วงจรปิดพบคนนั่งป้ายรถเมล์คล้ายคนร้ายสวมกันน็อกปล้น’ร้านศิริชัย’

3.05.19 | 15:12 น.

จากกรณีคนร้าย 3 คน ใช้อาวุธปืนและมีดก่อเหตุปล้นเพชร ร้านรับจำนำและจำหน่ายของหลุดจำนำชื่อ ร้านศิริชัย เลขที่ 1547 ถนนเพชรเกษม ปากซอย 63 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม.เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 พฤษภาคม ได้ทรัพย์สินมีค่าทั้งเครื่องเพชร สร้อย แหวน ต่างหูทองคำ จี้ฝังเพชร และเงินสด ไปกว่า 140 รายการรวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ที่สน.เพชรเกษม พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม เปิดเผยว่า ขณะนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดนั้น พบเส้นทางก่อนที่คนร้ายเดินทางมาก่อเหตุและเส้นทางหลบหนีคืบหน้าไปพอสมควรล่าสุดการไล่กล้องพบว่าคนร้ายใช้เส้นทางการหลบหนี มุ่งหน้าถนนเพชรเกษมขาออก เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเพชรเกษม 69 หลบหนีไปเส้นทางเดียวกันทั้ง 2 คัน โดยมีการนำกล้องวงจรปิดทั้งหมดมาวิเคราะห์วินาทีต่อวินาทีเพื่อกลั่นเอาข้อสังเกตและลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งหมดทั้งท่าทางเสื้อที่สวมใส อย่างไรก็ดี หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ฝ่ายสืบสวน บก.สส.บก.น.9และสืบสวน บช.น.ได้ประชุมและแบ่งหน้าที่ในการตามล่าคนร้ายและไล่กล้องวงจรปิดรวมไปถึงตามหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมและประสานข้อมูลเพื่อร่วมกันทำงานอยู่ตลอดเพื่อเร่งตามล่าคนร้ายมาดำเนินคดีให้ไวที่สุด

พ.ต.อ.วุฒิชัย เผยต่อว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยและยืนยันได้คนร้ายนั้นเป็นคนในพื้นที่หรือยังอยู่ในพื้นที่หรือไม่แต่จากการตรวจสอบเส้นทางแล้วนั้นคนร้ายต้องเป็นคนรู้เส้นทางเป็นอย่างดีหรือเป็นผู้ที่ใช้เส้นทางดังกล่าวบ่อยจนรู้จักและคุ้นชินเส้นทางเป็นอย่างดีอาจเป็นคนที่เคยใช้เส้นทางนี้บ่อย ทั้งนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า กล้องวงจรปิดขณะที่ก่อเหตุภายในร้านนั้น คนร้ายคนแรกที่มีการสวมหมวกกันน็อกและใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้านั้นอาจจะเป็นคนที่เคยมาใช้บริการหรือรู้จักร้านนี้เป็นอย่างดีดู

จากลักษณะการเปิดประตูเพื่อเข้าไปในร้านซึ่งต้องผลักเข้าผิดธรรมชาติที่ต้องดึงคนร้ายกลับไม่อาการติดขัดและคุ้นชินขณะเดียวกันคนร้ายที่ก่อเหตุเดินออกจากร้านเป็นคนสุดท้ายที่สวมเพียงหน้ากาก ขณะที่หนีออกจากร้านมีอาการชะงักอยู่ชั่วขณะเนื่องจากขาออกประตูจะต้องดึงเข้าหาตัวตามธรรมชาติแต่คนร้ายกลับผลักออกและติดขัดคล้ายกับคนที่ไม่คุ้นชิน ทั้งนี้ก็จะได้มีการสอบสวนพยานหาผู้ต้องสงสัยที่อาจเคยเป็นลูกค้าแต่ในส่วนนี้ไม่สามารถเปิดเผยเพราะจะกระทบต่อคดีได้แต่เท่าที่ทราบร้านดังกล่าวนั้นไม่เคยมีลูกจ้างเป็นธุรกิจภายในครอบครัวทรัพย์สินทั้งหมดนั้นเป็นทรัพย์ส่วนตัวไม่ได้มีการทำประกันแต่อย่างใด

Advertisement

พ.ต.อ.วุฒิชัย เผยต่อไปว่า ในส่วนของพยานหลักฐานขณะนี้ยังไม่สามารถมีการออกหมายจับคนร้ายได้เนื่องจากต้องหาพยานหลักฐานที่ระบุตัวชัดเจนและแน่นหนามากพอที่จะจับกุมคนร้ายรวมถึงผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ ที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บไปหลังเกิดเหตุได้หลายอย่างทั้งรอยนิ้วมือเส้นผมและหลักฐานอื่นๆเพื่อระบุตัวสำหรับอาการของนายศิริชัย อาศัยพาณิชย์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้าน ยังมีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ โดยต้องเย็บที่บริเวณหลังใบหู 16 เข็ม เนื่องจากโดนคนร้ายใช้อาวุธคล้ายปืนทุบบริเวณศีรษะผู้เสียหาย 6-7 ครั้ง

พ.ต.อ.วุฒิชัย เปิดเผยว่า สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปนั้นก็คือเมื่อรู้ว่าจุดดังกล่าวเป็นจุดบอดและมีสถานที่หลายแห่งที่เป็นจุดที่จะทำให้คนร้ายเข้าไปก่อเหตุได้จึงได้มีการเพิ่มจุดตรวจเฝ้าระวังรวมถึงวางมาตรการให้รัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตัวแทนของผู้เสียหายได้นำกระเช้าผลไม้มามอบให้กับพ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม และทีมทำงานคดีดังกล่าว เพื่อขอบคุณที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำงานอย่างรวดเร็วและใกล้ชิด อีกทั้งเพื่อเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวแจ้งว่า ตามภาพวงจรปิดก่อนเกิดเหตุคนร้ายมานั่งรออยู่บริเวณป้ายรถประจำทางเพื่อรอร้านเปิด ก่อนที่คนร้ายสวมหมวกกันน็อกเปิดประตูเข้ามาคนแรก มีลักษณะเหมือนเคยเข้ามาดูลาดเลาที่ร้านดังกล่าวแล้ว