เปิดกฎหมายฝรั่งเศสชดเชยความเสียหาย’อนุพงษ์ สืบสมาน’เหยื่อกราดยิงสตราสบูร์ก

16.12.18 | 16:47 น.

“อัยการธนกฤต” เปิดกฎหมายฝรั่งเศสชดเชยความเสียหาย’อนุพงษ์ สืบสมาน’เหยื่อก่อการร้ายสตราสบูร์ก เฉพาะส่วนค่าเสียหายทางจิตใจสูงสุด 1.29 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดอดีตนักเรียนทุนรัฐบาลไทย (ทุน ก.พ.) ที่ไปศึกษากฎหมายที่ปารีสและสตราสบูร์ก ได้โพสต์เฟซบุ๊ค ตอนที่ 2 กรณีที่ นายอนุพงษ์ สืบสมาน นักท่องเที่ยวชาวไทย ถูกนายเชรีฟ เชคัทท์ ผู้ก่อการร้ายชาวฝรั่งเศสยิงเสียชีวิต ขณะไปเดินเที่ยวตลาดคริสต์มาส เมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส กับนางนัยนา ภรรยา เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า กฎหมายฝรั่งเศสกำหนดให้มีกองทุนช่วยเหลือผู้เสียหายจากการก่อการร้ายและการกระทำความผิดทางอาญา (Fonds de Garantie des victimes des actes de Terrorisme et d’autres Infractions) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามรัฐบัญญัติวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 1986 (La loi du 9 septembre 1986) ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ในการเยียวยาความเสียหายให้แก่เหยื่อจากการก่อการร้ายไว้เป็นพิเศษเป็นการเฉพาะ และผู้เสียหายจากการก่อการร้ายทุกคนไม่ว่ามีสัญชาติใดล้วนมีสิทธิได้รับเงินเยียวยาความเสียหายทั้งสิ้น โดยผู้เสียหายยังคงมีสิทธิได้รับค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากบริษัทประกันภัยที่ทำไว้ควบคู่กันไปได้

ในกรณีที่เสียชีวิตจากการก่อการร้าย กฎหมายฝรั่งเศสกำหนดให้จ่ายเงินเยียวยาความเสียหายแก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาตามกฎหมาย เช่น บุตร ภรรยา บิดามารดา ปู่ย่าตายาย หลาน และพี่น้อง ของผู้เสียชีวิต แล้วแต่กรณีตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งประกอบไปด้วยความเสียหายต่อจิตใจที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจจากการเสียชีวิตของผู้ตาย ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ความเสียหายทางเศรษฐกิจซึ่งพิจารณาจากรายได้ของผู้เสียชีวิตที่ต้องมีภาระรับผิดชอบต่อญาติและครอบครัว และจำนวนเงินเยียวยาความเสียหายที่จ่ายให้แก่ผู้เสียหายแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามจำนวนญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ผู้เสียหายได้รับจากการเสียชีวิตนั้น

ในการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือจากกองทุน อาจจะเป็นอัยการประจำสาธารณรัฐที่เป็นผู้แจ้งให้กองทุนเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาและกองทุนจะติดต่อกับผู้เสียหายเพื่อจ่ายเงินเยียวยาต่อไป หรือผู้เสียหายจากการก่อการร้ายอาจติดต่อโดยตรงไปยังกองทุนด้วยตนเองเพื่อขอรับเงินเยียวยาก็ได้ โดยกองทุนจะให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายโดยพิจารณาจากเอกสารต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และผู้เสียหายสามารถแต่งตั้งทนายความ หรือขอรับความช่วยเหลือจากสมาคมที่ให้ความช่วยเหลือเหยื่อจากการก่อการร้ายในการดำเนินการขอรับเงินเยียวยาจากกองทุนได้

ภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่กองทุนได้รับคำร้องขอรับเงินเยียวยาความเสียหาย กองทุนจะจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายก้อนแรกให้ผู้เสียหายก่อน เพื่อที่จะให้ผู้เสียหายมีเงินไว้ใช้จ่ายอันจำเป็นอันเนื่องมาจากเหตุก่อการร้าย ส่วนเงินเยียวยาความเสียหายที่เหลือทั้งหมดจะจ่ายให้ในภายหลังต่อไป และภายใน 3 เดือน นับจากวันที่กองทุนได้รับเอกสารครบถ้วนแล้ว กองทุนจะยื่นข้อเสนอจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายให้ผู้เสียหายพิจารณา โดยกองทุนจะพิจารณากำหนดจำนวนเงินเยียวยาความเสียหายจากลักษณะและความร้ายแรงของความเสียหาย สถานะและสภาพการณ์ส่วนบุคคลของผู้เสียหาย โดยอาจต้องพิจารณารายงานผลการตรวจของแพทย์ประกอบด้วย ซึ่งผู้เสียหายสามารถดำเนินการได้ 3 อย่าง คือ ยอมรับข้อเสนอจำนวนเงินเยียวยาความเสียหายของกองทุน หรือขอเจรจาตกลงเพิ่มเติมกับกองทุน หรือ ปฏิเสธข้อเสนอของกองทุน

Advertisement

ในกรณีที่ผู้เสียหายปฏิเสธข้อเสนอจำนวนเงินเยียวยาที่จะจ่ายของกองทุน ผู้เสียหายจะต้องส่งหนังสือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับเพื่อปฏิเสธการรับเงินเยียวยาไปยังกองทุนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ผู้เสียหายได้รับข้อเสนอจากกองทุน จากนั้นผู้เสียหายสามารถไปยื่นคำร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อขอให้พิจารณากำหนดจำนวนเงินเยียวยาความเสียหายที่เหมาะสมได้ และหากศาลมีคำตัดสินอย่างไรแล้ว กองทุนมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินเยียวยาให้เป็นไปตามคำตัดสินของศาล

สำหรับความเสียหายต่อจิตใจอันเนื่องจากการได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจจากการเสียชีวิตของผู้ตายนั้น เป็นความเสียหายที่ญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตได้รับโดยตรงจากการเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่เป็นสามีภรรยา พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ลูกหลาน พี่น้อง สำหรับบุคคลอื่นนอกจากนี้ จะพิจารณาความเสียหายจากความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิตที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ การจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายทางจิตใจจะพิจารณาจำนวนเงินที่จะต้องจ่ายจากลำดับความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับผู้เสียชีวิต เช่น

– สามีหรือภรรยา กรณีคู่สมรสเสียชีวิต ได้รับเงินเยียวยาสูงสุด 35,000 ยูโร (ปัจจุบัน 1 ยูโร ประมาณ 37 บาท) หรือประมาณ 1,295,000 บาท
– บิดามารดา กรณีบุตรที่เสียชีวิตมีอายุไม่เกิน 25 ปี ได้รับเงินเยียวยาสูงสุด 35,000 ยูโร หรือประมาณ 1,295,000 บาท
– บิดามารดา กรณีบุตรที่เสียชีวิตมีอายุเกิน 25 ปี และพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ได้รับเงินเยียวยาสูงสุด 30,000 ยูโร หรือประมาณ 1,110,000 บาท
– บิดามารดา กรณีบุตรที่เสียชีวิตมีอายุเกิน 25 ปี แต่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน ได้รับเงินเยียวยาสูงสุด 25,000 ยูโร หรือประมาณ 925,000 บาท
– พี่และน้อง กรณีพักอาศัยอยู่ด้วยกันกับผู้เสียชีวิต ได้รับเงินเยียวยาสูงสุด 15,000 ยูโร หรือ 555,000 บาท
– พี่และน้อง กรณีไม่ได้พักอาศัยอยู่ด้วยกันกับผู้เสียชีวิต ได้รับเงินเยียวยาสูงสุด 12,000 ยูโร หรือ 444,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีอัตราการจ่ายเงินเยียวยาที่กำหนดไว้กรณีผู้เสียหายเป็นลูกหลาน และปู่ย่า ตายาย ของผู้ตายอีกด้วย
โดยอัตราที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นอัตราที่กองทุนกำหนดไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 และในการจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายจากการก่อการร้ายยังต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งร่วมระหว่างกระทรวง ลงวันที่ 13 เมษายน 2559 (L’instruction interministérielle du 13 avril 2016) อีกด้วย

ในกรณีการเสียชีวิตของนายอนุพงษ์ สืบสมาน ปรากฏตามรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้เข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้นในการขอรับเงินเยียวยาความเสียหายจากกองทุนแล้ว ซึ่งยังคงมีขั้นตอนที่ผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้องต้องดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป และหวังว่าคงจะมีความคืบหน้าในการดำเนินการขอรับและจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายด้วยดี