ไล่ออก 2 ตม.แปลงตราประทับพาสปอร์ต รับทำมาแล้วกว่า 30 ครั้ง เรียกหัวละ 5หมื่น

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลจับกุม นายคลินตัน นาสเซรี่ (MR.CLINTON NASELI) อายุ 22 ปี สัญชาติแคเมอรูน ในความผิดฐานปลอมและใช้แผ่นปะตรวจลงตรา, ปลอมรอยตราประทับการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศปลอม, ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมฯพร้อมของกลางหนังสือเดินทาง และใบเสร็จรับเงินของสถานทูตไทยปลอม หลังเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลาได้ร่วมกันจับกุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสภ.หาดใหญ่

จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง สังกัดด่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งปฎิบัติทำหน้าที่ตรวจอนุญาตบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ได้ทำการบันทึกข้อมูลการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในระบบสารสนเทศสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยที่บุคคลต่างด้าวมิได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรจริง ซึ่งกรณีดังกล่าวกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 3 คน ประกอบด้วย จ.ส.ต.นพดล บุญยะวัน อายุ 36 ปี อดีต ผู้บังคับหมู่ ฝ่าย ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ บก.ตม.2 และ ด.ต.สมยศ ฟุ่มฟองฟู อายุ 38 ปี อดีต ผบ.หมู่ ฝ่าย ตม.ขาเข้าด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ บก.ตม.2 และ นางสาวพัณณิตา สรวยงาม อายุ 37 ปี จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ขณะที่ในส่วนของนายหน้า จากการสอบถาม นางสาวพัณณิตา พบว่าได้รับค่าจ้างหัวละ 50,000 บาท ล่าสุดเจ้าหน้าที่จับกุมตัวมาดำเนินคดีแล้ว

ด้าน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่าตั้งแต่ตนเข้าดำรงตำแหน่ง ผบช.สตม. ปัจจุบันมีการจับกุมตำรวจตม.ที่กระทำการทุจริตแล้วจำนวน 5 คน นายหน้า 37 คน และได้มีการเพิกถอนเอกสารของชาวต่างชาติที่กระทำความผิดกว่า 200 คน โดยในส่วนของเจ้าพนักงาน พบว่าทั้งหมดให้การรับสารภาพ ซึ่งล่าสุดได้ให้ออกจากราชการแล้ว เบื้องต้น ยืนยันว่าจะไม่ปกป้องเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิด และจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อเอาผิด

ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาตำรวจได้จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีพฤติการณ์บันทึกข้อมูลการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรในระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์สารสนเทศ ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (PIBICS) ให้ปรากฏข้อมูลและหลักฐานเท็จ และประทับตราขาเข้าอันเท็จ โดยที่คนต่างด้าวคนดังกล่าวไม่ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรจริง ซึ่งเหตุเกิดที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมือง จำนวน 3 คน และในครั้งนี้ อีก 2 คน รวม 5 คน และหากตรวจพบผู้กระทำการทุจริตเพิ่มเติม ก็จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ม.รามคำแหงเตือนบัณฑิตเผื่อเวลาเดินทางวันซ้อมใหญ่-พิธีฯปริญญาบัตร
บทความถัดไปออมสินยกระดับสตรีทฟู้ดจัดเรียลลิตี้ชิงรางวัล 2 ล้าน