จ่อจี้อัยการ ฟ้อง ‘ยะใส-พิภพ’ ร่วม ’16 กปปส.’ ข้อหากบฏ ชี้ตัวอยู่ในอำนาจศาล เช็กลิสต์แกนนำม็อบฟ้อง-ยังไม่ฟ้อง

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ(สกสส.) กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาศาลฎีกามีคำพิพากษายืนจำคุก 8 เดือนไม่รอลงอาญาอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) รวม 6 คนฐานบุกรุก-ทำเสียทรัพย์ จากเหตุการณ์ยึดทำเนียบปี 51 ว่า หลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก เเกนนำ พธม.ทั้ง 6 คนเเล้วพบว่าในจำนวนนั้นมี  นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำ พธม. และนายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 45 ปี อดีตอดีตผู้ประสานงาน พธม. ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษเคยมีความเห็นสั่งฟ้องเเต่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ในคดีร่วมกันกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.เเละพวกในฐานความผิดร่วมกันก่อกบฏ, ร่วมสนับสนุนการเป็นกบฏ, กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดที่มิใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่ยอมเลิก, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน ปิดงานงดจ้าง, บุกรุกสถานที่ราชการ, ขัดขวางการเลือกตั้ง รวม 8 ข้อหา จากการชุมนุมปิด กทม. เมื่อเดือน พ.ย.2556-22 พ.ค.2557 เพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

นายวิญญัติ กล่าวว่า เมื่อทั้งสองคนต้องคำพิพากษา ก็ต้องถือว่ามีตัวอยู่ในอำนาจของศาล ทางอัยการคดีพิเศษก็จะต้องรีบดำเนินการส่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลอาญาเพื่อให้ให้ตัวผู้ต้องหา อยู่ในสำนวนเเละจะได้มีการนำไปรวมกับสำนวนของนายสุเทพ เเละในส่วนของคนที่อัยการมีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง มานานเเล้ว เเต่ยังไม่ได้ตัวมา เช่น น.ส.จิตรภัสร์ หรือตั๊น กฤดากร  นายนิติธร ล้ำเหลือ นาย เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ฯลฯ ตนก็จะไปยื่นเรื่องให้ดำเนินการนำตัวมาส่งฟ้องโดยเร็วเพราะที่ผ่านมามีการประวิงเวลามามากเเล้ว ตนขอเรียกร้องให้อัยการออกมาชี้เเจงต่อสาธารณชนถึงสาเหตุที่ยังไม่มีการนำตัวผู้ต้องหาที่เหลือมายื่นฟ้องต่อศาลอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีกบฎ กปปส.อัยการสำนักงานคดีพิเศษได้เห็นควรสั่งฟ้องคดีผู้ต้องหา 47 คน ขณะนั้นนายนันทศักดิ์ พูนสุข เป็นอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ ในขณะนั้นมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง 1 ราย คือ อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีการส่งฟ้องไปเเล้วทั้งหมด 4 สำนวน รวม จำเลย 29 คน

แยกฟ้องไปชุดเเรก 4 คน คือ นายเสรี วงศ์มณฑา นายสมบัติ ธำรงค์ธัญวงศ์ นายสนธิญาน ชื่นฤทัยในธรรม และนายสกลธี ภัทธียกุล ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2557

ชุดที่ 2 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.247/2561 ประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ,นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ,นายชุมพล จุลใส ,นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ,นายอิสระ สมชัย ,นายวิทยา แก้วภราดัย ,นายถาวร เสนเนียม ,นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ,นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ 9 จำเลย ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ-ยุยงปลุกปั่น-กระทำให้ปรากฏแก่วาจาฯ อั้งยี่ ซ่องโจร-มั่วสุมกันเกิน 10 คน-ประทุษร้าย-ขัดขวางการเลือกตั้ง รวม 8 ข้อหา โดยนายสุเทพ และนายชุมพล อัยการสั่งฟ้องในข้อหาร่วมกันก่อการร้าย ด้วย

สำนวนที่ 3 คดีหมายเลขดำ อ.832/2561 ที่ยื่นฟ้อง น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก,พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ ,นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายยศศักดิ์ โกไศยกานนท์, นายถนอม อ่อนเกตุพล , นายสมศักดิ์ โกศัยสุข , พระพุทธะอิสระ หรือนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ, นายสาธิต เซกัลป์ หรือเซกัลป์, น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อายุ 55 ปี, พล.อ.ท.วัชระ ฤธาคนี, พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ, นายแก้วสรร อติโพธิ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน เเละนายถวิล เปลี่ยนศรี อายุ 64 ปี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นจำเลยที่ 1-14

เเละสำนวนที่ 4 คือคดีหมายเลยดำ อ.1185/2561 ที่อัยการยื่นฟ้อง ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ และนายมั่นแม่น กะการดี เป็นจำเลยที่ 1-2

ซึ่งยังมีผู้ต้องหาที่อัยการมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องเเล้วยังไม่ได้นำตัวมาฟ้องอีกประมาณ 18 คน ซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่ม พธม.เก่า เเละกลุ่มอดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เเละเครือข่ายนักวิชการ ประกอบด้วย 1.นายนิติธร ล้ำเหลือ 2.นายอุทัย ยอดมณี 3.พันตำรวจโทสุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ 4. นางสาวจิตรภัสร์ กฤดากร 5.นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง 6.นายกิตติศักดิ์ ปรกติ 7.พลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ 8.นายสุริยะใส กตะศิลา 9.นายพิภพ ธงไชย 10.นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี 11.นายกิตติชัย ใสสะอาด 12.นายคมสัน ทองศิริ 13.นายพิเชษฐ พัฒนโชติ 14. นายประกอบกิจ อินทร์ทอง 15.นายนัสเซอร์ ยีหมะ 16.นายพานสุวรรณ ณ แก้ว 17.นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด 18.นางทยา ทีปสุวรรณ

ส่วนคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของ พธม. ได้แก่ คดีอาญาหมายเลขดำ อ.973/2556 หรือคดียึดสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องอดีตแกนนำและแนวร่วม พธม. เป็นจำเลยรวม 98 ราย ยังอยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์ นัดล่าสุดวันที่ 13 มี.ค. นี้ ส่วนคดีแพ่งหมายเลขดำ พ.6453, 6474/2551 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาถึงที่สุดให้อดีตแกนนำและแนวร่วม พธม. 13 ราย ชดใช้ค่าเสียหายกว่า 522 ล้านบาทแล้ว, คดีอาญาหมายเลขดำ อ.3973/2558 หรือคดีชุมนุมดาวกระจาย ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องอดีตแกนนำและแนวร่วม พธม. เป็นจำเลยรวม 9 ราย ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมดเมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2562 และคดีอาญาหมายเลขดำ อ.3881/2559 หรือคดีล้อมสภาวันที่ 7 ต.ค. 2551 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 4 มี.ค. นี้ เวลา 9.00 น.

เกาะติดการเมือง กับ Line@มติชนการเมือง

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้เริ่มแล้ว! เวทีดีเบตโคราช ตัวแทนพรรคการเมืองเพียบ คนฟังพรึ่บ
บทความถัดไปกรมท่องเที่ยวรับไทยแลนด์ 4.0 ควบงานทะเบียน-มัคคุเทศก์ เปิดขอใบอนุญาตออนไลน์ 24 ชั่วโมง