รวบนายหน้าหลอกไปทำงานญี่ปุ่น เก็บหัวละ 8 หมื่น ไปถึงไม่มีงานทำ ถูกกักขังจนวีซ่าใกล้หมด

เมื่อเวลา 12.00น. วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรองผอ.ศปอส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. ,พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. และ พ.ต.อ.จิรัฎฐ์ จึงภัทรนิษฐ์ ผกก.3 บก.ปคม. แถลงจับกุม น.ส.ชลธิชา นิยมศรี อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2592/2561 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 ในข้อหา”ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานในต่างประเทศฯ” นายหน้าหลอกส่งชาวไทยไปประเทศญี่ปุ่น โดยอ้างว่า สามารถจัดหางานให้ทำได้อย่างถูกกฎหมาย แต่เมื่อไปถึงกลับถูกกักขังและยึดหนังสือเดินทาง โดยมีนายโต้ง กลิ่นศักดิ์ พร้อมเพื่อนรวม 4 คนเป็นผู้เสียหาย เสียค่าดำเนินการ รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.นครปฐม ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายอนุสรณ์ อินทโสติ ขอความช่วยเหลือให้กับพี่ขายตนเอง คือนายโต้ง ที่ถูกกักตัวในบ้านพักในประเทศญี่ปุ่น โดยมีชายชาวเอเชียใต้ ลักษณะเหมือนชาวปากีสถานหรือบังคลาเทศ ควบคุมตัวไว้ไม่ให้ออกไปไหน กระทั่งวีซ่าเข้าเมืองใกล้จะหมดอายุ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า จากนั้น นายอนุสรณ์ได้แจ้งเข้าไปในเฟซบุ๊ก “สุรเชษฐ์ หักพาล” เพื่อขอความช่วยเหลือให้นำตัวชาวไทย 4 คน คือ นายโต้ง กลิ่นสังข์ อายุ 40 ปี พี่ชายตน นางกมลพร เลาไชย อายุ 45 ปี นางไพฑูรย์ อิ่มภักดี อายุ 44 ปี และนายสุรวิชย์ แน่นอุดร อายุ 43 ปี หลังถูกน.ส.ชลธิชา นายหน้าหลอกผู้เสียหายทั้ง 4 ให้ไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น โดยเรียกค่าดำเนินการรายละ 80,000 บาท รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท กระทั่งในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักเลขที่ 248 ซอยอ่อนนุช 54 เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ จึงนำตัวไปสอบสวนเพื่อขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง และประสานไปยังสถานทูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่นเพื่อดำเนินการช่วยเหลือนำตัวชาวไทยกลับมาต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฝนตกถนนลื่น! กระบะตกร่องถ.ลำปาง-เด่นชัย พลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า คนขับเจ็บเล็กน้อย
บทความถัดไปกพร. เร่งยกระดับทักษะฝีมือ สร้างแรงงานมีคุณภาพป้อน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี)