รวบแก๊งมองโกเลียล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว’สุวรรณภูมิ’ก่อนเผ่นนอกประเทศ

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ศปก.กก.3 บก.ทท.1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ต. วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 แถลงจับกุม นายคิชิคบาตา โบลด์ อายุ 40 ปี สัญชาติมองโกเลีย นายเธอร์มังค์ บูเรนจาร์กัล อายุ 41 ปี สัญชาติมองโกเลีย และ นางสาวอุลชิบายา บัทเทอร์เดเน่ อายุ 35 ปี สัญชาติมองโกเลีย ผู้ต้องหาร่วมกันลักทรัพย์ในท่าอากาศยานโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป มูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 200,000 บาท พร้อมทั้งตรวจยึดเงินสกุลต่างชาติซึ่งประกอบด้วย เงินดอลลาร์สหรัฐจำนวน 8,665 เหรียญสหรัฐ เงินยูโรจำนวน 3,650 ยูโร เงินเยนญี่ปุ่นจำนวน 90,000 เยน เงินอาเจนตินา 1,355 เปโซ เงินดองเวียดนาม 400,000 ดอง เงินดอลลาร์ออสเตรเลียจำนวน 500 ดอลลาร์

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา รับแจ้งจากผู้เสียหายสัญชาติเยอรมัน ว่าเดินทางเมาไทยถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และแลกเงินที่เคาน์เตอร์แลกเงินที่บริเวณสายพานรับกระเป๋า ต่อมาเดินออกมาซื้อน้ำที่ร้านแฟมิลี่มาร์ทชั้น 2 ผู้โดยสารขาเข้า และเดินลงไปต่อแถวขึ้นรถแท็กซี่เมื่อกำลังจะขึ้นแท็กซี่ พบว่ากระเป๋าเงินหายไป ทาง บก.ทท.1 จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ามีกลุ่มชายหญิงต้องสงสัยจำนวน 4 คน เดินตามผู้เสียหายตั้งแต่บริเวณชั้น 1 ประตู 3 ไปจนถึงจุดเข้าคิวรถแท็กซี่ และผู้หญิงเป็น 1 ในผู้ต้องสงสัยล้วงเอากระเป๋าเงินของผู้เสียหายไปโดยภายในกระเป๋าดังกล่าวมีเงินจำนวน 300 ยูโร สำเนาหนังสือเดินทาง บัตรเครดิต จำนวน 1 ใบ จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาจึงเดินลงไปที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งและลงมือก่อเหตุล้วงกระเป๋านักเที่ยวชาวออสเตรเลียได้ทรัพย์สินเงินสดจำนวน 500 เหรียญออสเตรเลีย บัตรเครดิตการ์ด ก่อนขึ้นรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งไปลงที่สถานี พญาไท และต่อรถไฟฟ้าบีทีเอส

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสี่แต่ละคนมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจนตามภาพวงจรปิด โดยทั้ง 4 คน จะเดินตระเวนหาเหยื่อภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อพบผู้เสียหายจะเดินตามประกบผู้เสียหาย เมื่อสบโอกาสจึงลงมือล้วงกระเป๋าเงินออกจากเสื้อคลุมของผู้เสียหายไป
หลังจากได้ทรัพย์สินแล้วยังเดินตระเวนหาเหยื่ออย่างต่อเนื่อง โดยเดินต่อลงมายังชั้นใต้ดิน พบเหยื่อกำลังต่อแถวซื้อตั๋วเดินทางแอร์พอร์ตลิ้ง จึงเดินประกบเข้าคิวต่อหลังเหยื่อเช่นเคยโดยจะสลับสับเปลี่ยนกันเดินวนและยืนกางแผนที่เพื่อบังบริเวณหลังเหยื่ออีกทางหนึ่ง แต่ไม่สบโอกาสจึงไม่ได้ลงมือ หลังจากนั้นกลุ่มผู้ต้องหานำบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปตระเวนรูดซื้อสินค้าแบรนด์เนมที่มีราคาแพง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบกลุ่มต้องสงสัยนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีสยาม เพื่อเปลี่ยนขบวนรถนั่งย้อนกลับไปรถไฟฟ้าสถานีราชดำริ และเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้านั่งวกกลับมายังสถานีสยามอีกครั้ง ทั้งนี้กลุ่มต้องหาทั้งสี่ คน ยังคงมีทีท่าเดินหาเหยื่อยังคงนั่งรถไฟฟ้าวนเวียนหาเหยื่อเพื่อลักทรัพย์ต่อไปอีก จึงเชื่อได้ว่ารูปแบบแผนประทุษกรรมของกลุ่มต้องสงสัยนี้เป็นการร่วมกันกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน และก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วจะรีบเดินทางหลบหนีออกนอกราชอาณาจักรไทย

บทความก่อนหน้านี้“ผู้บริหารเนชั่นทีวี” ขู่ฟ้อง “ธนาธร” ยัน รายงานข่าว มีมาตรฐานวิชาชีพ
บทความถัดไป“ตร.สงขลา” ได้หลักฐานคนร้ายยิง ร.ต.อ.วัชรินทร์แล้ว พบสวมป้ายทะเบียนปลอม