ไกล่เกลี่ย’นาวิน ต้าร์-ภรรยา’ปมใส่เบรกมือจอดขวางหาดบางแสน คู่กรณีขอโทษ

กรณีนายคมกริช รัตนวงศ์ ทนายความรับมอบอำนาจจากทางนายนาวิน เยาวพลกุล หรือ นาวินต้าร์และภรรยา ไฮโซน้ำหวาน พัสวี พยัคฆบุตรเดินทางเข้าแจ้งความหลังปรากฎข้อความจากเฟซบุ๊ก Kanyarat Yookong ซึ่งโพสท์ข้อความโจมตีทางนาวินต้าร์และภรรยา นอกจากนี้ในโพสท์ดังกล่าวยังมีเฟซบุ๊กของ Jurawit Bunhoom ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นด่านักแสดงกับภรรยาร่วมด้วย โดยมูลเหตุเกิดจากไปจอดรถขวางใส่เบรกมือรถของนักแสดงชื่อดังที่หาดบางแสน แล้วมีการแปะกระดาษไว้ท้ายรถเป็นกระแสโด่งดังในโลกออนไลน์ ซึ่งทางทนายความได้นำเอกสารหลักฐานมามอบให้ตำรวจ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่22 พฤศจิกายนท้องที่สน.บางเขนตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา14.30น. วันที่ 7 ธันวาคม ที่ห้องประชุมชั้น2 ของสน.บางเขน ทาง นาวินต้าร์กับ ภรรยาพร้อมทนายความเดินทางมาพบกับคู่กรณีที่โพสท์ด่าในเฟซบุ๊ก ซึ่งประกอบด้วย1.น.ส.ชรินทร แสงทอง อายุ22ปีเจ้าของสเตตัสเฟซบุ๊กดังกล่าว 2.นายจุฬาวิทย์ บุญหอม อายุ19ปีผู้โพสท์แสดงความคิดเห็นในสเตตัส และเป็นแฟนของน.ส.ชรินทร และ3.น.ส.กัญญารัชย์ อยู่คง อายุ30ปี พี่สาวของน.ส.ชรินทรซึ่งได้แสดงความคิดเห็นในโพสท์ด้วย ทั้งหมดได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความและนำกระเช้าดอกไม้มามอบให้ทางนาวินต้าร์ โดยทั้งสองฝ่ายเข้าไปในห้องประชุมเพื่อทำการไกล่เกลี่ย โดยมีพ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.สราวุธ บุตรดี สว.(สอบสวน) เจ้าของคดีร่วมในขั้นตอนดังกล่าวด้วย ใช้เวลาในการพูดคุย 1ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

น.ส.ชรินทรกล่าวว่า ขอยอมรับผิดทุกอย่าง เรื่องทั้งหมดทางนาวินต้าร์และภรรยาไม่เกี่ยวข้องเลย ขอโทษที่ทำให้เสียเวลาและเสียชื่อเสียง ทั้งนี้กระดาษข้อความที่แปะข้างรถตน ที่มีข้อความว่า “ทำไมจอดรถได้เลวขนาดนี้ค่ะ ที่บ้านไม่มีใครอบรมสั่งสอนหรือไง” ซึ่งปรากฏเป็นข้อความในโลกออนไลน์นั้น ทางฝ่ายนาวินต้าร์ไม่ได้เขียน แต่ตนเป็นคนเขียนขึ้นมาเอง เพื่อโยนความผิดให้ทางฝ่ายนาวินต้าร์เสียชื่อเสียง จึงต้องกราบขอโทษด้วย

ด้านนายจุฬาวิทย์กล่าวว่า ข้อความที่เขียนว่าจอดรถแค่30นาทีนั้น ก็เขียนขึ้นมาเอง ความจริงตนนั้นจอดรถอยู่2ชั่วโมง จึงต้องขอโทษที่ทำให้ทางนาวินต้าร์เดือดร้อนและไม่รู้เรื่องด้วย ขอโทษที่ทำให้เสียเวลาเสียชื่อเสียง และทำให้คนในโลกออนไลน์เข้าใจผิด จึงขอรับผิดทุกอย่าง

ขณะที่น.ส.กัญญารัชย์กล่าวว่า ขอโทษอีกฝ่ายด้วย เรื่องทั้งหมดเกิดจากการฟังความข้างเดียว ตนเข้าข้างคนผิดไปแล้ว ขอโทษที่ทำให้เสียเวลาและเสียหาย ขอโทษทุก ๆ ด้าน ขอโทษที่ทำให้เสียหายหลาย ๆ ทาง อยากฝากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับตัวเองด้วย

ด้านนาวินต้าร์กล่าวว่า ตนกับภรรยาได้รับการนัดหมายจากอีกฝ่ายให้เดินทางมาฟังคำขอโทษ ตนก็มารับฟังคำขอโทษหลังจากฟังคำขอโทษโดยไม่มีเงื่อนไขจากทั้งสามแล้ว ตนจึงเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะดำเนินคดีต่อ ก็ได้ให้ทนายความดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการยุติคดี ตนก็ขอให้อภัยด้วย

นาวินต้าร์กล่าวว่า ทั้งนี้ทางทนายความตนไม่ได้แจ้งความเอาผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตนก็เคารพการตัดสินใจของทางทนายความ สำหรับสาเหตุที่ตนมาแจ้งความเพราะเจอข้อความในโลกออนไลน์ว่าอย่าให้เจอตัว ตนเห็นแล้วรู้สึกไม่ปลอดภัย อีกทั้งยังมีลูกเล็กจึงดำเนินการเข้าแจ้งความ ทั้งนี้การจอดรถขวางเป็นปัญหาของสังคม ตนถือว่ากรณีแบบนี้เป็นเรื่องใจเขาใจเรา ทำอะไรก็ต้องเกรงใจในเพื่อนมนุษย์และเพื่อนคนไทยด้วยกัน การให้อภัยคือทางออกให้คนได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข การให้อภัยจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด


ขณะที่ไฮโซน้ำหวานกล่าวต่อว่า ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจคนที่จอดรถขวางและทำให้คนอื่นเดือดร้อน เมื่อฟังน้อง ๆ ขอโทษจากใจจริงแล้ว ในเมื่อเราอยู่ในสังคมไทยที่ควรให้โอกาส จึงให้โอกาสน้อง ๆ ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ไม่ให้มีนิสัยแบบเดิมอีก และตนเห็นอีกฝ่ายมีลูกเล็กเหมือนกับพวกตนด้วย ก็พร้อมให้อภัย ทั้งนี้ที่ตนมาฟังคำขอโทษก็อยากรู้ด้วยว่าใครเขียนข้อความแปะที่รถด้วย

ทางพ.ต.อ.อำนาจกล่าวว่าหลังจากนี้ทางฝ่ายนาวินต้าร์ได้ให้เงื่อนไขอีกฝ่ายว่าต้องโพสท์เฟซบุ๊คขอโทษและลงประกาศคำขอโทษในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา3วัน ส่วนรายละเอียดข้อความและช่วงเวลาลงจะเป็นตอนไหน ทางทนายความทั้งสองฝ่ายจะต้องไปปรึกษากันในเรื่องรายละเอียด จากนั้นถ้าสามารถดำเนินการเงื่อนไขดังกล่าวได้แล้ว ทางฝ่ายนาวินต้าร์ถึงจะดำเนินการยุติถอนแจ้งความ คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานในการถอนคำร้องทุกข์ในคดีนี้ได้

ทั้งนี้หลังการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนทางฝ่ายคู่กรณีได้นำกระเช้ามามอบให้กับทางนาวินต้าร์และภรรยาพร้อมยกมือไหว้ขอโทษด้วยความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘อ.เฉลิมชัย’ ร่ายยาว 8 หน้ารวด ยุบ ‘ชมรมสะสมพุทธศิลป์’ ชี้คนหาผลประโยชน์มากกว่ารักผลงาน
บทความถัดไป“ราเยวัช” ไม่กดดันแถมยังฟุ้งได้ขอพา “ช้างศึก” ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์เอเชี่ยนคัพ