คอลัมน์ TasteTest : หัวเว่ย พี20โปร ไลก้า 3 เลนส์ กับ เอไอ อัจฉริยะ

เป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่น ที่ใครหลายคนอยากจับจอง สำหรับ “หัวเว่ยพี20” ซีรีส์ ซึ่งรุ่นที่ได้มาทดสอบ คือ หัวเว่ย พี20 โปร ที่บอกเลยว่า เห็นเครื่องแล้ว สวยงามจับใจอย่างมาก เพราะได้เป็นรุ่นที่เป็นสีแบบไล่ระดับ ทไวไลท์ แบบสีแมลงทับ ที่หลายคนอยากได้ สีสวยจริง เพียงแต่ว่าตัวเครื่องฝาหลังที่เป็นโลหะกับกระจก ทำให้เวลาจับก็จะเป็นรอย แม้จะช่วย แต่ก็ต้องคอยเช็ดอยู่บ่อยๆ และหลายคนก็จะบอกว่า รู้สึกว่าลื่น ก็จะแก้ปัญหาด้วยการใส่เคสเข้าไป ซึ่งในกล่องก็มีเคสใสมาให้ เหมาะกับเครื่องอย่างมากเพราะจะได้โชว์สีของตัวเครื่องด้วย แถมไม่ต้องไปหาซื้อหลังเปิดกล่อง

หน้าจอของเครื่งอยู่ที่ 6.1 นิ้ว สัดส่วนเป็น 18.7 : 9 และหน้าจอแสดงผลเป็น OLED น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ประมาณ? 180 กรัมเท่านั้น

มาถึงจุดเด่นของเครื่องรุ่นนี้กัน แน่นอนว่า ถ้าพูดถึงสมาร์ทโฟนเรือธงของหัวเว่น ก็ต้องนึกถึง “ไลก้า” รุ่น พี20โปรนี้ มีกล้องหลังมาให้ 3 ตัวด้วยกัน โดยกล้องตัวบนสุด เป็นเลนส์เทเล 8 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องตัวถัดมา เป็นกล้องหลัก ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล และกล้องอีกตัว ที่แยกออกมาต่างหาก คือกล้องสำหรับถ่ายภาพขาวดำ ตามแบบฉบับของสมาร์ทโฟนหัวเว่ย ที่ต้องมีกล้องขาวดำมาให้ ซึ่งแน่นอนว่า มันจะทำให้การถ่ายภาพขาวดำเป็นไปได้อย่างสวยงามและเนียนทีเดียว โดยกล้องเลนส์สำหรับถ่ายขาวดำนี้ ความละเอียดอยู่ที่ 20 ล้านพิกเซล

ในส่วนของการถ่ายภาพนั้น ก็ต้องบอกว่า ให้ความสนุกสนานอย่างมาก กับโหลดหน้าชัดหลังละลาย หรือแม้แต่จะทำให้หน้าละลายหลังชัด ทำได้ทั้งตอนถ่ายและหลังจากถ่ายไปแล้ว มาปรับโหมดภาพเอาก็ได้ โดยเฉพาะโหมดโปร ที่ยังคงช่วยทำให้การถ่ายภาพระดับมือสมัครเล่น กลายเป็นระดับมืออาชีพได้ไม่ยาก

ยิ่งมีตัวช่วย เป็นปัญญาประดิษ?ฐ์ หรือเอไอ ที่ให้มาด้วย ยิ่งทำให้การถ่ายภาพสนุกยิ่งขึ้นไปอีก เพราะความฉลาดของเครื่อง จะช่วยปรับโหมดการถ่ายภาพให้เราแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องมาตั้งค่าอะไรมาก อย่างถ่ายภาพอาหาร ก็จะเป็นโหมดอาหาร หรือถ่ายภาพต้นไม้ ก็จะถูกปรับเป็นโหมดต้นไม้ นอกจากนี้ เอไอ ก็ยังสามารถช่วยในการปรับแสงต่างๆได้
ส่วนของกล้องหน้า ขนาด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 ก็มีโหมดถ่ายภาพเซลฟี่สวยๆ มากมาย ปรับระยะลึก ชัดตื้น ก็ได้

โดยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง มาพร้อมกับโหมด 3D Portrait Lighting ที่ถ่ายภาพแบบบุคคล และเลือกสภาพแสงต่างๆได้อย่างง่ายดาย อย่างแสงอ่อน แสงแบบผีเสื้อ หรือแสงเวที เลือกได้ว่าต้องการให้แสงตกกระทบหน้าอย่างไร สว่างตรงไหน

นอกเหนือจากเรื่องของกล้อง สเปคโดยรวมของเครื่องถือว่าสูงอย่างมาก อย่างแรมก็ให้มาถึง 6GB แถมยังประกอบภายใต้มาตรฐานการน้ำกันฝุน IP67/68

โดยรุ่นนี้ ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาให้แล้ว มีเหลือแต่ช่องยูเอสบี ไทป์-ซี เท่านั้น ก็เท่ากับว่า เป็นรูเดียว ใช้ได้ทั้่งเสียบสายชาร์จ และเสียบหูฟัง ซึ่งหูฟังที่ให้มา ที่ปลายสายก็เป็นสายไทป์-ซี แต่ถ้าใครยังอยากใช้หูฟัง 3.5 มม.ของตัวเองที่มีอยู่ ก็สามารถที่จะใช้ตัวแปลงที่ให้มาในกล่องมาเสียบช่องไทป์-ซี แล้วเสียบหูฟังแบบ 3.5 มม.เข้าไปได้

และรุ่นนี้ ก็เป็นอีกรุ่นหนึ่ง ที่รองรับ 2 ซิมการ์ด แต่ไม่สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบไมโครเอสดีได้ แต่ตัวเครื่องก็ให้หน่วยความจำรอมมาสูงถง 128 GB แล้ว ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการเก็บข้อมูล

ส่วนที่สแกนลายนิ้วมือ อยู่ที่บริเวณปุ่มโฮมนั่นเอง หรือถ้าอยากจะใช้การปลดล็อกด้วยใบหน้า ก็สามารถทำได้ และแม่นยำมากเสียด้วย จะถอดแว่นหรือไม่ได้แต่งหน้า ถ้ายังเป็นเจ้าของตัวจริงๆ ก็จะสามารถปลดล็อกได้ ซึ่งการปลดล็อกด้วยใบหน้านี้ ช่วยอำนวยความสะดวกได้ดีอย่างยิ่งโดยเฉพาะในตอนที่มือไม่ว่างที่จะไปสแกนลายนิ้วมือ ก็เอาใบหน้าเรานี่แหละ ปลดล็อกหน้าจอของเครื่องได้

ส่วนแบตเตอรี่ ให้มาความจุ 4,000 mAh แถมยังรองรับการชาร์จไฟเร็วอีกด้วย อยู่ได้นาน แถมชาร์จไฟเร็ว สะดวกคล่องตัว

สุดท้าย กับเครื่องความแหว่งของจอบน อันเนื่องมาจากกล้องด้านหน้านั้น หัวเว่ยก็ออกแบบให้เจ้าของเครื่อง สามารถลบความแหว่งออกไปเองได้ ส่วนราคาเครื่องอยู่ที่ประมาณสองหมื่นกว่าบาท ก็ถือว่า คุ้มค่ากับสเปคต่างๆที่ได้มา รวมไปถึงเลนส์ไลก้าถึง 3 ตัว

ใครที่รักการถ่ายรูป และอยากได้รูปแบบโปรๆ พลาดไม่ได้จริงๆ

บทความก่อนหน้านี้สภาวิศวกรยันจุดยืน ไม่เปิดเสรีต่างด้าวทำอาชีพโยธา
บทความถัดไป“คิงส์เกต”ฟ้องรบ.ไทย เริ่มอนุญาโตตุลาการเต็มรูปแบบ