‘เทพ เทือก’ พร้อมสู้คดี 396 โรงพัก หลังป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ยินดีเข้ากระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ (มีคลิป)

‘เทพ เทือก’พร้อมสู้คดี 396 โรงพัก หลังป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ยินดีเข้ากระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ เตือนเอาผิดสื่อบิดเบือน

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดินทางมาสืบพยานโจทก์ คดี กลุ่มแกนนำ กปปส. หมายเลขดำ อ.247/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อายุ 70 ปี อดีตแกนนำ กปปส.,ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยและผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กับพวก ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฎ,ขัดขวางการเลือกตั้ง และข้อหาอื่นฯ

ภายหลังสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว นายสุเทพให้สัมภาษณ์ กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ขณะนั้น) เรื่องการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่ง วงเงินกว่า 5.8 พันล้านบาท ว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับแจ้งจาก ป.ป.ช.อย่างเป็นทางการว่าชี้มูลความผิดเรื่องอะไร แต่อ่านตามข่าวจากหนังสือพิมพ์ เพราะฉะนั้นยังไม่ทราบเนื้อหารายละเอียด จึงขอให้ได้รับแจ้งจาก ป.ป.ช.อย่างชัดเจนเสียก่อน แล้วตนจะชี้แจงในแต่ละประเด็นตามข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน จำเป็นที่จะต้องมีคำอธิบายต่อประชาชน ขอเรียนว่ากรณีเรื่องการก่อสร้างสถานีตำรวจแล้วไม่เสร็จ ได้มีการหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมืองกล่าวหาโจมตีตนมานานหลายปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนที่เป็นตัวตั้งตัวตีกล่าวหาตน คือ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ (ขณะนั้น) ซึ่งตนได้ดำเนินคดีกับนายธาริต ซึ่งปัจจุบันถูกศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุก ซึ่งกระบวนการที่จะพยายามดำเนินคดีกับตนนั้นยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง เฉพาะคดีที่อยู่ใน ป.ป.ช.ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ เป็นเวลา 5 ปีเศษ ซึ่งนานมากเป็นประวัติศาสตร์ และเมื่อ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลมาก็เป็นโอกาสที่จะได้นำความจริงทั้งหมดไปพิสูจน์กันตามกระบวนการยุติธรรม แล้วคดีนี้คงใช้เวลาไม่นาน เพราะคดีต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ขอเรียนต่อพี่น้องประชาชนที่มีใจเมตตาต่อตนเองมาโดยตลอดว่า ขอให้อดทนรำคาญใจไม่สบายใจอีกสักพัก เพราะว่าอีกไม่นานความจริงก็จะปรากฏขึ้นในการต่อสู้คดีในศาลฎีกาฯ ส่วนคนที่คิดร้ายกับตนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเก่าหรือกลุ่มใหม่ ตนไม่ติดใจอะไร และขอเรียนสื่อมวลชนให้ระมัดระวังรอบคอบในการนำเสนอข่าวเพราะตนได้ตรวจดูข่าวที่ลงในวันนี้แล้ว มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจจะจำเป็นต้องใช้สิทธิทางกฎหมายได้

“ก็ได้แต่ปลง เพราะว่าก่อนหน้านี้มีคนพยายามให้ผมไปกราบไหว้วิงวอนจากใครบางคน ผมก็มาคิดว่าผมทำงานการเมืองมาตลอดเวลา ก็มีศักดิ์ศรี ผมไม่ใช่สุนัข เพราะฉะนั้นผมตั้งใจอย่างเดียวว่า ถ้าเพื่อประชาชนแล้วจะให้ผมทำอะไรก็ทำได้แต่ว่าจะไปขอความเมตตาจากคนที่คิดว่ามีอำนาจ ผมไม่ทำ แต่ผมเลือกที่จะพิสูจน์ศักดิ์ศรีด้วยการนำความจริงทั้งหมดไปสู้คดีในศาลฎีกาฯ จะไม่หลบหนีไปไหน เตรียมตัวที่จะสู้คดี เพราะฉะนั้นใครจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็แล้วแต่ ขอเรียนชี้แจงเพียงเท่านี้ เวลาอีกไม่นานก็จะรู้ความจริง” นายสุเทพกล่าว

นอกจากนี้ นายสุเทพยังกล่าวถึงคดีที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา 4 แกนนำ กลุ่ม กปปส.ร่วมกันเป็นกบฏ และมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยมี นายสกลธี ภัทธียกุล,ดร.เสรี วงษ์มณฑา,นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์,นายสนธิญาน ชื่นฤทัยในธรรม เป็นจำเลย ในวันพรุ่งนี้ว่า ตนเองก็จะมาฟังคำพิพากษา เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกันในฐานะที่เป็นผู้ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ก็จะมาอยู่เป็นกำลังใจให้กับเพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์ด้วยกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘นิชิโนะ’ วางเป้าหมายแรกพา ‘ช้างศึก’ ทวงเบอร์1อาเซียน ‘บิ๊กอ๊อด’ ยันระดมสมองหนุนเต็มที่
บทความถัดไปในสวนสวรรค์ : โกวิท วงศ์สุรวัฒน์