‘อัยการธนกฤต’ย้อนรอย เหตุกราดยิงสตราสบูร์ก อาลัย’อนุพงษ์ สืบสมาน’เหยื่อเสียชีวิต

16.12.18 | 12:24 น.

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดอดีตนักเรียนทุนรัฐบาลไทย (ทุน ก.พ.) ที่ไปศึกษากฎหมายที่ปารีสและสตราสบูร์ก ได้โพสต์เฟซบุ๊ค

“ย้อนรอยลำดับเวลาสถานที่เหตุกราดยิงที่สตราสบูร์ก เปิดกฎหมายฝรั่งเศสเยียวยาคนไทยเสียชีวิตจากเหตุก่อการร้าย และปฏิบัติการไล่ล่าจนปลิดชีพมือปืน

มีความว่าตอนที่ 1

ตามที่นายอนุพงษ์ สืบสมาน นักท่องเที่ยวชาวไทย อายุ 45 ปี ถูกนายเชรีฟ เชคัทท์ ผู้ก่อการร้ายชาวฝรั่งเศสยิงเสียชีวิต ขณะไปเที่ยวตลาดคริสต์มาส เมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา ส่วนนางนัยนา ภรรยา ที่เดินทางไปท่องเที่ยวด้วยกันไม่ได้รับบาดเจ็บนั้น มีเรื่องลำดับเวลาและเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้น ข้อกฎหมายของประเทศฝรั่งเศสในการชดเชยผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้าย รวมทั้งปฏิบัติการไล่ล่าจนปลิดชีพมือปืน ที่จะขอนำมากล่าวเป็นตอน ๆ ไปรวมทั้งสิ้น 3 ตอน

แต่ก่อนอื่นขอเกริ่นถึงเมืองสตราสบูร์กสถานที่เกิดเหตุก่อนสักเล็กน้อย ด้วยหลังจากที่ผมสำเร็จการศึกษาปริญญาโททางกฎหมายที่มหาวิทยาลัยปารีส 2 ตามที่ได้รับทุนรัฐบาลไทย (ทุน ก.พ.) ตามความต้องการของกรมบังคับคดีไปศึกษากฎหมายต่อที่ประเทศฝรั่งเศสแล้ว ผมได้ไปศึกษาต่อปริญญาโททางกฎหมายใบที่ 2 และปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยสตราสบูร์กอีกเป็นเวลาหลายปี ทำให้มีความรู้สึกผูกพันกับเมืองสตราสบูร์กมาก

Advertisement

สตราสบูร์กเป็นที่ตั้งของสำนักทำการของยุโรปหลาย ๆ แห่ง เช่น รัฐสภายุโรป ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจำนวน 751 คน ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนในสหภาพยุโรปจำนวน 28 ประเทศ สภายุโรปซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 47 ประเทศ ซึ่งเป็นองค์กรต่างหากจากสหภาพยุโรปที่มีสมาชิก 28 ประเทศ และศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป เป็นต้น นอกจากนี้ สตราสบูร์กยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งเทศกาลคริสต์มาส เนื่องจากเป็นตลาดคริสต์มาสที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศฝรั่งเศสและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป โดยสตราสบูร์กเริ่มต้นจัดให้มีตลาดคริสต์มาสมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1570 ซึ่งนับถึงปัจจุบันก็ร่วม 450 ปี แล้ว และในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกมาจับจ่ายซื้อของขวัญ เที่ยวตลาดคริสต์มาสที่สตราสบูร์ก ร่วมปีละ 2 ล้านคน โดยในปีนี้กำหนดจัดงานเทศกาลตลาดคริสต์มาสตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2561 เป็นระยะเวลาร่วม 6 สัปดาห์

สำหรับลำดับเวลาและเหตุการณ์กราดยิงที่เกิดขึ้นนั้น รายงานข่าวจากสื่อหลายสำนักของประเทศฝรั่งเศสรายงานไม่ตรงกัน จึงขอใช้ข้อมูลรายงานข่าวของหลายสำนักข่าวได้แก่ Franceinfo, 20 minutes, Le Figaro, Liberation, Lexpress, le Parisien, France 3, Le Nouvel Observateur ที่พอจะมีความสอดคล้องกันของข้อมูลในบางส่วน มาใช้ประกอบกันเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการเรียบเรียงเหตุการณ์ ที่พอจะมีความเป็นไปได้และใกล้เคียงกับเหตุการณ์ ในการบอกเล่าเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้น ส่วนข้อเท็จจริงในเรื่องลำดับเวลาและเหตุการณ์ที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร ต้องรอให้ อัยการกรุงปารีสซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสอบสวนคดีการก่อการร้ายครั้งนี้เป็นผู้แถลงผลการสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง

เวลา 19.50 น. ของวันที่ 11 ธันวาคม นายเชรีฟ เชคัทท์ พร้อมอาวุธปืนและมีด ได้เข้าไปที่ถนนอ็อกแฟบวส์ (Rue des Orfèvres) โดยใช้เส้นทางที่มาจากสะพานกอร์กโบ (le pont de Corbeau) และได้เริ่มระดมยิงและใช้มีดทำร้ายผู้คนจนมีผู้บาดเจ็บหลายคน จากนั้นได้เข้าไปที่ถนนกรองส์-อาร์กาดส์ (Rue des Grandes-Arcades) ซึ่งถนนทั้ง 2 เส้นนี้ตั้งอยู่บริเวณปลาซเคลแบร์ (Place Kléber) ปลาซโบร์กลี (Place Broglie) และปลาซกูตองแบร์ก (Place Gutenberg) ซึ่งเป็นย่านใจกลางเมืองที่พลุกพล่านมากที่สุดแห่งหนึ่งของสตราสบูร์กในช่วงงานเทศกาลตลาดคริสต์มาส และได้ยิงศีรษะชายเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ในสตราสบูร์ก ชาวอัฟกานิสถาน อายุราว 40 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บขั้นโคม่า มีภาวะสมองตาย และภายหลังวันเกิดเหตุได้เสียชีวิตลง จากนั้นมือปืนได้เข้าไปที่ถนนโซมง (Rue du Saumon) และได้ยิงใส่ชายอดีตพนักงานธนาคารสินเชื่อเพื่อการเกษตร (Crédit Agricole) ชาวสตราสบูร์ก อายุ 61 ปี ที่มาทานของว่างกับภรรยาและบุตรชายที่ภัตตาคาร La Stub จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเป็นรายแรก ในระหว่างที่เขารอภรรยาและบุตรชายออกจากห้องน้ำที่บริเวณทางออกของภัตตาคาร หลังจากนั้นมือปืนได้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 4 นาย และได้หลบหนีไปยังถนนแซ็งท์-เอแลน (Rue Sainte-Hélène) และในระหว่างการปะทะกับเจ้าหน้าที่และหลบหนีก็มีผู้ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมอีกหลายคน

มือปืนได้หลบหนีโดยมุ่งไปยังสะพานแซ็งท์มาร์ตัง (Pont Saint-Martin) ผ่านทางถนนซาวง (Rue du Savon) และที่บริเวณสะพานแซ็งต์มาร์ตังนี้เอง ที่นายอนุพงษ์ สืบสมาน มาพบเจอกับนายเชรีฟ เชคัทท์ ที่หลบหนีมาทางสะพานนี้ และได้ยิงนายอนุพงษ์ ที่ศีรษะจนเสียชีวิต และก่อเหตุกราดยิงบริเวณนี้ด้วย สำนักข่าว 20 minutes ของฝรั่งเศสรายงานข่าวโดยอ้างคำบอกเล่าของพยานผู้อยู่ในเหตุกราดยิงว่า นายอนุพงษ์ถูกยิงในเวลา 19.57 น. ภายหลังจากถูกยิงแล้วได้มีพลเมืองดีนำนายอนุพงษ์เข้าไปปฐมพยาบาลเพื่อช่วยชีวิตที่ภัตตาคารใกล้ที่เกิดเหตุและพานางนัยนา ภรรยา เข้าไปหลบในภัตตาคารด้วย นายอนุพงษ์ซึ่งถูกยิงศีรษะได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเป็นรายที่สองของเหตุการณ์ก่อการร้ายในคืนนั้น (มีสำนักข่าวบางแห่งรายงานว่านายอนุพงษ์ถูกยิงเสียชีวิตที่ถนนมูลัง (Rue des Moilins) อย่างไรก็ตาม ทั้งสะพานแซ็งต์มาร์ตังและถนนมูลัง ล้วนอยู่ในบริเวณย่าน Petite France ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวและเป็นเขตเมืองเก่าที่มีชื่อเสียงของสตราสบูร์ก) ภายหลังเวลา 20 น. เล็กน้อย นายเชรีฟ เชคัทท์ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนได้ขึ้นรถแท็กซี่เพื่อไปที่เขตเนอดอร์ฟ (Neudorf) ที่อยู่ทางตอนใต้ของสตราสบูร์ก โดยใช้เวลาในการเดินทางไปถึงเนอดอร์ฟราว 10 นาที และเมื่อมือปืนลงจากรถแท็กซี่ที่เนอดอร์ฟก็ได้มีการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง แต่นายเชรีฟ เชคัทท์ สามารถหลบหนีไปได้

และเริ่มตั้งแต่เวลานั้นเป็นต้นไปที่นายเชรีฟ เชคัทท์ หายตัวไปในเขตเนอดอร์ฟ ทางการของประเทศฝรั่งเศสต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 700 นายในการตามล่าตัว ซึ่งทางการของประเทศฝรั่งเศสถือว่าเหตุการณ์กราดยิงในครั้งนี้เป็นปฏิบัติการก่อการร้ายที่โยงกับมุสลิมหัวรุนแรง และรัฐบาลฝรั่งเศสได้ประกาศยกระดับเตือนภัยการก่อการร้ายเป็นระดับสูงสุด “Urgence attentat” ซึ่งเป็นระดับ 3 จากทั้งหมด 3 ระดับ

เนื่องจากสตราสบูร์กมีพรมแดนติดกับประเทศเยอรมนีโดยมีแม่น้ำไรน์คั่นระหว่างกลาง จึงนำมาสู่ปฏิบัติการไล่ล่าครั้งใหญ่ทั้งจากทางการของประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนี โดยปฏิบัติการตรวจตราอย่างเข้มงวดบริเวณชายแดนประเทศฝรั่งเศสและเยอรมนีเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 20.45 น. ของวันที่ 11 ธันวาคม สำหรับยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุกราดยิงจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม มีผู้เสียชีวิต 4 คน โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นหนุ่มนักข่าวชาวอิตาลี อายุ 28 ปี ผู้บาดเจ็บที่มีอาการภาวะสมองตาย 1 คน และผู้บาดเจ็บอื่นอีก 11 คน โดยเป็นผู้บาดเจ็บสาหัสที่ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจำนวน 4 คน

ในฐานะคนไทยคนหนึ่งและเคยเป็นนักเรียนไทยที่เคยศึกษาอยู่ที่สตราสบูร์ก ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน โดยเฉพาะครอบครัวของนายอนุพงษ์ สืบสมาน มา ณ ที่นี้ด้วย

สำหรับในตอนต่อไปซึ่งเป็นตอนที่ 2 ผมจะได้กล่าวถึงข้อกฎหมายของประเทศฝรั่งเศสเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และกระบวนการการชดเชยความเสียหายให้แก่ครอบครัวของนายอนุพงษ์ที่เสียชีวิตจากการก่อการร้ายที่สตราสบูร์ก ท่านผู้สนใจติดตามต่อได้”