แจ้งข้อหาหนัก”พ่อ-ลูก”รับพรมน้ำมนต์ซัลโวลูกซองใส่หญิงที่ท่าแร้ง ให้การบิดตร.เป็นบึ้มปิงปอง

จากกรณีเจ้าหน้าที่พบศพนางมานิต คงวิเศษ อายุ 55 ปี สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อลายดอก กางเกงขาสั้นสีดำ ที่บริเวณใบหน้าถูกแรงระเบิด และมีเลือดกระจายไปทั่วบริเวณภายในใต้ถุนบ้านเลขที่ 20 ซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 10 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ทีแรกได้รับแจ้งว่าเป็นเหตุระเบิดปิงปอง แต่เมื่อสอบปากคำพบว่านายวิโรจน์ สำราญเกต เจ้าของบ้านซึ่งรับพรมน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์รับว่าเป็นผู้ลงมือสาเหตุจากการมีปากเสียงกันจึงลงมือดังกล่าว ก่อนแจ้งเพื่อนผู้ตายซึ่งมาพรมน้ำมนต์ในบ้านหลังดังกล่าวให้บอกว่าเป็นเหตุระเบิด ก่อนจำนนด้วยหลักฐาน เหตุเกิดเมื่อข่วงค่ำของวันที่29 สิงหาคม ท้องที่สน.คันนายาว

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาวกล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่าตอนแรกเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุระเบิดปิงปอง จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ ก่อนพบว่าในจุดเกิดเหตุพบหัวกระสุนปืนลูกซองสั้น เมื่อนำตัวนายวิโรจน์มาเค้นสอบก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงผู้ตายเอง โดยเจ้าหน้าที่ยังพบว่าลูกชายวัย17ปี ของนายวิโรจน์อยู่ในช่วงเกิดเหตุแต่ได้หนีไปจากจุดเกิดเหตุ ตำรวจจึงได้คุมตัวมาสอบปากคำ ทางลูกชายได้พาไปชี้จุดที่ปืนซึ่งใช้ก่อเหตุนั้นฝังอยู่หลังบ้าน เจ้าหน้าที่ได้พบปืนตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ตอนนี้เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาแก่นายวิโรจน์กับลูกชายในข้อหาร่วมกันฆ่าคนตาย และร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับสาเหตุที่แจ้งข้อหาทั้งคู่ เนื่องจากนายวิโรจน์รับว่าเป็นผู้ยิง และลูกชายเป็นคนนำชี้จุดที่อาวุธปืนถูกฝัง รับว่าเป็นคนเอาปืนไปฝัง จึงเข้าข่ายการกระทำผิดตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจเขม่าดินปืนเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของทั้งสองส่งให้ทางพฐ.ตรวจสอบว่าใครมีคราบเขม่าปืน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งรัดผลตรวจ คาดว่าจะใช้เวลา1 สัปดาห์ถึงจะทราบผลว่าใครเป็นผู้ลงมือลั่นไกกันแน่

ผกก.สน.คันนายาวกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ตายและนายวิโรจน์นั้นไม่ได้เป็นร่างทรง แต่นายวิโรจน์นั้นปกติจะรับพรมน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ให้บุคคลทั่วไป โดยมีเครื่องรางของขลัง เช่นปลัดขิกจำนวนมาก ส่วนผู้ตายนั้นทำหน้าที่แค่พาเพื่อนมาพรมน้ำมนต์เท่านั้น โดยผู้ตายกับนายวิโรจน์รู้จักกันมานาน ทางคนแถวนั้นก็ยังคิดว่าลูกชายเป็นคนทำมากกว่า ซึ่งจากการสอบปากคำนายวิโรจน์กับผู้ตายก็ยังให้การวกไปวนมา ทำให้ยังไม่ทราบถึงมูลเหตุการลงมือครั้งนี้ รู้เพียงแค่ว่ามีปากเสียงกันเท่านั้น อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดและในวันที่ 31 สิงหาคมก็จะคุมตัวส่งศาล โดยนายวิโรจน์จะนำตัวส่งศาลจังหวัดมีนบุรี ส่วนลูกชายนั้นอายุ17ปีเป็นเยาวชน ก็จะนำตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านนายวิโรจน์กล่าวว่า รู้จักคบหากันกับผู้ตายมา20ปีแล้ว ที่ผ่านมาตนกับผู้ตายเคยทำพิธีตั้งศาลพระภูมิร่วมกัน วันเกิดเหตุผู้ตายพาเพื่อนมาพรมน้ำมนต์ ตนเอาปืนของกลางมาหยอกผู้ตายเล่น ปกติจะนำลูกกระสุนออก แต่วันเกิดเหตุไม่ได้เอาออก ทำให้ปืนลั่นใส่ผู้ตายเสียชีวิต แต่ที่ไม่ได้ให้การตั้งแต่ต้นรับสารภาพเพราะด้วยความตกใจกลัวเลยแต่งเรื่องว่าเป็นระเบิดปิงปองก่อนจำนนด้วยหลักฐาน

นายวิโรจน์กล่าวว่า ตนเป็นคนยิงไม่ใช่ลูก และตนเป็นคนสั่งให้ลูกเอาปืนไปซ่อน โดยสาเหตุที่ลูกชายออกจากจุดเกิดเหตุ ก็เพราะตนสั่งให้ลูกชายพาน้องสาวคนเล็กที่ร้องไห้ตกใจจังหวะเกิดเหตุ พาไปไว้ที่บ้านเพื่อนก่อน ขอยืนยันว่าสาเหตถการลงมือนั้น ไม่ได้ทะเลาะกัน เพียงแค่เล่นหยอกกันเรื่องปืนกัน สำหรับตนนั้นนับถือเจ้าพ่อจรเข้บัวซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่แถวบ้านพักพอดี

อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่พบว่าจระเข้บัวนั้นเป็นชื่อแขวงแห่งหนึ่งในเขตลาดพร้าว จากการตรวจสอบประวัติไม่พบว่ามีเจ้าพ่อจระเข้บัวด โดยนายวิโรจน์ให้การวกไปวนมา เจ้าหน้าที่จึงยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ แต่จะรอประจักษ์หลักฐานเพื่อสรุปสำนวนคดีต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ซุป’ตาร์แดนอิเหนา : ยูโดสาว ‘ริซ่า’ กชกร วรสีหะ แรงผลักดันจาก ‘ครอบครัว’
บทความถัดไปชุมชนตลาดเก่าอ่วม! น้ำท่วมสูงกว่า 1.20 ม. กระทบ 4 อำเภอ ร.ร.สั่งปิดแล้ว 1 แห่ง