ทนายเผย’ฮาคีม’เครียดหวั่นส่งกลับบาห์เรน เผยตกเป็นเหยื่อแทนพี่ เคลื่อนไหว’อาหรับสปริง’

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นางณัฐาศิริ เบิร์กแมน ทนายความของนายฮาคีมอัล อาไรบี นักฟุตบอลชาวบาห์เรน ที่อยู่ขั้นตอนการพิจารณาของศาลว่าจะส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับประเทศบาห์เรนหรือไม่ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการเตรียมตัวของทีมทนายความ ขณะนี้อยู่ระหว่างการอ่านข้อมูลคำร้องของอัยการอย่างละเอียด พร้อมทั้งเตรียมหาพยานหลักฐานมาแก้ต่าง โดยมีการรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งเป็นเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เชื่อว่าภายในเวลาที่ศาลกำหนดจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อใช้แก้ต่างในศาลได้อย่างครบถ้วน โดยคำร้องของอัยการก็ตรงกับที่ทางทีมทนายความได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งทีมทนายความจะใช้ เกณฑ์ในพ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนในการต่อสู้คดีกับคำร้องของอัยการ ส่วนการใช้ชีวิตภายในเรือนจำทราบว่า นายฮาคีม เริ่มปรับตัวได้

ทนายความนายฮาคีม กล่าวว่าถึงสถานะลี้ภัยนายฮาคีมที่ได้จากออสเตรเลียว่าตนได้ทราบข้อมูลจากนายฮาคีมว่าเริ่มมีการดำเนินการขอเป็นผู้ลี้ภัยนานถึง 3 ปี โดยมีการเข้าขั้นตอนการทดสอบและตรวจสอบของทางการประเทศออสเตรเลียถูกต้องทุกขั้นตอน จนได้รับการอนุญาตในปี 2557 ส่วนเรื่องคดีความที่เกิดขึ้นที่ประเทศบาห์เรนตัวนายฮาคีมให้ข้อมูลว่าในวันที่เกิดเหตุเผาสถานีตำรวจ ตัวนายฮาคีมไม่ได้ไปร่วมชุมนุมในจุดดังกล่าว แต่กำลังแข่งขันฟุตบอลนัดหนึ่งและมีพยานหลักฐานได้ว่าตัวนายฮาคีมอยู่ภายในสนามฟุตบอลและแข่งขันขณะที่เกิดเหตุ ทั้งนี้สาเหตุที่นายฮาคีม ถูกรวมเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว นายฮาคีมให้ข้อมูลว่า เกิดจากการที่พี่ชายของนายฮาคีม เป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวคนสำคัญซึ่งเคยเคลื่อนไหวในเหตุการณ์อาหรับสปริงทางการของประเทศบาห์เรนต้องการตัวแต่ไม่สามารถจับกุมได้ ตัวนายฮาคีมจึงตกเป็นเป้าในการถูกโจมตี

โดยเมื่อวานนี้ก่อนถูกควบคุมตัวกลับไปยังเรือนจําพิเศษกรุงเทพ ก็ได้อธิบายข้อมูลที่ศาลแจ้งให้ทราบ รวมทั้งข้อมูลภายในเอกสารที่อัยการทำเรื่องส่งมาให้อย่างละเอียด พร้อมทั้งอธิบายถึงขั้นตอนการต่อสู้คดี แต่นายฮาคีมยังคงมีอาการเครียด และกังวลว่าจะถูกส่งตัวกลับประเทศบาห์เรน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปรับเปลี่ยน Culture สู่วัฒนธรรม
บทความถัดไปกอ.รมน.อึ้งโค่นต้นไม้ใหญ่วิภาวดีป่าราบ ชี้ครู-ทหารบางส่วนเอี่ยว