ตร.นำกระบะคันเกิดเหตุยิง’หนุ่มเทคโนฯบางกะปิ’ตรวจพิสูจน์ พบรอยกระสุนเจาะ5 นัด

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ชุดปราบปรามยาเสพติด บก.น.4 ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่บริเวณซอยร่มเกล้า6 แขวงและเขตมีนบุรี จำนวน 5 ราย และต่อมาได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ กับนักเรียนช่างเทคโนโลยีบางกะปิ ทำให้เจ้าหน้าที่ ได้ใช้อาวุธปืนขนาด 9มม.ยิงรัวใส่นักเรียนช่าง จนมีผู้เสียชีวิต 1 รายและได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา01.30น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ กองพิสูจน์หลักฐานกลางสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตำรวจชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 นำรถกระบะมาสด้า 4 ประตู ไฮแรนเซอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษห7672 กรุงเทพมหานคร ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกิดการยิงปะทะกับนักเรียนช่างกลย่านมีนบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต เมื่อคืนที่ผ่านมา เข้าตรวจหาวิถีกระสุนปืนและร่องรอยการยิง รวมถึงเก็บพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่และรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนในคดี โดยเบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ขอเวลาในการทำงานจึงจะทราบข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกันมีรายงานว่าการตรวจพิสูจน์วิถีกระสุนในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบจำนวนกระสุนที่ถูกยิงไปที่รถกระบะ บริเวณประตูฝั่งคนขับทั้ง 5 นัด ว่าจะมีการยิงมาจากทิศทางเดียวกันหรือไม่ รวมทั้งระยะห่างไกลจากจุดยิงมากน้อยเพียงใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการยิงหวังผลให้เสียชีวิต ต้องรอตรวจสอบพยานหลักฐานชิ้นอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางได้รับพยานหลักฐานมาเพียงแค่รถยนต์กระบะเท่านั้น หลักฐานอื่นๆ เช่น ปลอกกระสุน หัวกระสุน ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ที่ไปตรวจที่เกิดเหตุนั้น ยังไม่ได้รับมอบ ซึ่งหากได้รับพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วก็อาจจะสามารถชี้ชัดได้ว่ารอยกระสุนปืน ทั้ง 5 นัดมาจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่ รวมถึงผู้ที่ก่อเหตุยิงมีกี่คน

บทความก่อนหน้านี้วาเลนไทน์! เกษตรกร เร่งเก็บดอกกุหลาบ ให้ทันช่วงวันแห่งความรักปีนี้ราคาดี
บทความถัดไป“ไทย-ลาว” แห่ทำบุญนมัสการพระธาตุพนม ดันศก.คึกคักเงินสะพัดเกือบ 100 ล. (มีคลิป)