จากกรณีมีคลิปโพสต์ทางเฟซบุ๊กโดย “เฮียขับรถ” เป็นเหตุการณ์ที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์ ซึ่งได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในขณะนี้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ มีชายมีอายุลงมาจากรถฮอนด้า แอคคอร์ด ทะเบียน 3กย 2355 กรุงเทพมหานคร แล้วใช้ปืนจ่อเล็งไปทางผู้ขับขี่ที่ตามหลังมา หลังจากเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ชายสูงวัยได้ขับแซงซ้ายและบีบแตรไล่ ส่วนรถคันที่มีกล้องได้ขับตามมาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเหตุการณ์ลงมาจากรถแล้วเล็งปืนใส่ โดยมีผู้หญิงที่นั่งมาด้วยกันโบกมือให้ถอยออกไป และห้ามผู้ชายไว้
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 16 ตุลาคม ที่ สน.ทุ่งสองห้อง นายพิเศษ นาคะพันธ์ อายุ 52 ปี ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง โดยนายพิเศษใส่เสื้อสีดำ พยายามหลบสื่อมวลชนไปนั่งในห้องกระจก สีหน้าดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด โดยมีคนที่ตามมาด้วยพยายามบังไม่ให้สื่อมวลชนเก็บภาพดังกล่าว
นายพิเศษกล่าวว่า วันเกิดเหตุ ตนกับทางภรรยาเดินทางมาทำธุระที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ อาคาร B โดยใช้เส้นทางถนนเลียบคลองประปา โดยรถติดไฟแดงก่อนทางเข้าอาคาร A พอสัญญาณไฟเป็นสีเขียว รถแท็กซี่คันที่ตามหลังขับปาดมาด้านหน้าก่อนเลี้ยวเข้าศูนย์ราชการ ก่อนหยุดรถกะทันหัน ตนจึงบีบแตรเตือนไป 1 ครั้ง แล้วแซงออกไปเพราะต้องรีบไปทำธุระที่อาคารดังกล่าว ระหว่างนั้นทางแท็กซี่ขับรถไล่ตามพร้อมบีบแตรใส่หลายครั้ง อีกทั้งยังเปิดไฟหน้ารถใส่เหมือนไม่พอใจ พอจังหวะที่รถขึ้นลูกระนาด ตนจึงตัดสินใจชะลอแล้วหยุดรถ เพื่อจะลงไปถามแท็กซี่ว่าขับรถตามมาทำไม ส่วนที่ถือปืนลงไปนั้น เพราะกลัวคนขับแท็กซี่จะทำร้าย จึงต้องแสดงให้เห็นว่ามีอาวุธเพื่อป้องกันตัว แต่ไม่คิดจะลั่นไก ทำเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดตามเท่านั้น เมื่อเกิดเหตุมี รปภ. อาคาร A ในศูนย์ราชการมาห้ามไว้ ก่อนที่รถแท็กซี่คันดังกล่าวจะรีบขับรถหายไปทางอื่น อยากให้สังคมเห็นคลิปก่อนหน้านี้ ไม่ใช่แค่คลิปที่ตนชักปืนที่ถูกปล่อยในโลกออนไลน์เท่านั้น
ทาง พ.ต.ท.สุบรรณ์กล่าวว่า ในคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาการมีและพกพาอาวุธปืนไปในเมืองและที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ทั้งนี้ ทางนายพิเศษไม่ขอให้การในชั้นสอบสวนนี้ ทางตำรวจจึงแจ้งข้อหาและปล่อยตัวไป จากนี้ก็จะทำการเรียกคู่กรณีคือแท็กซี่ซึ่งจะได้ติดตามตัวมาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่งต่อไป หากพบรายละเอียดเพิ่มเติมก็อาจจะมีการแจ้งข้อหาต่อทั้งแท็กซี่และทางนายพิเศษเพิ่มเติมได้ต่อไป

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า สำหรับข้อหาความผิดเบื้องต้นมีความผิดฐาน “พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควรฯ” และหากการสอบสวนพบว่ามีการข่มขู่เกิดขึ้นก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญ” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้ก่อเหตุมามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนตามกฎหมายแล้ว ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกกองบัญชาการให้เพิ่มวงรอบความถี่ในการป้องกันปราบปราม การตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในการเฝ้าระวังและการจับกุมผู้ต้องหา ตั้งแต่ขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด อาวุธปืน ผู้ต้องหาตามหมายจับ หรือการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญาต่างๆ เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

