กรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับ ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติยุทธการ “สยบไพรี 62/9 ยาสวย สังหาร” ปิดล้อมตรวจค้น นำกำลังเข้าบุกหมู่บ้านหรูย่านพัฒนาการ 42 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ เพื่อจับกุมนายทุนยาลดความอ้วน และผลิตภัณฑ์เสริมความงาม กระทั่งขยายผลทราบว่ามีแพทย์ร่วมมือกับขบวนการ ลักลอบนำยาที่อยู่ในควบคุมออกมาจำหน่ายให้กับผู้ป่วยด้วยนั้น
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต ท. ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. กล่าวถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ทางเราได้จับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องไง้ทำการสอบสวนขยายผล กระทั่งทราบว่า ได้มีแพทย์ จำนวนหนึ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องในขบวนการ ซึ่งได้พิสูจน์ทราบตัวแล้วว่า มีแพทย์ 2 รายที่มีความเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำยาที่อยู่ในควบคุมของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งทางจะเรียกตัวมาทำการสอบปากคำในวันที่19 มีนาคมนี้ หากพบว่า มีความผิดจริงก็จะดำเนินการแจ้งข้อหา “จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เฟนเตอมีน) และประเภท 4(ไดอาซีแพม,คลอราซีเพท)” มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20ปี และข้อหา “สมคบการกระทำความผิด” ตาม พ.ร.บ.มาตราการการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต่อไป
พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบตัวยาลดความอ้วนพบว่า มีการสั่งมาจากต่างประเทศและเป็นตัวยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยสามารถสั่งยาได้ตามคลินิคผ่านทางเจ้าหน้าที่ อย. ก่อนนำส่งตามคลินิคที่สั่งยาชนิดดังกล่าวไว้ แต่จากการสืบทราบพบว่าตัวยาดังกล่าว มีพ่อค้าคนกลางนำออกจากคลินิคและไปจำหน่ายเองในราคาสูงกว่าความเป็นจริง 5-10 เท่า ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อย. สังเกตพบว่า มีการเบิกจ่ายยาจำนวนมากบ่อยผิดปกติ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ บช.ปส. ให้เข้าตรวจสอบ ซึ่งได้พบการกระทำความผิดจริง
ทั้งนี้ มีรายงานว่า แพทย์ทั้ง 2 ราย ที่จะเข้าพบและถูกแจ้งข้อหา คือนายจอมพล มีศรี และ น.ส.บัณฑิตรา นาใจคง ซึ่งขณะนี้เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้อนุมัติให้ดำเนินคดีข้อหา “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน” ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ โดยมีอัตราโทษที่ได้รับเท่ากับตัวการ

