จับหนุ่มโพสต์กุเรื่องภรรยาถูกหลอกขายตัว ที่แท้แค้นสาวทิ้ง เรื่องใหญ่ตร.ขยายผลจับนายหน้าเถื่อนพาทำงานเกาหลี

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะ รองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงจับกุมนายนาวิน สลาประโคน อายุ 27 ปีชาวจังหวัดบุรีรัมย์ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาครในข้อหานำเข้า ข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หลังสร้างเรื่องหลอกลวง โดยการนำข้อมูล ไปบอกกับสำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่งว่ามีหญิงซึ่งเป็นภรรยาของตนถูกหลอกบังคับให้ไปขายตัว ที่ประเทศเกาหลีใต้และต้องการความช่วยเหลือและเดินทางกลับประเทศไทยเป็นการเร่งด่วน ตำรวจจึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ในประเทศเกาหลีใต้และพบตัวหญิงที่ นายนาวิน อ้างว่าเป็นภรรยาจึง นำตัวกลับมายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ต่อมาหญิงคนดังกล่าว ได้ให้การกับตำรวจที่ให้การช่วยเหลือว่าแท้จริงแล้วตนไม่ได้เป็นภรรยาของนายนาวิน แต่ยอมรับว่าเคยคบหากันก่อนจะเลิกรา เนื่องจากทราบว่านายนาวินมีภรรยาอยู่แล้ว คบหาเพื่อฟลอกลวงต้องการเงิน หญิงสาวจึงหนีไปทำงานที่ร้านอาหารใน ประเทศเกาหลีใต้ โดยยืนยันว่าไม่ได้ถูกหลอกหรือบังคับให้ไปขายตัว ซึ่งนายนาวินเมื่อทราบว่าหญิงสาวไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ก็พยายาม ขอคืนดี เมื่อไม่ยินยอมจึงโทรศัพท์ข่มขู่และบอกว่าจะ สร้างเรื่องโกหกพร้อม ประจานให้ได้รับความเสียหาย กระทั่ง มีเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้มาหารุ่นที่ทำงานและนำตัวส่งกลับมายังประเทศไทย ตำรวจสืบสวนพบว่าเรื่องราวเป็นจริงตามที่หญิงสาวคนดังกล่าวเล่านำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับกระทั่งสามารถจับกุมตัวนายนาวินได้เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา

รองผอ.ศปอส.ตร. กล่าวว่า นอกจากนี้นี้จากการไปทำงานในต่างประเทศของหญิงคนนี้  ชุดสืบสวนพร้อมกับตำรวจสภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร สามารถจับกุมนางสาวพรธิชา มูลมั่ง อายุ 20 ปีชาวจังหวัดอุบลราชธานี ในข้อหาร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังเปิดเป็นสถานประกอบการพร้อมมีการโฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่าสามารถพาคุณไปทำงานเป็นหมอนวดแผนโบราณในประเทศเกาหลีใต้ได้ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสถานประกอบการดังกล่าวไม่มีผู้ที่มีใบอนุญาตจัดหางานแต่อย่างใด

ในกรณีดังกล่าว นำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 4 รายได้แก่ นางสาวจิดาภาหรือเมย์ กาญจนะโยธา อายุ 31 ปีชาวจังหวัดจันทบุรี   นางสาวปาลิดาหรือ แอน โนนิล อายุ 38 ปีชาวจังหวัดลำปาง  นางสาวปราณี บุดดาวงษ์ อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ และนางสาวชนิดา จันทะบัณฑิต อายุ 31 ปีชาวจังหวัดลำปาง ในข้อหา ร่วมกันจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นเดียวกัน

 

 

บทความก่อนหน้านี้สมเด็จพระสังฆราช ประทานพรปีใหม่ 2562
บทความถัดไปข่าวด่วนสังเวยแดงเดือด! ‘แมนฯ ยูไนเต็ด’ ประกาศเด้ง ‘มูรินโญ่’ พ้นทีม