ตำรวจแถลงรวด จับผู้ต้องหาคดียาเสพติด 4 เคส พบ ส.อบจ.นราธิวาส เอี่ยว

15.07.19 | 11:27 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3,พล.ต.ต.กิตติ สะเภาทอง ผบก.ปส.4 ,พล.ต.ต.ชยพจน์ หาสุณหะ ผบก.ขส.,พล.ต.ต.บัญชา ศรีพัทยากร ผบก.สกส.ร่วมแถลงผลจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 4 คดี

คดีแรกจับกุมนายธนา เจริญทรัพย์ ชาวเขาเผ่าไทลื้อ สัญชาติเมียนมา อายุ 34 ปี,ว่าที่ร้อยตรีหญิงศศินา สุราย อายุ 33 ปี และนายอานนท์  ฤทธิบุญ อายุ 35 ปี พร้อมของกลางเฮโรอีน ชนิดผงสีขาวอัดแท่ง รวมน้ำหนักประมาณ  31.50 กิโลกรัม ไอซ์หนักประมาณ 15 กิโลกรัม รถยนต์และโทรศัพท์มือถือหลายรายการ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า มีกลุ่มผู้ค้าและลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือ โดยใช้เส้นทาง จ.เชียงราย,จ.ลำปาง,จ.แพร่,จ.อุตรดิตถ์ มาถึง จ.นครสวรรค์ เข้าสู้พื้นที่กรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางหลบเลี่ยงด่านตรวจตามถนนสายหลัก จึงนำกำลังสกัดกั้น จนในวันที่ 4 กรกฎาคม สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 พร้อมของกลางเฮโรอีน ได้ที่บริเวณด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ซึ่งซุกซ่อนไว้ในยางอะไหล่รถยนต์ จับกุมผู้ต้องหาที่ 3 ได้ที่โรงแรมโปเตโต้ หมู่ 2 ต.คลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจยึดของกลางไอซ์ ได้ที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 38/6 หมู่ 8 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย

Advertisement

ตำรวจจึงแจ้งข้อหาต่อผู้ต้องหาทั้งหมดฐาน “ร่วมกัน มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ต่อไป

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวต่อ คดีที่ 2 จับกุม นายวราวุฒิ ไกรวงศ์ อายุ 32 ปี,น.ส.อังสุรีย์ ศรีคำนวณ อายุ 33 ปี,นายเปาะสา ดิง อายุ 51 ปี และ นายกอเซ็ง นิเกาะ อายุ 57 ปี พร้อมของกลาง ไอซ์หนักประมาณ 459.30 กิโลกรัม รถยนต์นั่งสองตอนท้ายบรรทุก 1 คัน รถยนต์กระบะบรรทุกเสริมกระบะข้าง 1 คัน
และโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง

สืบเนื่องจากชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า มีกลุ่มผู้ค้าและลักลอบลำเลียงยาเสพติด ซึ่งพักอาศัยอยู่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ได้รับจ้างลำเลียงยาเสพติดให้กับพ่อค้าชาวเมียนมา ก่อนลำเลียงจากชายแดนฝั่ง จ.เชียงราย ไปเก็บพักไว้ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยจะใช้เส้นทางหลบเลี่ยงด่านตรวจตามถนนสายหลัก ตำรวจจึงนำกำลังสกัดกั้นในวันที่ 7 กรกฎาคม สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 พร้อมไอซ์กว่า 400 กก. ได้บนริมถนนกาญจนาภิเษก แยกต่างระดับพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ซึ่งซุกซ่อนไว้กระบะท้ายรถยนต์โดยปิดคลุมด้วยผ้าใบเขียวเข้มอย่างมิดชิด ก่อนขยายผลจับกุม ผู้ต้องหาที่ 3 และ 4 ได้ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ลพบุรีราเมศวร์ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา จึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต่อผู้ต้องหาทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ต่อมาตำรวจขยายผลออกหมายจับผู้ว่าจ้าง คือนายการียา เจะมามะ อายุ 58 ปี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส (พื้นที่ อ.แว้ง เขต 1) ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 313/2562 ลงวันที่ 12 ก.ค.62 ข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า คดีที่ 3 จับกุม 6 ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดคือ นายสะเปียน เจ๊ะเล๊าะ อายุ 41 ปี,น.ส.จันจิรา มะตอเห อายุ 25 ปี,นายอเพ็นดี มาน๊ะ อายุ 32 ปี,น.ส.นูรีซา มูดอ อายุ 30 ปี,นายอัซฮาร์ หนิเตะ อายุ 34 ปี และนายนูรูดิง สะนิ อายุ 39 ปี พร้อมของกลางไอซ์ ประมาณ 58.50 กิโลกรัม รถยนต์กระบะบรรทุกเสริมกระบะข้าง รถยนต์นั่งส่วนบุคคล จักรยานยนต์และโทรศัพท์มือถือ ทรัพย์สินอื่นรวมอีกกว่า 1 แสนบาท

สืบเนื่องจาก ชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า มีกลุ่มผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจ่กชายแดนภาคใต้ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดให้กับพ่อค้าครั้งละจำนวนมากจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไปส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้รถยนต์ดัดแปลงให้มีช่องลับสำหรับซุกซ่อนยาเสพติด ก่อนนำกำลังเข้าสกัดกั้นและจับกุมได้ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาห้วยโรง ถ.เพชรเกษม ต.ห้วยโรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี

จึงแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้งหมดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ต่อไป

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวอีกว่า คดีที่ 4 แถลงผลวิสามัญ นายสุระชัย มุกู่ อายุ 37 ปี ชาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พร้อมยึดของกลางยาบ้า 5,000,000 เม็ด ไอซ์ 10 กิโลกรัม เคตามีน ประมาณ 10 กิโลกรัม ปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด 11 มม. และโทรศัพท์มือถือ

สืบเนื่องจากตำรวจสืบทราบว่า มีขบวนการค้ายาเสพติดกลุ่มว้า เชื้อสายมูเซอ จะลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากเข้ามาพักในเขตประเทศไทย ในป่าทางไปบ้านนามะอื้น ม.12 ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อส่งมอบยาเสพติดให้กลุ่มผู้ค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงร่วมวางแผนจับกุมก่อนนำกำลังไปตรวจสอบเส้นทางด้านหลังโรงไฟฟ้าพลังน้ำแม่กึม ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พบกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณ 8-10 คน ท่าทางมีพิรุธ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ปรากฎว่ามีผู้ใช้อาวุธปืน ยิงสวนมาทางเจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องยิงสวนเพื่อป้องกัน ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะหลบหนีเข้าไปในป่า

เมื่อเข้าตรวจสอบในป่า พบยาเสพติดจำนวนมาก จึงได้ยึดเป็นของกลาง ต่อมา วันที่ 11 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบคนร้ายเสียชีวิต 1 ราย และพบอาวุธปืนตกอยู่ใกล้ลำตัวผู้เสียชีวิต จึงแจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมขยายผลออกหมายจับบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ต่อไป