ให้ตรงรุ่น เพราะอะแดปเตอร์จ่ายไฟที่เหมาะสมกับมือถือรุ่นนั้นๆ จ่ายไฟออกสูง ทำให้พลังงานเข้ามือถือเร็วมาก แม้มือถือสมัยใหม่จะสามารถปรับตัวกับกระแสไฟที่เข้ามาได้ แต่ก็ต้องระวัง และทำให้แบตเตอรี่เสื่อมก่อนเวลาอันควร

รวมถึงสายชาร์จปลอมที่อาจทำให้กระแสไฟรั่วไหล ไฟไม่นิ่ง ไฟเกินได้ ซึ่งข่าวอันตรายจากปลั๊กและสายชาร์จปลอม มีมาให้เห็นบ่อยๆ

 

“เคลียร์แอปฯ ตั้ง Dark Mode ปิดWifi” ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ ?

ยังมีอีกหลายเคล็ดลับประหยัดแบตเตอรี่มือถือ ซึ่งกูรูไอทีต่างเห็นพ้องแนะนำ การเคลียร์แอปพลิเคชั่น โดยเฉพาะแอปที่ใช้งานบ่อยๆ สามารถลดการใช้พลังงานได้จริง เนื่องจากแอปพลิเคชั่นที่เปิดทิ้งไว้ จะทำงานอยู่ตลอด ทั้งตอนเปิดหน้าจอและปิดหน้าจอ อย่างกรณี Facebook เคยมีทดลองแล้วว่า หากลบการติดตั้งไป นอกจากจะทำให้แอปฯ อื่นใช้งานเร็วขึ้นถึง 15% และประหยัดพลังงานได้กว่า 20% เลยทีเดียว

การปิดไวไฟก็ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้อีกทาง หลายคนอาจใช้ไวไฟ (Wifi) ที่บ้าน ออฟฟิต ห้างสรรพสินค้า พอเคลื่อนตัวออกมาห่างสัญญาณ มือถือก็ยังคงค้นหาสัญญาณอยู่อย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นการปิดไวไฟเมื่อไม่ใช้ เป็นวิธีประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง เช่นเดียวกับการตั้งค่าหน้าจอและตามแอปพลิเคชั่นเป็ร “โหมดมืด” (Dark Mode) ก็ช่วยให้ใช้ไฟน้อยลง และทำให้ใช้งานได้นานขึ้นด้วย

โหมดมืด (Dark Mode)

ข้อมูล https://www.officemate.co.th, https://news.siamphone.com/ และ www.iphone-droid.net

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon