พ.ร.ฎ.อภัยโทษผู้ต้องขังทั่วประเทศทยอยปล่อยใน 120 วัน พันธมิตรเข้าข่าย ‘บุญทรง-ธาริต’ส่อลดวันต้องโทษ

3.05.19 | 12:57 น.
พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์

ราชทัณฑ์เร่งคัดกรองรายชื่อที่คุณสมบัติเข้าเงื่อนไข พ.ร.ฎ.อภัยโทษผู้ต้องขังทั่วประเทศ ทยอยปล่อยภายใน 120 วัน กลุ่มพันธมิตรเข้าข่าย ยกเว้น”สนธิ”มีคดีผิดหลักทรัพย์พ่วง ขณะที่”บุญทรง-ธาริต” ขณะที่”อดีตปลัดสุพจน์”ลุ้นปล่อยตัว ส่อได้ลดวันต้องโทษ ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ทุจริตต่อหน้าที่ ไม่เข้าเกณฑ์ ได้แต่ลดวันต้องโทษ

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษทุกเรือนจำ143 แห่งทั่วประเทศได้นำไปประกาศให้ผู้ต้องขังได้รับทราบ โดยอาจจะมีผู้ต้องขังที่ได้รับการลดโทษตามสัดส่วนและปล่อยตัวออกจากเรือนจำโดยกรมจะเร่งประเมินคุณสมบัติและเงื่อนไขต่างๆเพื่อแยกให้ชัดว่า นักโทษที่จะได้รับการปล่อยตัวมีจำนวนเท่าไหร่ และได้ลดโทษตามชั้นต่างๆเป็นจำนวนเท่าใด โดยจะต้องทำให้แล้วภายใน 4 เดือนหรือ 120 วัน ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบจะดำเนินการอย่างอย่างรัดกุม มีกรรมการ 3 ฝ่ายประกอบด้วยผู้พิพากษา อัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบรายชื่อว่ามีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่ได้รับการอภัยโทษหรือไม่ เมื่อตรวจสอบแล้วเสร็จจึงจะส่งรายชื่อให้ศาลออกหมายปล่อย และต้องทยอยปล่อยเป็นรุ่นๆ

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า สำหรับการพระราชทานอภัยโทษให้ผู้ต้องขังถือเป็นโบราณราชประเพณีในวโรกาสเฉลิมฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและเป็นธรรมเนียมปฎิบัติสืบต่อกันมา โดยกรมราชทัณฑ์จะจัดพิธีปล่อยตัวพร้อมกับจัดกิจกรรมให้ผู้ที่ได้รับพระทานอภัยโทษแสดงความจงรักภักดีด้วย อย่างไรก็ตามในพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ได้มีบัญชีลักษณะความผิดแนบท้ายที่เป็นคดีหลักและนโยบายสำคัญซึ่งผู้ต้องขังเช่น คดีค้ามนุษย์และค้ายาเสพติด  คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ การฮั้วประมูล ก็จะได้ประโยชน์น้อยกว่าผู้ต้องขังคดีอื่น เช่น หากเป็นผู้ต้องขังอายุ เกิน 60 ปีเหลือโทษไม่เกิน 3 ปี แต่ถ้าติดเงื่อนไขในคดีแนบท้ายก็จะไม่ได้รับการปล่อยตัว  แต่จะเปลี่ยนเป็นลดวันต้องโทษตามสัดส่วนบางส่วน เว้นแต่เมื่อลดโทษแล้วไม่เหลือเวลาต้องโทษก็ต้องปล่อยตัวไป

รายงานข่าวเปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ต้องขังที่จะได้รับพระราชอภัยโทษประมาณ 4-5 หมื่นคน สำหรับคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกทำเนียบรัฐบาล ปี 2551 อยู่ในข่ายได้รับการอภัยโทษปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำด้วย เนื่องจากคดีนี้ศาลได้พิพากษาจำคุกผู้ต้องขังทั้ง 5 ราย ประกอบด้วยพล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 83 ปี, นายพิภพ ธงไชย อายุ 72 ปี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 68 ปี นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 72 ปี และนายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 45 ปี เป็นเวลา 8 เดือนตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา  ยกเว้นนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งแม้จะมีอายุเกิน 70 ปี แต่เนื่องจากต้องโทษหลายคดีและมีคดีที่เข้าเงื่อนไขบัญชีแนบท้ายคดีเกี่ยวกับความผิดตลาดหลักทรัพย์จึงไม่อยู่ในข่ายได้รับการปล่อยตัว ส่วนคดีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ไม่อยู่ในข่ายได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากต้องโทษจำคุก และยังติดเงื่อนไขต้องโทษในคดีทุจริตปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ขณะที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อายุยังไม่ถึง 60 ปี และต้องโทษหลายคดี อาจได้ลดวันต้องโทษ

นอกจากแกนนำกลุ่มพันธมิตร 5 คนที่คาดว่าจะได้รับพระราชอภัยโทษปล่อยตัวแล้ว ยังมีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 10 เดือน เมื่อเดือนต.ค.61 แม้อายุเกิน 60 ปี แต่ติดเงื่อนไขต้องโทษจำคุกในคดีผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จึงอาจได้รับลดวันต้องโทษ แต่กรณีของนายสุพจน์หากลดโทษแล้วไม่เหลือวันต้องโทษอีกก็จะได้รับการปล่อยตัวไปอัตโนมัติ

Advertisement

สำหรับผู้ต้องขังในคดีทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาลงโทษจำคุก 12-18 ปี ถูกส่งตัวเข้ามายังเรือนจำเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2558 ซึ่งผู้ต้องขังที่เป็นผู้บริหารส่วนใหญ่ได้รับการพักโทษกรณีพิเศษไปก่อนหน้านี้แล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษผู้ต้องราชทัณฑ์