อุทธรณ์ยกฟ้อง’สนธิ-เอเอสทีวี’ หมิ่น ‘ทักษิณ’ ชี้ข้อความทำให้เสียชื่อเสียง แต่ติชมด้วยความเป็นธรรม

นายสนธิ ลิ้มทองกุล (ภาพจากแฟ้มคดี)

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 มิถุนายน ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ และ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด โดยนายพชร สมุทวณิช และนายขุนทอง ลอเสรีวานิช กรรมการผู้มีอำนาจ บริษัท เอเอสทีวี (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายปัญจภัทร อังคสุวรรณ และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กรรมการผู้มีอำนาจ และนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็นจำเลย ที่ 1-3 ฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร การกระจายเสียงหรือภาพ

คำฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2551 เวลากลางคืน นายสนธิ แกนนำพันธมิตรฯ จำเลยที่ 3 ขึ้นปราศรัยบนเวทีพันธมิตรฯ บริเวณทำเนียบรัฐบาล ผ่านเครื่องขยายเสียงให้ผู้ชุมนุมจำนวนมากฟังทำนองว่านายทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีจาบจ้วงสถาบัน โดยมีจำเลยที่ 1-2 ถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และเว็บไซต์ผู้จัดการ ข้อความที่นายสนธิกล่าวทำให้นายทักษิณ ผู้เสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงเหตุเกิดที่ แขวงและเขตดุสิต กทม.และทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรไทย จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

วันนี้ นายสนธิ และจำเลยทั้งหมดมาศาล พร้อมนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทีมทนายความ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง โดยพฤติการณ์ของ นายสนธิ จำเลยที่ 3 ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ในส่วนของบริษัท ไทยเดย์ฯ จำเลยที่ 1 และ บริษัท เอเอสทีวีฯ จำเลยที่ 2 นั้นพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมที่นำสืบยังไม่พอรับฟังได้ว่าจำเลยจะต้องร่วมรับผิดชอบกับการปราศรัยของนายสนธิ จำเลยที่ 3 ด้วย อีกทั้งเมื่อศาลพิพากษาว่าการกระทำของนายสนธิ จำเลยที่ 3 ไม่เป็นความผิด บริษัท ไทยเดย์ฯ จำเลยที่ 1 และ บริษัท เอเอสทีวีฯ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดด้วย

ต่อมาอัยการโจทก์ไม่ยื่นอุทธรณ์ แต่โจทก์ร่วมยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษตามกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า ประเด็นข้อความที่นายสนธิ จำเลยที่ 3 กล่าวว่า “วันนี้ผมไม่รู้ว่าสื่อมวลชน นักคอลัมนิสต์ คนที่ทำงานโทรทัศน์จะโง่ หรือว่าแกล้งโง่ที่ยังดูไม่ออกอีกหรือว่ารัฐบาลชุดนี้ ภายใต้บงการของนายทักษิณ ชินวัตร …” นั้นแม้จะเป็นข้อความหมิ่นประมาท ที่ให้โจทก์ร่วมเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ฝ่ายจำเลยนำสืบนั้นปรากฏว่า มีบุคคลอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวพันร่วมกับโจทก์ร่วมในทางการเมือง บุคคลใกล้ชิดและบริวารโจทก์ร่วม เช่น นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม เคยถูกดำเนินคดีอาญาข้อหาความผิดหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามมาตรา 112 จึงเห็นว่านายสนธิ จำเลยที่ 3 มีความเชื่อหรือสงสัยว่าโจทก์ร่วมอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อันเป็นการแสดงความเห็น หรือ กล่าวติชม ด้วยความเป็นธรรมในเรื่องบ้านเมืองและกิจการสาธารณะ ที่บุคคลและประชาชนทั่วไปสามารถกระทำได้ การกระทำของนายสนธิ จำเลยที่ 3 ดังกล่าวจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ดังนั้นบริษัทไทยเดย์ฯ จำเลยที่ 1 และ บริษัทเอเอสทีวีฯ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดด้วย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืนให้ยกฟ้อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon