พ่อหนุ่มเมาคลั่งทำร้าย ร.ต.ต.รับศพ ข้องใจลูกตายบนโรงพัก หมอชี้เลือดคั่ง กะโหลกแตก ผบ.ตร.กำชับให้ความเป็นธรรม

ความคืบหน้ากรณีนายวายุ กัญญประสิทธิ์ อายุ 27 ปี คลุ่มคลั่งอาละวาดใช้ไม้หน้าสามฟาด ร.ต.ต. วิทยา อาจหาญ รองสารวัตรปราบปราม สภ.ภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะที่เข้าระงับเหตุคลั่งบริเวณถนนสายวังใหญ่-หนองบัวเเดง บ้านแหลม ตำบลบ้านแหลม อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ ต่อมานายวายุ เสียชีวิต ขณะอยู่ในการควบคุมของตำรวจ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และพล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ตรวจสอบเหตุและดูแลเร่งรัดคดี โดยกำชับให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย เบื้องต้น ทราบว่ามีการแยกคดีเป็น 2 คดี คือ คดีทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ และกรณี นายวายุ เสียชีวิต ขณะอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการเสียชีวิตของผู้ต้องหา ต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน

“ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกทำร้ายร่างกาย ทางผบ.ตร. ได้สั่งการให้นำเฮลิคอปเตอร์ไปรับตัวมารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจเมื่อวานนี้ ซึ่งทันทีที่เข้าพักรักษาตัว ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมคณะ ได้ไปเยี่ยม ที่โรงพยาบาลตำรวจด้วยตนเองพร้อมกำชับให้ดูแลเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ร.ต.ต.วิทยา พึงได้รับ

ขณะที่ช่วงเวลา 12.30 น. วันเดียวกันที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ(รพ.ตร.) นายประดิษฐ์ กัญญาประสิทธิ์ อายุ 50 ปี บิดาของนายวายุ พร้อมกับพ.ต.อ.กฤษฎา ชฎาแก้ว รองผกก.สืบสวนสอบสวน สภ. ภักดีชุมพล เดินทางมารับศพนายวายุ

นายประดิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชาย โดยเชื่อว่าตำรวจใช้ไม้หน้าสามตีลูกชายจนเสียชีวิต เนื่องจากตัวเองเป็นคนแรกที่เข้าไปยับยั้งเหตุการณ์ที่ลูกชายใช้ไม่ทำร้ายตำรวจจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างนั้นตำรวจที่ชื่อเอก ได้ใช้ไม้หน้าสามกระหน่ำตีลูกชายประมาณ 5 ครั้ง โดยที่ลูกชายไม่ได้ตอบโต้หรือคลุ้มคลั่ง ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวไปยังสภ. ภักดีชุมพล ระหว่างที่ถูกคุมตัวภายในห้องขัง ทางครอบครัวได้นำยาแก้ปวด ไปให้นายวายุรับประทาน จนกระทั่งมาทราบข่าวอีกครั้งในตอนเช้าว่าลูกชายเสียชีวิต จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีอย่างเป็นกลาง

นายประดิษฐ์  กล่าวด้วยว่า ยอมรับว่าลูกชายติดยาเสพติดจริงและติดมานานแล้ว คลุ้มคลั่งจากการติดยาเสพติด ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกดำเนินคดี จนกระทั่งวันเกิดเหตุ เกิดอาการคุลุ้มคลั่งและใช้อาวุธไล่ทำร้ายตำรวจหลังเกิดเหตุ ตัวเองเป็นคนให้ตำรวจ ควบคุมตัวลูกชายไปที่โรงพัก แทนที่จะพาไปส่งโรงพยาบาล เพราะเกรงว่าลูกชายจะคลุ้มคลั่งไปอาละวาดคนที่อยู่ในโรงพยาบาล

ขณะที่ พ.ต.ท. กฤษฎา กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาให้นำศพของนายวายุส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เนื่องจากโรงพยาบาลที่ภักดีชุมพล ไม่สามารถหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายวายุได้ โดยยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้ทำร้ายร่างกาย หรือซ้อมนายวายุบนโรงพักจนเสียชีวิตระหว่างการควบคุมของตำรวจ ตามที่มีกระแสข่าว ประเด็นสำคัญ ที่ทางแพทย์จะต้องตรวจ คือ สารเคมีที่ตกค้างในร่างกายของนายวายุ โดยเฉพาะสารเสพติดที่ทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง และยาที่ญาตินำไปให้นายวายุรับประทานก่อนที่จะเสียชีวิต โดยแพทย์ที่ชันสูตร จะต้องเป็นผู้ชี้ชัดว่า นายวายุ เสียชีวิตจากสาเหตุการถูกทำร้ายร่างกาย หรือว่าเสียชีวิตจากยาที่รับประทาน
“ส่วนความคืบหน้าทางคดี ตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่สามารถสอบปากคำบุคคลใดได้ เนื่องจากตำรวจที่เข้าระงับเหตุได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 นาย โดยหลังจากนี้จะเรียกชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ รวมทั้งพยานแวดล้อมเข้ามาให้ปากคำกับทางคำรวจด้วย”พ.ต.ท.กฤษฎา กล่าว

ด้านแพทย์นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เผยผลการผ่าชันสูตรพลิกศพสาเหตุการเสียชีวิตของนายวายุ เบื้องต้นว่า เกิดจาก กระโหลกศีรษะแตก มีเลือดคั่งในเยื่อบุสมอง จากการถูกกระทบกระแทก

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“พรรคเพื่อไทย” ปฏิเสธตั้งปมตั้งพรรคสำรอง ยินดีร่วมงานเพื่อธรรม หากอุดมการณ์เดียวกัน
บทความถัดไป‘วิโรจน์’ ชี้ อดีตส.ส.บินพบแม้ว เพราะผูกพันเคารพกัน ไม่เกี่ยวกับพรรค