‘ศรีวราห์’ มั่นใจสำนวนมัด ‘เสี่ยเปรมชัย’ ล่าเสือดำ รอฟังพิพากษา 19มี.ค. สั่งปอท.ล่า ปล่อยข่าวทำลายตำรวจ

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะพนักงานสอบสวน แถลงชี้แจงข้อเท็จจริง คดีที่ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดิเวล็อปเมนต์จำกัด(มหาชน) กับพวกอีก 4 คน ลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จ.กาญจบุรี โดยยืนยันว่าตามที่มีการปล่อยข่าวลือว่าอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหานั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากคดีล่าเสือดำนี้ ทางพนักงานสอบสวนและอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ในข้อหาหลัก 6 ข้อหา1. ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร 2. ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต 3. ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 4. ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 5. ร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยพา เอาไปเสียหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย 6. ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยศาลจังหวัดทองผาภูทิ นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 19 มีนาคมนี้

รองผบ.ตร. กล่าวว่า ส่วนคดีติดสินบนเจ้าพนักงาน ทางพนักงานสอบสวนและอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง นายเปรมชัย และนายยงค์ โดดเครือ และศาลได้ไต่สวนคดีเสร็จสิ้นเสร็จแล้วและนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 11 มิ.ย.62 ส่วนคดีครอบครองงาช้างและมีอาวุธปืน พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาฐานไม่มีใบอนุญาต 5 กระบอก ,  ส่วนคดีงาช้างผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันเป็นงาช้างแอฟริกา จึงแจ้งข้อหากับนายเปรมชัย กับพวกคือภรรยา  4 ข้อหา คือ ลักลอบนำเข้าช้าช้างแอฟริกา , รับซื้อมีไว้ครอบครอง โดยคดีอยู่ในการพิจารณาของศาล

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า สำหรับคดีล่าเสือดำนั้นมั่นใจเอาผิดนายเปรมชัยได้ เพราะพนักงานสอบสวนมีความเห็นตรงกันกับอัยการ แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลในการพิจารณา พร้อมเตือนไปยังประชาชนอย่าหลงเชื่อโชเชียลมีเดียที่ลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง ส่วนผู้ผลิตเนื้อหา นำเสนอข่าวคดีเสือดำที่ไม่เป็นความจริง ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับสั่งการลงมา ให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) เร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดแล้ว เนื่องจากเป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและเป็นความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์

พนักงานสอบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี สรุปคดีดังกล่าวว่า เหตุเกิดวันที่ 4 ก.พ.61 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร หลังจากพนักงานสอบสวนรับเรื่องใช้เวลา 35 วัน ทำสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหา แจ้งข้อหาทั้ง 4 คน จำนวน 10 ข้อหา 1.ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาติ 2.ร่วมกันนำเครื่องมือใช้ในการล่าสัตว์ป่าเข้าไปโดยโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองและพยายามล่าสัตว์ป่า 4.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง 5.ร่วมกันช่วยเหลือซ่อนเร้นหรือพาไปเสียซึ่งซากสัตว์ป่า 6.ร่วมกันเก็บหาของป่า 7.ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าไว้ในความครอบครอง 8.ร่วมกันมีอาวุธปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต 9.ร่วมกันพกพาอาวุธปืนเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 10.ร่วมกันทารุณกรรมสัตว์

พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนสั่งฟ้อง 9 ข้อหา สั่งไม่ฟ้อง 1 ข้อหาคือ ทารุณกรรมสัตว์ และได้ส่งให้พนักงานอัยการ อัยการภาค 7 ตรวจสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องนายเปรมชัย 6 ข้อหาคือ ร่วมกันล่าตว์ป่า, ร่วมกันซ่อนเร้นฯ, ร่วมกันมีไว้ในครองซากสัตว์ป่า, ร่วมกันเก็บหาของป่า, ร่วมกันมีอาวุธปืน,และ มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เรื่องทารุณกรรมสัตว์ เมื่อพนักงานอัยการมีความเห็นแย้งกันกับตำรวจ พนักงานสอบสวนจึงส่งให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด เมื่ออัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นฟ้องตามพนักงานอัยการภาค 7 พนักงานอัยการจึงยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ ตรวจพยานหลักฐานทั้งฝ่ายโจทย์จำเลยเสร็จสิ้น ศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 19 มี.ค.นี้ ที่มีการปล่อยข่าวอัยการสั่งไม่ฟ้องไม่เป็นความจริง

ด้าน พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ชี้แจงว่า นอกจากนี้ในคดีดังกล่าวยังมีคดีการติดสินบนเจ้าพนักงาน พนักงานสอบสวน บก.ปปป. รับเรื่องการติดสินบนจากนายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้ารักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2561 กล่าวโทษกับนายเปรมชัย กรรณสูต และนายยง โดดเครือ ข้อหาร่วมกันให้ของให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจหรือประวิงการกระทำอันมิชอบ จากการตั้งคณะกรรมการพนักงานสอบสวนจากกองบัญชาการสอบสวนกลางมีความเห็นสั่งฟ้อง และได้ส่งให้พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 7 เมื่อวันที่ 30 มี.ค.61 และทางอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องตามพนักงานสอบสวน กระบวนการไต่สวนทั้งหมดเสร็จสิ้นศาลนัดพิพากษาวันที่ 11 มิ.ย.62

ด้านพนักงานสอบสวน บก.ปทส. เผยว่า หลังจากจับกุมที่อุทยานมีการสืบสวนขยายผลพบงาช้างและอาวุธปืน เข้าตรวจค้นที่บ้านย่านห้วยขวางวันที่ 7 ก.พ.61 ยึดอาวุธปืน 43 กระบอก งาช้าง 4 กิ่ง จากการตรวจสอบอาวุธปืนพบ 5 กระบอก ไม่มีทะเบียนแจ้งข้อหานายเปรมชัย ฐานครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ในทางคดีพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องเช่นเดียวกัน คดีอยู่ที่ศาลอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทย์ ส่วนงาช้างพบว่าเป็นงาช้างจากแอฟริกา จึงดำเนินคดีข้อหาลักลอบนำงาช้างจากต่างประเทศเข้ามาตาม พ.ร.บ.ศุลกากรและครอบครองสัตว์ป่าส่วนที่เป็นงาช้าง นอกจากนี้ยังดำเนินคดีกับภรรยานายเปรมชัย ข้อหาแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในเอกสาร ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้ยื่นแจ้งเจ้าหน้าที่ครอบครองงาช้างที่ยืนยันว่ามีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง และพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องเช่นเดียวกัน คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon