หนุ่มเมายาย่องเข้าอาคารเรียน จุดไฟส่องสว่าง แต่ลามทั่ววอดทั้งหลัง ผบ.ตร.จี้ ตร.ทั่วประเทศรับมือเพลิงไหม้

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงเหตุเพลิงไหม้อาคารภายในโรงเรียนบ้านบ่อหอย เป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย ในพื้นที่ สภ.เวียงสา ภ.จว.น่าน ว่าได้รับรายงานจาก สภ.เวียงสา ว่าเวลาประมาณ 20.40 น. ของวันที่ 3 พฤศจิกายน ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารไม้ ภายในโรงเรียนบ้านบ่อหอย หมู่ 6 ต.ยาบหัวนา อ.เวียงสา จ.น่าน ได้รับความเสียหาย พนักงานสอบสวน พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง จึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้ตัวอาคารดังกล่าวจำนวน 1 หลัง  ความเสียหายประมาณ 700,000 บาท ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

“จากการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนนั้น ทราบว่าผู้ที่พบเห็นเพลิงไหม้เป็นคนแรก คือครูเวรที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าดูแลภายในโรงเรียน แจ้งว่าอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ดังกล่าวนั้นเป็นอาคารที่ใช้เป็นห้องพยาบาล เก็บเครื่องดนตรี และเก็บวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. มีเพลิงลุกไหม้ บริเวณห้องดังกล่าว อีกทั้งได้พบเห็นผู้ต้องสงสัยวิ่งออกจากบริเวณที่เกิดเหตุ จึงสงสัยว่าอาจจะเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ ตำรวจจึงได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล่าวอ้างดังกล่าวมาสอบสวน โดยรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหานั้นได้แอบเข้าไปในอาคารดังกล่าวจริง แต่ด้วยความมืด จึงจุดไฟเผาหมวกของตน เพื่อให้ส่องสว่าง แต่ไฟได้ลุกลามไหม้กระดาษและวัตถุติดเพลิงได้ง่ายภายในอาคาร พยายามจะควบคุมเพลิง แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายยศธร แซ่โย่ง อายุ 38 ปี ว่ากระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท และเป็นเหตุให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย และทำการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ต้องหา โดยผลการตรวจสอบพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่าเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้าโดยผิดกฎหมาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ได้กุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย” รองโฆษก ตร.กล่าว

รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาในครั้งนี้มาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว กล่าวชื่นชมพนักงานสอบสวน ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดทุกส่วนที่ช่วยกันระดมเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาได้โดยเร็ว พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำกองบัญชาการทุกภาคส่วน ให้การดำเนินการสืบสวนสอบสวนในทุกคดี ด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม ตามหลักกฎหมาย อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่ชี้ถึงตัวผู้กระทำความผิดเป็นสำคัญ และต้องสามารถนำผู้ก่อเหตุมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้โดยเร็ว
“ผบ.ตร.กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือประชาชน เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ โดยเจ้าหน้าที่ต้องเร่งระงับเหตุเพลิงไหม้ พร้อมทำการอพยพประชาชนหนีเพลิงไหม้ด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถเผชิญเหตุได้ในทันที และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและมีมาตรการรักษาความปลอดภัย เกี่ยวกับตัวโครงสร้างอาคารภายหลังเกิดเหตุ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการ และกำชับให้มีการฝึก อบรม ทำความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่น ซึ่งถือเป็นการเตรียมพร้อมเบื้องต้น ขณะเดียวกันประชาชนต้องตระหนักถึงการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุ เพราะเมื่อมีการเกิดเหตุการณ์แต่ละครั้ง ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สุเทพ’ ปลื้ม ‘สุวินัย’ เขียนเชียร์ ‘ลุงโง่ที่มานะบากบั่น ดีกว่าคนฉลาดงอมืองอเท้า’
บทความถัดไปHunter Killer สนุก-สมจริง!