กองปราบยึดซุปเปอร์คาร์สวมซาก-ทะเบียนกว่า 10 คัน ค่ากว่า 120 ล้านบาท

30.05.19 | 12:21 น.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมแถลงผลตรวจยึดรถยนต์หรูสวมซากหรือทะเบียน และปลอมแปลงเอกสาร จำนวน 10 คัน ภายในรอบการปฏิบัติงาน 6 เดือน มูลค่ารวมกว่า 120 ล้านบาท


พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า จากการปฏิบัติกวาดล้างอาชญากรรมเกี่ยวกับการโจรกรรมรถยนต์ที่กองปราบปรามเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า มีการกระทำความผิดในลักษณะต่างๆ แบ่งเป็นกลุ่มสวมซากรถ,สวมรถเก่าจากการประมูลศุลกากร,ปลอมเอกสารนำเข้าของกรมศุลกากร และรถแฝด อยู่ในหลายพื้นที่ จึงได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบพบรถยนต์กระทำผิดกฎหมายดังต่อไปนี้

1.เข้าตรวจค้น บ้านพักแห่งหนึ่งในย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบรถยนต์ หรู 2 คัน ยี่ห้อ ลัมโบกินี่ สีส้ม ทะเบียน ธน 900 กทม. กระทำความผิดโดยการ สวมซากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ และ ยี่ห้อเฟอร์รารี่ สีแดง ทะเบียน น-7265 กทม. กระทำความผิดสวมรถเก่าประมูลมาจากกรมศุลกากร

2.ย่านลำลูกกา ตรวจพบรถสปอร์ตหรู ยี่ห้อลัมโบกินี่สีเขียว และรถยนต์ยี่ห้อ เบนลีย์ สีดำ ซึ่งทั้งสองคันเป็นรถที่ผู้ครอบครองไม่มีเอกสารแสดงที่มาของรถ

3.เข้าตรวจสอบและยึดรถเบนลีย์ สีน้ำเงิน หลังมีการประกาศขายผ่านอินเตอร์เน็ตได้อีก 1 คัน มีการสวมทะเบียนปลอมเอกสารเป็นรถแฝดกับรถที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับ รถยนต์แฮมเมอร์ สีดำ ทะเบียน ศก4444 กทม.

Advertisement

4.ตรวจสอบรถยนต์ที่ศูนย์บริการรถยนต์แห่งหนึ่ง บนถนนศรีวารีน้อย ต.ศีรษะจระเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ยึดรถยนต์โตโยต้า เวลฟายสีดำ ทะเบียน อ54116 กทม. มีความผิดเอกสารปลอมโดยตัดต่อหมายเลขตัวถังและแก้ไขเลขเครื่องยนต์

5.ตรวจสอบบ้านพักย่าน อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พบรถยนต์โตโยต้า เวลฟายสีดำ ทะเบียน ม4586 กทม. และ สีขาว ทะเบียน ย9811 กทม. กระทำความผิดปลอมแปลงเอกสารนำเข้ารถยนต์ของกรมศุลกากร และสุดท้ายคือรถยนต์โตโยต้า เอสติมา สีขาว ทะเบียน น2187 กทม. มีการสวมทะเบียนปลอมแปลงเอกสารเป็นรถแฝดกับรถที่ถูกต้อง

พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า จากผลปฏิบัติการในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาสามารถตรวจยึดรถยนต์หรูได้มากว่า 10 คัน มูลค่ารวม 200 ล้านบาท ต่อจากนี้ ทางกองปราบจะทำการตรวจสอบบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถยนต์ทั้งหมด พร้อมสืบหาความเชื่อมโยงการกระทำความผิดว่ามีการกระทำเป็นขบวนการ ก่อนเรียกเจ้าของรถยนต์แต่ละคันเข้าสอบปากคำต่อไป