2สาวใหญ่เชียงรายนอนคุก ฐานมีเสื้อสหพันธรัฐไท ตร.แจ้งอั้งยี่-ปลุกปั่น สารภาพตลอดข้อหา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 มกราคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน กก. 1 ป.ควบคุมตัวนางศิริเพ็ญ ติ๊บคำ อายุ 66 ปี และ น.ส.สุคศิณี ติ๊บคำ อายุ 48 ปี 2 ผู้ต้องหาชาว จ.เชียงราย คดีครอบครองเสื้อสหพันธรัฐไท มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาล ครั้งแรกเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.- 23 ม.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เพราะต้องสอบพยานอีก 2 ปาก แต่เนื่องจากได้โอนสำนวนมาทำการสอบสวนที่กองปราบปราม และต้องส่งสำนวนให้อัยการ สำนักงานคดีอาญาเพื่อฟ้องผู้ต้องหาทั้งสอง ต่อศาลอาญาต่อไป พนักงานสอบสวนจึงยื่นคำร้องขอถอนการฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองจากศาลจังหวัดเชียงราย เพื่อนำมาฝากขังระหว่างการสอบสวนที่ศาลอาญา

โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 5 ธ.ค. 61 ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับหน่วยข่าวในพื้นที่ เฝ้าสังเกตุการณ์และตรวจสอบกรณีมีกลุ่มสหพันธรัฐไท ได้ปลุกระดมให้สมาชิกและแนวร่วมในพื้นที่ต่างๆ ออกมาแสดงกิจกรรมสวมใส่เสื้อดำติดธงสัญลักษณ์สหันธรัฐไท ตามจุดต่างๆ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งในพื้นที่จ.เชียงราย ได้นัดชุมนุมกันที่บริเวณลานห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เชียงราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบนางศิริเพ็ญ ติ๊บคำ กับ น.ส.สุคศิณี ที่บริเวณห้างดังกล่าว โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้สวมใส่เสื้อสีดำติดแถบผ้ารูปธงสีขาวขนาบแดงสัญลักษณ์สหพันธรัฐไท และมีถุงใส่เสื้อสีดำติดธงสัญลักษณ์ 1 ถุง มีเสื้อ4 ตัว และถุงใส่แถบผ้าสีขาวขนาบแดงธงสัญลักษณ์สหพันธรัฐไท 140 ชิ้น เจ้าหน้าที่สอบถามได้ความว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนจะนำเสื้อและแถบผ้าธงสัญลักษณ์ไปแจกจ่ายให้กับคนอื่น ตามคำเชิญชวนของ “ลุงสนามหลวง” ที่ได้ฟังทางเว็บไซต์ยูทูป เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.61 เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันจับกุม และแจ้งข้อหากระทำการด้วยวิธีการใดใด ในลักษณะยุยงปลุกปั่นฯ และเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116,209

ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคง เกรงว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนจะหลบหนี

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่ามีญาติยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยตชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำทั้งสองไปคุมขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางบางเขนต่อไป

 

บทความก่อนหน้านี้เอกชนเมิน รายเดียวยื่นประมูลแหลมฉบังเฟส3 จ่อล้มเหตุไม่ยื่นหลักประกันซอง
บทความถัดไปแฉกลุ่มช่วยสุนัขในเกาหลีใต้ให้รอดจากการถูกกิน แอบฆ่าสุนัขทิ้งเอง