อัพเดทความก้าวหน้าของยานลูซี่ กับภารกิจสำรวจ  ดาวเคราะห์น้อยโทรจัน

อัพเดทความก้าวหน้าของยานลูซี่ กับภารกิจสำรวจ  ดาวเคราะห์น้อยโทรจัน

วันที่  3 พฤษภาคม เฟชบุ๊ก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ได้เผยแพร่บทความ อัพเดทความก้าวหน้าของยานลูซี่ กับภารกิจสำรวจ ดาวเคราะห์น้อยโทรจัน เรียบเรียง : นายธีรยุทธ์ ลอยลิบ – เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา ดังนี้

“Lucy” เป็นยานสำรวจเพื่อเดินทางไปศึกษาดาวเคราะห์น้อยโทรจัน (Trojan) กลุ่มของดาวเคราะห์น้อยที่มีวงโคจรทับซ้อนกับวงโคจรของดาวพฤหัสบดี ซึ่งยังไม่เคยมีการส่งยานไปสำรวจดาวเคราะห์น้อยกลุ่มนี้มาก่อน นั่นหมายความว่า Lucy จะเป็นยานลำแรกที่จะเดินทางไปสำรวจและเก็บข้อมูลของพวกมันอย่างจริงจัง หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการได้เปิดเผยแผนภารกิจและข้อมูลของชุดเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่จะติดตั้งไปกับยาน Lucy ประกอบด้วยเครื่องมือหลัก ๆ ทั้งหมด 4 ชุด ได้แก่

1) Multi-spectral Visible Imaging Camera (MVIC) และ Linear Etalon Imaging Spectral Array (LEISA) หรือ L’Ralph ทำหน้าที่ถ่ายภาพของดาวเคราะห์น้อยและส่งข้อมูลให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบและปริมาณของธาตุต่าง ๆ บนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยเป้าหมาย

2) Long Range Reconnaissance Imager หรือ L’LORRI เป็นกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงที่จะถ่ายภาพในช่วงความยาวคลื่น 0.35 – 0.85 ไมครอน

3) Thermal Infrared Spectrometer หรือ L’TES ทำหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิของดาวเคราะห์น้อยและศึกษาโครงสร้างของดาวเคราะห์น้อย

4) High-Gain Antenna จานรับ-ส่งสัญญาณคลื่นวิทยุ ใช้ติดต่อกับทีมควบคุม และยังสามารถใช้วัดมวลของดาวเคราะห์น้อยเป้าหมายโดยใช้หลักการ Doppler Shift ได้อีกด้วย (หลักการเดียวกับเวลาที่เราได้ยินเสียงรถพยาบาลที่แล่นผ่านเปลี่ยนไป เนื่องจากเกิดปลี่ยนแปลงความถี่คลื่นและความยาวคลื่น)

ล่าสุด Donya Douglas-Bradshaw ผู้จัดการโครงการได้เปิดเผยภาพที่แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าของโครงการ ขณะนี้ได้ตั้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์เกือบจะครบทุกชิ้นแล้ว

หนึ่งในอุปกรณ์ที่น่าสนใจของยานลำนี้ คือ L’TES ที่ออกแบบและพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต (Arizona State University) จากนั้นส่งมายังบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin Space) ที่เป็นบริษัทด้านอากาศของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2563 และเริ่มประกอบ L’TES เข้ากับยานอวกาศ หน้าที่หลักของเครื่อง L’TES คือการตรวจวัดพลังงานในช่วงอินฟราเรดที่ปลดปล่อยออกมาจากพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยกลุ่มโทรจัน ในช่วงความยาวคลื่น 4 – 50 ไมโครเมตร ทำให้ระบุองค์ประกอบพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยได้ รูปแบบและการติดตั้ง L’TES ถูกถอดแบบมาจากอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ของยาน OSIRIS-REx และ Mars Global Surveyor ซึ่งทำหน้าที่ตรวจวัดและวิเคราะห์องค์ประกอบและโครงสร้างของวัตถุเป้าหมาย ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิในช่วงความยาวคลื่นอินฟราเรด

ถึงแม้ว่าประชากรโลกต้องเผชิญกับปัญหาจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งผลกระทบลุกลามไปถึงโครงการวิจัยและภารกิจสำรวจอวกาศ แต่นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการยังยืนยันว่า Lucy ยังเดินตามแผนงานทุกประการ และผลปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนเป็นไปอย่างน่าพอใจ และวางแผนไว้ว่าจะส่งยาน Lucy ขึ้นสู่อวกาศในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2564

ดาวเคราะห์น้อยได้ชื่อว่าเป็นวัตถุที่เก่าแก่ที่สุดในระบบสุริยะ หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ อาจนำมาซึ่งองค์ความรู้ใหม่ที่จะอธิบายได้ว่าระบบสุริยะในยุคแรกเริ่มนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เช่นเดียวกันกับการค้นพบฟอสซิลอายุราว ๆ 4 ล้านปี อย่างป้าลูซี ที่ทำให้จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของต้นตระกูลของมนุษย์ถูกเติมเต็มมากขึ้น และนั่นคือที่มาของการตั้งชื่อว่า ยาน Lucy

ภาพ จาก นาซา

อ้างอิง :
[1] https://www.nasa.gov/…/first-mission-to-the-trojan…

[2] https://www.nasa.gov/image…/goddard/2020/lucy-spacecraft

[3] https://www.nasa.gov/…/first-scientific-instrument…

[4] http://lucy.swri.edu/mission/Spacecraft.html

[5] https://en.wikipedia.org/wiki/Doppler_effect

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘มาดามแป้ง’ ประกาศกักตัว 14 วัน หลังคนงาน-แม่บ้าน ในบ้านติดโควิด-19
บทความถัดไปหญิงหน่อย แนะ นำเงินที่เหลือ 3.8 แสนล้าน เยียวยาปชช.