คุกตลอดชีวิต ‘โมนา’ อดีตผู้เข้าประกวดนางงาม โมโหฆ่าทำร้ายสาวใช้อายุ 15 ปีเศษ ก่อนฝังดิน

แฟ้มภาพ

คุกตลอดชีวิตไม่ลดโทษ “โมนา” อดีตผู้เข้าประกวดนางงาม โมโหฆ่าทำร้ายสาวใช้อายุ 15 ปีเศษ ก่อนฝังดินข้างบ้านเพชรบุรีหนีความผิด แม่น้องน้ำสบายใจหลังฟังคำพิพากษา อโหสิกรรมให้แทนลูก

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดี หมายเลขดำ อ.3966/2560 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.กฤษณา หรือโมนา สุวรรณพิทักษ์ อดีตผู้เข้าประกวดสาวงาม , น.ส.ปรารถนา หรือเม้า ท้วมทรัพย์ และนายปราโมทย์ สุวรรณพิทักษ์ เป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 และจำเลยที่ 1 ฐานฆ่าผู้อื่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288

ซึ่งมารดา ผู้ตาย ได้ยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วยเป็นเงิน 1,465,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีด้วย

กรณี ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555 น.ส.กฤษณา จำเลยที่ 1 ได้พา น.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำอายุ 15 ปีเศษ มาทำงานรับใช้ในบ้าน จ.เพชรบุรี และเมื่อจำเลยที่ 1 เกิดโมโห อารมณ์ร้าย จะทุบตี น้องน้ำเสมอ กระทั่งวันที่ 11 เม.ย.2555 จำเลยที่ 1 ได้ใช้กระป๋องสเปรย์ ยาวประมาณ 1 ฟุต ทุบตีที่ศีรษะหลายครั้ง อีกทั้งใช้กระบอกพลาสติกแข็งทุบตีบริเวณต้นขา และใช้ที่หนีบผมขณะที่ยังมีความร้อนจี้ตามลำตัวจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกส่งตัวมาอยู่ที่บ้านเลขที่ 599/10 หมู่บ้านกลางกรุงรัชวิภา แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม. และมาเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 12 เม.ย.2555 ก่อนที่จำเลยที่ 1 จะร่วมกับพวกนำศพใส่ท้ายรถเดินทางมาที่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนางโดโร ทิมพิทักษ์ มารดา ของจำเลยที่ 1 โดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 ช่วยกันนำศพน้องน้ำไปฝังอำพรางคดีไว้บริเวณใต้ต้นตาล นอกรั้วบ้าน

โดยจำเลยที่ 1-2 ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ 3 กลับคำให้การรับสารภาพก่อนเริ่มสืบพยานซึ่งทั้งสามได้รับการประกันตัว

ขณะที่ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า โจทก์มีพยาน ซึ่งเป็นบุตรสาว ของจำเลยที่ 1 ที่เห็นเหตุการณ์ทุบตีผู้ตายก่อนเสียชีวิต มาเบิกความ ซึ่งหากไม่เป็นความจริงบุตรสาวคงให้การถึงมารดาในพฤติการณ์ที่จะเป็นความผิดร้ายแรง นอกจากนี้ ยังมีคำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนที่ให้การไว้ถึง 5 ครั้งโดยเป็นเหตุการณ์ที่ตรงกันหมดที่มีการทุบตีทำร้ายผู้ตาย จนมาเสียชีวิตภายหลัง ด้วยเหตุที่ว่าจำเลยที่ 1 เห็นว่าผู้ตายดื้อ ใช้อะไรก็ไม่ค่อยทำตาม ซึ่งจำเลยเป็นคนโมโหร้าย และยังเคยมีเหตุการณ์ทำร้ายจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทจนบาดเจ็บ และทำร้ายแฟนหนุ่มของบุตรสาวจนหัวแตกเพราะไม่พอใจเรื่องการพาไปเที่ยว โดยการกระทำของจำเลยที่ 1 ในการใช้กระป๋องสเปรย์น้ำยาปรับอากาศที่มีน้ำยาอยู่ด้วยจึงมีน้ำหนักพอสมควร ไปทำร้ายผู้ตายด้วยการตีที่ศีรษะอย่างแรง และต่อมายังใช้ท่อข้อต่อพลาสติกเครื่องดูดฝุ่นตีตามร่างกายผู้ตายอีก รวมทั้งใช้เครื่องม้วนผมที่มีความร้อนจี้ตามลำตัวเป็นบาดแผลนั้น เป็นการเล็งเห็นผลว่าจะถึงแก่ความตายได้ จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามมาตรา 288 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตและต้องชดใช้ให้มารดาผู้ตาย ที่ต้องขาดไร้อุปการะจากบุตรสาวที่เสียชีวิต รวมทั้งค่าปลงศพ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,065,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีที่ผิดนัดชำระ นับตั้งแต่วันที่มารดาผู้ตายยื่นคำร้องให้ชดใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.2555

ส่วนจำเลยที่ 2-3 มีความผิดฐานร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 184 ให้จำคุกคนละ 2 ปี

โดยคำให้การของจำเลยที่ 2 ในชั้นสอบสวนมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 1 ปี 4 เดือน

ส่วนจำเลยที่ 3 รับสารภาพก่อนสืบพยาน ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ซึ่ง แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพแต่เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แล้วเป็นการกระทำที่ร้ายแรง ซึ่งแม้จำเลยที่ 3 จะเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านทำคุณงามความดีมาก่อนและเยียวยามารดาผู้ตายแล้วก็ตาม ก็ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ

ด้านนางจันทิรา ศรีศักดิ์ อายุ 49 ปี มารดา น.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ ผู้ตาย กล่าวภายหลังฟังผลคำพิพากษาว่า ผลการตัดสินเป็นที่น่าพอใจ สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้ สิ่งที่ตนร้องขอความเป็นธรรมมาตลอด น้องน้ำได้รับความยุติธรรมแล้ว ฟ้ามีตา สวรรค์มีใจ ให้คนทำผิดได้รับโทษ

ถามว่าจะอโหสิกรรมให้คนทำผิดหรือไม่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น นางจันทิรา กล่าวว่า คนที่ก่อเหตุเขาทำโดยที่ไม่คิดอะไรเลยว่าน้องจะเจ็บปวดแค่ไหน แต่ว่าความเป็นแม่ แม่ไม่เคยให้อภัย แต่แม่ขออโหสิกรรมแทนน้อง เพื่อน้องจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี ได้ไปเกิด โดยหลังเสร็จสิ้นทุกอย่างตนวางแผนจะทำบุญให้บุตรสาวอีกครั้งหนึ่ง

“อย่าคิดว่าการทำผิดแล้วจะไม่ได้รับโทษอะไรเลย แม่เองเป็นผู้เสียหายยังรู้สึกทุกข์ใจ ร้อนรน มีความเจ็บอกเจ็บใจอยู่ตลอดเวลา แต่คนที่ทำผิดกลับไม่รู้สึกอะไร หลังฟังคำตัดสินเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกับแม่ ยังยิ้มอย่างสบายใจ แม่ยังบอกว่าหัวใจทำด้วยอะไร เลือดเย็นเหลือเกิน ไม่มีสลด ไม่มีน้ำตา ไม่มีความสำนึกอะไร ยิ่งเห็นการกระทำของเขาแบบนี้แม่ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดมาก ตีน้องเหมือนไม่ใช่คน น้องตัวแค่นั้น ยังทำได้ขนาดนี้” นางจันทิรากล่าว

นางจันทิรา ศรีศักดิ์ อายุ 49 ปี มารดาน.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือน้องน้ำ
บทความก่อนหน้านี้‘กรณ์’ ชี้ แม้งบทหารเพิ่มขึ้นจริง แต่หากวัดตามสัดส่วน GDP ถือว่าไม่ได้ผิดปกติ
บทความถัดไปโต้กลับกลุ่มโจมตี! กห.เตรียมแจงด่วน งบทหาร-เกณฑ์ทหาร-ซื้ออาวุธ