รู้จัก DNS และ VPN คีย์เวิร์ดไขประตูสู่โลกกว้าง

VPN DNS

รู้จัก DNS และ VPN คีย์เวิร์ดไขประตูสู่โลกกว้าง

หลังจากเว็บไซต์ Pornhub เว็บไซต์ขวัญใจมวลชนถูกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมปิดกั้นการเข้าถึงเนื่องจากมีความผิด ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ไปก่อนหน้านี้นั้น

คลิกอ่าน Pornhub เว็บหนังผู้ใหญ่ ถูกรัฐบล็อกการเข้าถึง กระทบผู้ชมชาวไทยจำนวนมาก

เพียงไม่กี่ชั่วโมงโลกออนไลน์ก็สามารถหาวิธีเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าวที่ถูกบล็อกได้แล้วอย่างกว้างขวางโดยคีย์เวิร์ดสำคัญสำหรับการเข้าถึงนั้นก็คือคำว่า DNS และ VPN ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า คีย์เวิร์ดทั้งสองคืออะไร และทำไมจึงสามารถทำให้เข้าเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกในแต่ละประเทศได้

DNS คืออะไร?

สำหรับ DNS ย่อมาจาก Domain Name System ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย ARPANET ซึ่งเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในภายใต้ความรับผิดขอบของสำนักงานโครงการวิจัยขั้นสูง หรืออีกชื่อย่อว่า ARPA เป็นระบบที่เริ่มต้นตั้งแต่การคิดค้นระบบอินเตอร์เน็ตมาเลยทีเดียว

DNS ทำหน้าที่ในการเก็บค่า IP ของแต่ละเว็บไซต์เอาไว้ โดยจะแปลง URL ของเว็บไซต์เช่น www.matichon.co.th ให้เป็นตัวเลข และตัวเลขดังกล่าวจะถูกส่งเข้าเซิร์ฟเวอร์ DNS ซึ่งเซอร์เวอร์เหล่านี้จะมีความสามารถในการจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ได้

ซึ่งค่า DNS นี้จะถูกตั้งเป็นค่ามาตรฐานตามผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต เช่น True,AIS, 3BB, DTAC และเมื่อรัฐบาลสั่งให้มีการปิดกั้นเว็บไซต์ใดก็จะถูกตั้งค่าผ่านเซอร์เวอร์ DNS ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเหล่านี้นั่นเอง

ซึ่งการจะเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นเหล่านี้ก็สามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่เปลี่ยนการตั้งค่าเว็บบราวเซอร์ให้ไปใช้เซิร์ฟเวอร์ DNS ที่เปิดให้บริการฟรีเช่น Google (Public DNS) และ Cloudflare (1.1.1.1) เป็นต้น

VPN คืออะไร?

สำหรับคีย์เวิร์ดอย่าง VPN ที่ถูกพูดถึงกันนั้นย่อมาจาก Virtual Private Network เป็นฟังก์ชั่นหนึ่งในระบบเน็ตเวิร์ค ทำให้สามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างมีความปลอดภัยมากขึ้น และมี Gateway ในการรับส่งข้อมูลที่ปราศจากการแทรกแซงจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตรวมไปถึงรัฐบาลไม่สามารถติดตามการท่องอินเตอร์เน็ตของผู้ใช้งานได้ เสมือนกับการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆผ่านอุโมงค์ที่มีความปลอดภัย

ความสามารถที่โดดเด่นในการนำมาใช้เข้าเว็บไซต์ที่ถูกรัฐบาลบล็อกก็คือ ความสามารถในการเปลี่ยนภูมิภาคการใช้งานอิตเตอร์เน็ต โดยเชื่อมต่อผ่าน VPN Server ภูมิภาคก็จะเปลี่ยนที่อยู่ตามเซิร์ฟเวอร์นั่นเอง

ซึ่งการเชื่อมต่อผ่าน VPN นั้นทำได้โดยการตั้งค่าด้วยตัวเองโดยการตั้งต่านั้นก็สามารถสอบถามได้จากผู้ดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์หรือเว็บไซต์ที่ให้บริการ VPN รวมไปถึงการใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น VPN ที่มีให้เลือกมากมายทั้งใน PlayStore สำหรับระบบปฏิบัติการ Android และ AppStore ของระบบปฏิบัติการ iOS ซึ่งก็จะมีทั้งแบบฟรีและเสียค่าบริการ  เช่น  Hotspot Shield, TunnelBear, VPN4Games เป็นต้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ครูใหญ่ขอนแก่น ประกาศ ไม่ลี้ภัย ยืนยัน3ข้อเสนอ เราจะสู้จนชนะ
บทความถัดไป‘นายกฯ’หนุนผลิตภัณฑ์ OTOP ภูเก็ต โกยรายได้สู้วิกฤติ’โควิด-19’