เหยี่ยวถลาลม : ตระกูล‘ช’จะทำอะไร

ต้องย้อนกลับไปศึกษาค้นคว้าและทบทวนประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก เอกสารหลักฐานมีพร้อมพอที่จะชี้ “เจตนา” และ “พฤติการณ์” ว่าปฏิบัติการครั้งหนึ่งๆ ของคณะบุคคลเหล่านั้น “มุ่งหมายในสิ่งใด”

ก่อนที่จะมีนโยบาย 66/23 สังคมไทยหมกมุ่นและลุ่มหลงอยู่กับการสร้างความเกลียดชังด้วยวาจาหรือเฮทสปีช (Hate Speech) หลายทศวรรษ

ต้องค้นคว้าศึกษาจากประวัติศาสตร์ว่า ใครริเริ่มแบ่งพวกแยกข้าง สร้าง “สีดำ”กับ “สีขาว”ขึ้นมา

“เฮทสปีช” อาจจะอาศัยเชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ ถิ่นฐานภูมิลำเนา ความแตกต่างทางความคิด อุดมการณ์ทางการเมือง เป็นจุดเริ่มต้นของการ “แบ่งแยก” จากนั้นก็เหยียดหยาม ทำให้ต่ำทราม ย้อมสีให้ชั่วร้าย แล้วจึงยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง จนถึงขั้นปลุกคนให้ลุกขึ้นมาฆ่าฝ่ายตรงกันข้าม ดังเช่นที่เคยมีพระภิกษุชื่อดังรูปหนึ่งถึงกับประกาศต่อสาธารณชนว่า “ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป”

“6 ตุลาคม 2519” ในประวัติศาสตร์คือผลงานชิ้นสำคัญของ “สายเหยี่ยว” ที่ใช้ทั้งการปลุกระดมและปฏิบัติการไล่ล่าล้อมฆ่า

หลังจากรัฐบาลมีนโยบาย 66/23 “สายเหยี่ยว” ถึงได้เก็บตัว ปล่อยให้ “สายพิราบ” มีบทบาท
แต่ก็ชั่วอึดใจ

11 ปีถัดมา ในเดือนกุมภาพันธ์ 2534 “รสช.” หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก็ก่อการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ จากนั้นก็วางแผนปูทางสืบทอดอำนาจ แต่เกิดเหตุ “พฤษภา’35” ที่ “รสช.” ตัดสินใจปราบปรามฝ่ายต่อต้านอย่างรุนแรงเฉียบขาด “สายเหยี่ยว” จึงพ่ายแพ้ ต้องเก็บตัว ลดบทบาทลงอีกครั้ง

ไม่มีคำว่า “สาย” สำหรับการรอคอย


14 ปีต่อมา การก่อเกิดใหม่มาพร้อมกับการทำลาย

“เฮทสปีช” ชุดใหม่ภายใต้แนวคิดเก่าก็ถูกสร้างขึ้น เช่น ระบอบทักษิณ ล้มเจ้า ทุจริตเชิงนโยบาย ผลประโยชน์ทับซ้อน ไปจนถึงขบวนการล้มเจ้า

19 กันยา 2549 “คมช.” หรือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณ ต่อมาแม้จะจัดตั้งกลุ่มตัวแทนสืบทอดอำนาจ เขียนกติกาขึ้นมาเล่นกันใหม่ แต่ที่สุดก็พ่ายแพ้อย่างหมดท่าในสนามเลือกตั้ง

ตามประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย “การกำจัดฝ่ายตรงข้าม” ใช้ 2 วิธีประสานกัน

หนึ่งคือ วาจา หรือเฮทสปีช กับสองคือ ปืน

22 พ.ค.2557 “คสช.” ก่อการรัฐประหาร

ย้อนกลับไปศึกษา ค้นคว้า ทบทวนดู

แผนเดิม-เหมือนเดิมทุกประการ !?!!

บทความก่อนหน้านี้การเลือกตั้งอินโดนีเซีย บทเรียนประชาธิปไตยสำหรับผู้นำทหารและชนชั้นนำไทย : โดย อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์
บทความถัดไปอุตสาหกรรมไข่ไก่ในอุดมคติ : โดย มณวลัญช์ ธาตุธรรม