เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายคลุ้มคลั่งทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภักดีชุมพล จว.ชัยภูมิ จนเจ็บสาหัส และภายหลังผู้ต้องหาได้เสียชีวิตระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมาพล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.พีระพงษ์ อุดมพรวัฒนะ ผกก.สภ.ภักดีชุมพล ไปปฏิบัติราชการ ที่ ศปก.ภ.จว.ชัยภูมิ โดยให้ขาดจากตำแหน่งและหน้าที่ทางสังกัดเดิมและให้ พ.ต.อ.สุวิจักขณ์ จันทร์เยี่ยม รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ รักษาราชการแทน ผกก.สภ.ภักดีชุมพล อีกหน้าที่หนึ่ง โดยไม่ขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่ายและสามารถตอบคำถามของสังคมได้
“ส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ผู้ต้องหาเสียชีวิตระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่นั้น ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ ภัคคะธนิตศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิเป็นประธานการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว เพื่อให้ทราบว่าสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงและเพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลใดหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจนายใด ถูกทำร้ายในระหว่างการจับกุมและอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานหรือไม่ โดยให้รายงานผลให้ทราบภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม สำหรับสำนวนชันสูตรพลิกศพผู้ต้องหา กรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่นั้น การชันสูตรพลิกศพ พนักงานอัยการ พนักงานฝ่ายปกครอง ตั้งแต่ระดับปลัดขึ้นไป ในท้องที่ที่ศพ เป็นผู้ชันสูตรพลิก ศพร่วมกับพนักงานสอบสวนและแพทย์ ส่วนการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ พนักงานอัยการร่วมกับพนักงานสอบสวน ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพให้เสร็จภายใน 90 วัน”
รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า หากผลการชันสูตรพลิกศพหรือผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเป็นความบกพร่องของผู้ใด ก็จะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามอำนาจหน้าที่ทั้งทางวินัยและทางอาญากับผู้นั้นอย่างเด็ดขาด ยังรวมไปถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ที่มีการปล่อยปละละเลย ให้เกิดความบกพร่องและมีความเสียหายเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

