‘บิ๊กโจ๊ก’ เผยมือบึ้ม กปปส.ฮาร์ดคอร์สะสมอาวุธซุก ปท.เพื่อนบ้าน มีคนเลี้ยงดู ปลื้ม ‘ทักษิณ’ กลับใจเพราะ 13 หมูป่า!! (คลิป)

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 15 ธันวาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวถึงกรณีการจับกุมตัว นายกฤษดา ไชยแค อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 284/57  ลงวันที่ 20 ก.พ. 2557 หนึ่งในผู้ต้องหารวม 4 ราย ที่ร่วมกันก่อเหตุขวางระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ขณะปักหลักอยู่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2557 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ผู้ต้องหาสารภาพโดยอ้างว่าเป็นกลุ่มการเมืองฮาร์ดคอร์ได้รวมกลุ่มกันด้วยอุดมการณ์ทางการเมือง และรวบรวมอาวุธต่างๆ มาใช้ก่อเหตุ มีการเก็บรวบรวมอาวุธไว้กับตัวเอง และมีส่วนร่วมในการก่อเหตุขว้างปาระเบิด เอ็ม79 และเหตุอื่นๆ รวมแล้วกว่า 10 ครั้ง ซึ่งหลังก่อเหตุหลบหนีไปกบดานยังประเทศเพื่อนบ้านตั้งแต่ปี 2557 โดยมีบุคคลคอยให้ความช่วยเหลือทางการเงิน ให้ใช้เดือนละ30,000 บาทโดยไม่ต้องประกอบอาชีพใดๆแต่เงินที่ได้น้อยลงเรื่อยๆจนเหลือเดือนละ 9,000 บาท ทั้งนี้ ด้วยความใกล้ชิดของตำรวจไทยที่มีต่อหน่วยงานความมั่นคงของต่างประเทศ ได้ร่วมกันกดดันนายกฤษดา จนกระทั่งยอมมอบตัวและเข้าทำการจับกุมมาดำเนินคดีได้ในที่สุด ซึ่งขณะนี้ได้นำตัวฝากขังที่ศาลอาญาเรียบร้อยแล้ว

ขณะที่มีรายงานว่า จาการสอบสวนพบว่า นายกฤษดาและกลุ่มการเมืองฮาร์ดคอร์มีความนิยมชมชอบในตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยหลังก่อเหตุหลบหนีไปกบดานยังประเทศเพื่อนบ้าน แล้วได้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ ประกอบกับผู้ต้องหาได้เห็นข่าวเหตุการณ์  13 นักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำให้เห็นว่าคนไทยมีความสามัคคีกันมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นในสมัยรัฐบาลชุดก่อนๆ จึงรู้สึกสำนึกผิดและยอมที่จะเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

บทความก่อนหน้านี้แบงก์-ห้าง ขานรับนโยบายช้อปช่วยชาติ หวังยอดเพิ่ม10-15%
บทความถัดไปคพ.จัด ‘พายเรือเพื่อเจ้าพระยา’ เก็บขยะ ได้เพียบ