จากกรณีนายดอยธิเบศร์ ดัชนี บุตรชายและผู้จัดการมรดกของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนะศิลป์ พ.ศ. 2544 เข้าแจ้งความกับตำรวจว่า ภาพเขียนของพ่อจำนวน 113 รูป มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท หายไปสถานที่จัดเก็บ โดยเมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา ตำรวจได้ทำการตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี พบภาพวาดนกอินทรี 4 ชิ้น จึงได้ทำการยึดเพื่อนำไปตรวจสอบ และยังเหลือรูปภาพที่นายแพทย์ รพ.ชื่อดัง ผู้กำกับโฆษณาชื่อดัง และผู้บริหารบริษัทกระดาษชื่อดัง ครอบครองอยู่อีกจำนวน 4 ภาพ เตรียมเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาด้านน.ส.ทิพย์ชาติ วรรณกุล ภรรยานอกสมรสของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ได้มีการส่งหนังสือไปถึงนายดอยธิเบศร์ เรื่องของการจัดการมรดกนั้น
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายดอยธิเบศร์ เปิดเผยว่า สำหรับหนังสือของอีกฝ่ายนี้ ตนยังไม่ได้รับทราบเรื่องเลย แต่ทราบจากข่าวของสื่อมวลชน เรื่องนี้คงให้ทางทนายความรับเรื่องไปถ้าอีกฝ่ายส่งหนังสือมา ขอชี้แจงทีละประเด็นดังนี้ เรื่องการทำบัญชีทรัพย์สินนั้นไม่มีปัญหาเพราะได้ดำเนินการอยู่แล้ว แต่จะให้ทางทนายความไปยื่นขอขยายเวลาในการทำบัญชีทรัพย์สินต่อทางศาล ส่วนเรื่องเงินที่อีกฝ่ายอ้างว่ามีการถอนจากบัญชีไปนั้นและให้นำเงินมาคืน ขอยืนยันว่าไม่ได้ถอนเงินจากบัญชีเลย ไม่เคยแตะต้องเงินในบัญชีดังกล่าวเลย เงินก็ยังอยู่เหมือนเดิม
นายดอยธิเบศร์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการไปขอเข้าไปถ่ายภาพที่พิพิธภัณฑ์บ้านดำนั้น ชี้แจงว่าอีกฝ่ายไม่ต้องมาขอตน เพราะอีกฝ่ายได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลให้คุ้มครองชั่วคราวสั่งห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์สินในบ้านหลังดังกล่าวตั้งแต่วันที่5 สิงหาคม ก่อนที่ทางศาลแพ่งจะมีคำตัดสินเรื่องใครเป็นผู้จัดการมรดกด้วยซ้ำไป ตนก็ทำตามคำสั่งศาล และไม่มีใครเคลื่อนย้ายทรัพย์สินแน่นอน เพราะศาลสั่งไว้แล้ว ดังนั้นอีกฝ่ายไม่ต้องกลัว ส่วนเรื่องไฟล์ภาพนั้น ก็ให้ไปขอทางกองพิสูจน์หลักฐานเอง เพราะตนส่งหลักฐานไปให้พฐ.ตรวจสอบแล้ว เนื่องจากเป็นหน่วยที่เป็นกลางที่สุด อีกฝ่ายไปขอผลได้เลย เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องทำหนังสือออกเป็นข่าวเลย โดนเฉพาะเรื่องเงิน ศาลท่านมีคำสั่งคุ้มครอง ตนไปยุ่งก็เป็นการทำผิดกฎหมาย ส่วนคดีในชั้นศาลเรื่องมรดกว่าใครจะได้รับเท่าไหร่นั้น ก็จะมีการไต่สวนในเดือนมกราคมปีหน้า ก็ต้องสู้ในชั้นศาลกันต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย
“ผมว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องภาพวาดของพ่อที่ได้คืน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันที่ผมดีใจมาก เพราะภาพวาดที่ได้รับคืนมานั้น ทางเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นผลงานของพ่อ ส่วนนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า การที่อีกฝ่ายออกมาให้ข่าวเรื่องอื่น เหมือนเป็นการเบี่ยงเบียนประเด็น ส่วนเรื่องรูปที่หายไปนั้นก็จะมีการตรวจสอบต่อไป จากนี้อาจจะเดินทางไปที่สน.บางชันอีกพร้อมผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาพถ่ายและจากบริษัทกล้องเพื่อตรวจสอบรูป แต่ต้องรอทางผู้เชี่ยวชาญสะดวกก่อน และหากจะเข้าไปวันใดก็จะแจ้งกำหนดการในเฟซบุ๊กของผม” นายดอยธิเบศร์กล่าว

