รวบโจรจี้ชิงทรัพย์ทำร้ายร่างกายชาวญี่ปุ่น รับหาเงินซื้อกัญชา!

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รอง ผบช.น. ได้รับรายงานการจับกุมคดีที่น่าสนใจจาก พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 โดยมีรายละเอียดระบุว่า พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.โอภาส ดาวกระจาย รอง ผกก.ป.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อัครัช ถนอมชาติ สว.สส. พ.ต.ต.เดโช ประสานศรี สว.สส. พ.ต.ต.ธนากร งามเย็น สวป. พร้อมด้วยตำรวจฝ่ายสืบสวนและฝ่ายปราบปราม สน.ทองหล่อ ได้ร่วมกันจับกุม นายปวินท์ หรือปาล์ม ธัญญโรจน์ อายุ 20 ปี และนายสุริยา หรือแชมป์ พานคำ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตระเวนชิงทรัพย์นักท่องเที่ยว

พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 3กง 2278 กรุงเทพมหานคร หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ยี่ห้อ REAL สีดำ หมวกกันน็อกแบบครึ่งใบ สีฟ้า ลายเลข 8 รองเท้าแตะยี่ห้อ ADDA สีขาวคาดน้ำเงิน มีดพับสีดำ ยาวประมาณ 4 นิ้ว เงินสดเป็นธนบัตรไทยชนิดต่างๆ รวมจำนวน 10,630 บาท พร้อมด้วยบัตรของร้าน AORINGO JAPANESE CURRY PLACE สีเขียว มีดหัวตัด ยาวประมาณ 1 ฟุต พร้อมซองหนัง และกระเป๋าสตางค์หนังสีน้ำตาล พร้อมเอกสารของผู้เสียหาย โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 51 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. และโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม.

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม เวลาประมาณ 22.45 น.ที่ผ่านมา มีนายมาซากิ โคอิโซ (Mr.Masaki Koiso) อายุ 22 ปี ผู้เสียหาย นักศึกษาชาวญี่ปุ่นถูกคนร้าย 2 คน ก่อเหตุอุกอาจใช้อาวุธปืนทำร้ายพร้อมพูดกับผู้เสียหายว่า “Give me money” (ส่งเงินมาให้ฉัน) และพยายามยื้อยุดกระชากกระเป๋าสะพายข้างของผู้เสียหายจนได้ทรัพย์สิน มีเงินสกุลเยนอยู่ประมาณ 50,000 เยน หรือประมาณ 14,725 บาท โทรศัพท์ไอโฟน 7 สีดำ 1 เครื่อง โทรศัพท์เอไอเอส ลาว่า สีดำ 1 เครื่อง เงินสดไทย 600 บาท กระเป๋าสตางค์สีดำ 1 ใบ กุญแจห้องพัก 1 ดอก บัตรเครดิตประเทศญี่ปุ่น 2 ใบ และเอกสารหนังสือเดินทาง 1 เล่ม มูลค่ารวมกว่า 42,625 บาท ไปจากบริเวณทางเดินเลียบคลองแสนแสบใกล้ท่าเรือสุเหล่าบ้านดอน ซอยพร้อมพรรค แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.

กระทั่งเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น โดยใช้มีดพับจี้ผู้เสียหายแล้วชกต่อยผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบในทันที เมื่อไปถึงพบผู้เสียหายขณะกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกับคนร้าย ทราบชื่อภายหลังคือ นายสุริยา ซึ่งในทันใดนั้น คนร้ายรายนี้ได้ผละออกจากผู้เสียหายแล้ววิ่งไปขึ้นรถ จยย.ซึ่งมีคนร้ายอีกรายทราบชื่อภายหลังคือ นายปวินท์ จอดคอยอยู่ แต่ในขณะนั้นได้มีพลเมืองดีวิ่งเข้ามาช่วยกันยื้อยุดไว้จนรถ จยย.ได้เกิดล้มลง และนายปวินท์ได้ล้มลงไปกับรถ ก่อนถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ได้ ส่วนนายสุริยาสามารถวิ่งหลบหนีไปได้ ตรวจสอบแล้วผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บจึงนำส่งโรงพยาบาลสมิติเวช จากนั้นจึงควบคุมตัวนายปวินท์พร้อมของกลางไป สอบสวนที่ สน.ทองหล่อ ต่อมาขณะกำลังทำบันทึกจับกุมนายปวินท์อยู่นั้น ตำรวจชุดจับกุมตรวจสอบพบว่า นายสุริยาซึ่งหลบหนีไปได้นั้นได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงได้พบนายสุริยาขณะกำลังทำแผลที่แขนและที่เท้าขวา ก่อนพาตำรวจไปขยายผลตรวจยึดของกลางที่เหลือ และคุมตัวสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ เช่นกัน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่าไม่มีงานทำ โดยตั้งใจหาเงินไปซื้อกัญชามาจำหน่าย จึงออกตระเวนหาเหยื่อที่เป็นชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น ทั้งนี้ เงินสดของกลางที่พบได้มาจากการชิงทรัพย์ผู้เสียหาย แต่เมื่อจะหลบหนีรถกลับล้มลง และนายปวินท์ถูกจับกุมตัวได้ ทำให้นายสุริยาต้องทิ้งหมวกกันน็อก รองเท้าแตะ และมีดพับ แล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในซอยสุขุมวิท 51 และซ่อนตัวอยู่ แล้วได้รื้อค้นเอากระเป๋าสตางค์ของเหยื่อที่เพิ่งชิงมาได้พบเงินสดจำนวน 10,630 บาท จึงนำมาเก็บไว้ ส่วนกระเป๋าสตางค์และบัตรต่างๆ ของผู้เสียหาย อาวุธมีดหัวตัดที่ตนนำติดตัวมาได้ทิ้งไว้บริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังให้การรับสารภาพด้วยว่า เคยร่วมกันก่อเหตุในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ดังนี้
วันที่ 24 สิงหาคม เวลาประมาณ 02.00 น. ได้ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหายเป็นฝรั่ง ภายในซอยสุขุมวิท 16 บริเวณหน้าร้าน Pizzazo แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยใช้อาวุธปืนบีบีกันจี้ข่มขู่ให้ผู้เสียหายส่งกระเป๋าให้ แต่ภายในประเป๋าไม่มีทรัพย์สินใดๆ วันที่ 26 สิงหาคม เวลาประมาณ 22.30 น. ได้ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ชาวญี่ปุ่นบริเวณริมคลองสุเหร่าบ้านดอน แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โดยใช้บีบีกัน เป็นอาวุธตีเข้าที่ศีรษะของผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บ แล้วชิงเอากระเป๋าสะพายของผู้เสียหายไป ได้โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ไอแพด และเงินสดประมาณ 70,000 เยน นำไปแลกที่ร้านรับแลกเงินบริเวณซอยนานา
วันที่ 7 ตุลาคม เวลาประมาณ 02.00 น. ได้ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ชาวญี่ปุ่นบริเวณปากซอยสุขุมวิท 36 โดยชกต่อยและใช้ท่อนเหล็กตีผู้เสียหาย ได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสตางค์และเอกสารต่างๆ เงินสด 5,000 บาท วันที่ 11 ตุลาคม เวลาประมาณ 03.35 น. ได้ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์นักธุรกิจร้านอาหารชื่อดังชาวญี่ปุ่น บริเวณหน้าอาคารยังเพลส แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โดยได้กระชากจนผู้เสียหายล้มแล้วแย่งกระเป๋าของผู้เสียหายไป ได้ทรัพย์สินเป็นกระเป๋าสะพาย, เงินสด 50,000 บาท

วันที่ 14 ตุลาคม เวลาประมาณ 04.00 น. ได้ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ชาวต่างชาติเป็นฝรั่ง บริเวณหน้าอาคารเอ็กซ์เชนจ์ แยกอโศก ซึ่งผู้เสียหายไม่ยินยอม ได้ชกต่อยกันจนผู้เสียหายล้มลงแล้วหลบหนีไป ไม่ได้ทรัพย์สิน จนล่าสุดวันที่ 15 ตุลาคม เวลาประมาณ 01.45 น. ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ชาวญี่ปุ่น บริเวณปากซอยสุขุมวิท 51 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โดยใช้มีดพับจี้ผู้เสียหายแล้วชกต่อยจนได้รับบาดเจ็บ เมื่อได้ทรัพย์สินมาแล้ว รถ จยย.เกิดล้มลงจึงแยกย้ายกันหลบหนี นอกจากนี้คนร้ายกลุ่มนี้ยังรับอีกว่าได้ร่วมกันก่อเหตุนอกพื้นที่รับผิดชอบของ สน.ทองหล่อ เช่น ถนนอ่อนนุช และถนนเพชรบุรีหลายครั้ง ซึ่งทางตำรวจจะได้ทำการขยายผลเพิ่มเติมอีกครั้ง

ทั้งนี้ เมื่อทำการตรวจสอบประวัติพบว่า นายสุริยาเคยต้องคดีครอบครองยาเสพติด ท้องที่ สน.คลองตัน เมื่อปี พ.ศ.2559 และจากการขยายผลตรวจค้น บ้านเลขที่ 151/31 ซอยปลูกจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านพักของนายปวินท์ ผลการตรวจค้นพบกัญชาแห้งแบบอัดแท่ง จำนวน 3 แท่ง น้ำหนักรวมจำนวน 198.3 กรัม จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อนำส่ง สน.ลุมพินี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง หากมีผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายกลุ่มนี้ก่อเหตุลักษณะดังกล่าว สามารถติดต่อ สน.ทองหล่อ ได้ทันที เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายฯ โดยใช้ยานพาหนะฯ หรือรับของโจร และร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะฯ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และมอบให้ผู้บังคับบัญชาแถลงผลการจับกุมต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊มต้อม’ กำชับทัพไทยเตรียมเข้มคัดตั๋วยูธ อลป. ครั้งหน้า ไทยเก็บข้อมูลยื่นจัดปี2026
บทความถัดไปแจ้งความ “เสี่ยโป้” ชักชวนเล่นการพนัน