อธิบดีดีเอสไอยันไม่ดึง’คดี 99 ศพ’ต้องเริ่มกระบวนการสอบพยานหาตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดี

อธิบดีดีเอสไอยันไม่ดึง คดี 99 ศพ ต้องเริ่มกระบวนการสอบพยานหาตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดี ยังอุบงดสอบสวนหรือไม่

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าการเสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี2553 หรือ คดี 99 ศพ ว่า ดีเอสไอขอยืนยันว่าไม่ได้ มีการดึงเรื่องหรือทำสำนวนคดีดังกล่าว ตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ทุกอย่างมีขั้นตอนกระบวนการสอบสวน และสำนวนคดีดังกล่าวดีเอสไอก็มีพนักงานอัยการมาร่วมเป็นพนักงานสอบสวน ตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งนี้บางสำนวนเมื่อส่งไปยังอัยการแล้ว เมื่อมีการสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติม ดีเอไอก็ต้องทำตาม คือสอบเพิ่มในประเด็นที่การ นอกจากนี้ยังมีเสนอให้มีการแยกสำนวนคนเจ็บ คนตาย เป็นรายสำนวน ดีเอสไอก็ต้องทำเพราะดีเอสไอเป็นพนักงานสอบสวน ดังนั้นการสอบพยายบุคคลในแต่ละสำนวนก็ต้องเริ่มใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นนี้เป็นไปตามขั้นตอน กรอบอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วย ทั้งนี้ดีเอสไอได้รับสำนวนจากทางอัยการ ที่ส่งมาให้ดีเอสไอสอบเพิ่มเติม คือช่วงช่วงวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา พอได้รับมาพนักงานสอบสวนแต่ละชุดก็ดำเนินการตามขั้นตอน

เมื่อถามว่า ต้องสอบปากคำเพิ่มเติมในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการในวันเวลาดังกล่าวอีกหรือไม่ หากมีการแยกสำนวน คนเจ็บและคนตาย พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า สำนวนเดิมมการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ในระดับหัวหน้าหน่วยไปแล้ว แต่เมื่อต้องการให้ดีเอสไอสอบลึกลงไปในรายละเอียดตัววบุคคล ก็คงต้องใช้เวลา เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในช่วงเวลานั้น บางรายก็ปลดประจำการ ไปทำงานต่างประเทศ หรือบางรายก็ไม่ได้ อยู่ภูมิลำเนาเดิม ตามบัตรประชาน ซึ่งดีเอสไอพยามทำ ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย แต่ตนไม่อยากพูดอะไร ก็ชี้อแจ้งในข้อเท็จจริงที่จะพอชี้แจงได้ ในสำนวนรายละเอียดว่าเป็นคดีไหนอย่างไรไม่สามารถตอบได้


เมื่อถามอีกว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ หากไม่สามารถหาตัวผู้กระทำผิด มาแจ้งข้อกล่าวได้ ดีเอสไอ จะต้องงดการสอบสวน พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ยังไม่อยากมองไปถึงตรงนั้นเพราะยังมีเวลาทำคดีก็ต้องทำ

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับสำนวนการสอบสวนคนเจ็บ คนตายที่ดีเอสไอต้องแยกสำนวนเป็นรายสำนวนนั้น มีมากกว่า 30 สำนวน ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องเริ่มกระบวนการสอบพยานบุคคลใหม่ ทั้งหมด เนื่องจากในสำนวนเดิมมีการสอบปากคำเพียงเจ้าหน้าที่ในระดับหัวหน้าหน่วย ในวันปฏิบัติการสลายการชุมชุนปี 2553 ดังนั้นเมื่อมีการเสนอให้แยกสำนวนเป็นรายละเอียด และลงลึกในรายละเอียดของตัวบุคคลที่ใช้อาวุธ ดีเอสไอก็ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

บทความก่อนหน้านี้ก.อุตฯ ปราบยาเสพติดในโรงงานอุตสาหกรรม
บทความถัดไปราชภัฏโคราชเปิดชมฟรีสวนเกษตร 100 ไร่ ชวนเซลฟี่ทุ่งดอกทานตะวันยักษ์(ชมคลิป)