‘วิญญัติ’แจงเงินประกัน 9 แสน พยานสำคัญ 6 ศพวัดปทุม เป็นกองทุน ต้องทยอยคืนคนบริจาค

วิญญัติ ชาติมนตรี

“วิญญัติ”แจงปมคดีสกสส. ไม่มอบเงินประกัน 9 แสนให้ “แหวน” พยานปากเอกคดีวัดปทุมฯ ชี้เป็นเงินกองทุนไม่ใช่เงินแหวน ทยอยคืนคนบริจาคแล้ว ข้องใจเปลี่ยนตัวทนาย-หลักประกันกลางคัน ให้ข่าวเสียหาย ยินดีคุยปรับความเข้าใจ ยันว่าความเต็มที่ไม่เคยทิ้งคดี ไม่โกงเงิน

วันที่ 30 ก.ค. นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.ณัฎฐธิดา (แหวน) มีวังปลา พยานปากสำคัญในคดี 6 ศพวัดปทุมวนาราม เมื่อปี 2553 อ้างถึงทีมทนายความ สกสส. ไม่คืนเงินประกันกว่า 9 แสนบาทให้ ว่า ตั้งแต่ มี.ค. 2558 ได้เข้ามาดูคดีแหวน เพราะแหวนถูกควบคุมตัวโดยใช้กฎอัยการศึก ประชาชนหลายคนที่ช่วย เคยมีความสัมพันธ์ในคดีก็ช่วยมาตลอด จนกระทั่งมาประกันตัวในคดีที่แหวนถูกกล่าวหาปาระเบิด ครั้งแรกยื่นประกันตัวร่วมกับจำเลยอื่น 4 คน จากทั้งหมด 14 คน ซึ่งมี 4 คนที่ สกสส.รับผิดชอบ ประกันตัวโดยใช้โฉนดที่ดินมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทยื่นประกันตัวออกมา ปรากฏว่าแหวนถูกอายัดตัวในคืนนั้นทันที ก็ตามไปช่วยที่กองปราบ จนกระทั่งสู้คดีก็ว่าความในศาลมาตลอด ตั้งแต่คดีระเบิดจนถึงคดีที่สองได้ช่วยเหลือแหวนมา 4 ปีกว่าเต็มๆ

พอแหวนติดคุกในคดีที่สองที่ถูกอายัดตัว เป็นช่วงจังหวะที่ไม่มีทรัพย์ที่จะประกันตัว เพราะว่าเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นหลายคดี ประกันตัวหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเสื้อแดง เรื่องที่เกิดจาก คสช. มันก็เลยมีการปรึกษาหารือกันในบรรดาทนายความและนักกิจกรรมว่าจังหวะเวลาที่จะประกันตัวคดีความผิดมาตรา 112 ได้ ต้องรอให้มีการสืบพยานไปก่อน เราก็ได้จังหวะในช่วงเดือน ก.ค. 2561 เริ่มขอรับบริจาค เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ การรับบริจาคโดยได้บอกสังคมว่าเป็นกองทุนใช้ประกันตัวแหวน ถ้าหากไม่ใช่แหวนก็เป็นกองทุนประกันตัวบุคคลอื่นด้วย ขณะที่เปิดรับบริจาค ขอให้ทุกคนส่งสลิปและความจำนงมาให้ เพื่อที่จะคืนให้ทุกคนหลังภารกิจเสร็จสิ้น

นายวิญญัติ กล่าวว่า เงิน 9 แสนบาท เป็นกองทุนในการให้ประกันตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเงินของแหวนหรือจำเลยคนใด ส่วนที่เกิน 9 แสน ก็เตรียมไว้มอบให้แหวนใช้ชีวิตหลังออกมาจากคุก หรือเป็นค่าดำเนินการในส่วนของ สกสส.เอง ซึ่งบอกอยู่แล้วว่าจะมอบให้ ก็มีส่วนหนึ่งที่เรามอบให้ อีกส่วนหนึ่งแหวนก็บอกว่ามอบให้เราเหมือนกัน เพื่อที่จะทำงานช่วยเหลือคนอื่นต่อไก็รับไว้ เงิน 9 แสนบาทก็ยังอยู่ในศาล ตั้งแต่แหวนได้รับอิสรภาพ ไม่มีกรณีที่ทนายจะต้องถอน เพราะถ้าถอนแหวนก็จะถูกถอนประกันและต้องติดคุก ซึ่งไม่มีทนายความคนไหนทำ

แต่วันดีคืนดี ในคดีที่ตนว่าความอยู่ทั้งคดีปาระเบิดและคดี 112 ในคดี 112 มีการแต่งทนายเข้ามาในคดีโดยไม่บอกกล่าว แล้วไปปล่อยข่าวในทางเสียหาย จึงเป็นที่มาของการขอถอนทนายออกจากการช่วยเหลือแหวนในคดีนั้น การถอนทนายก็แจ้งต่อศาลเรียบร้อย ที่อ้างว่าเราไม่รับผิดชอบ ทิ้งลูกความ ไม่ไปเซต์เอกสาร เรื่องนั้นไม่ใช่สาระสำคัญ ทุกอย่างเรียบร้อย เมื่อถอนทนายออกหมดตามมติ แหวนก็มีนายประเวศ ประภานุกูล เป็นทนาย ขณะที่เราถอนออกมาคดีไม่เสียหาย และไม่ถอนหลักประกันด้วย ก็อยู่อย่างนั้น

เลขาธิการ สกสส. กล่าวต่อไปว่า จนกระทั่งแหวนไปขอยืมเงินใครมาก็ไม่รู้ เรามาทราบทีหลังว่าแหวนไปยืมเงินโดยอ้างว่าทนายความจะถอนตัวอันนี้ที่เราทราบ จะจริงไม่จริงอีกเรื่องหนึ่ง อ้างทนายจะถอนประกัน แหวนจะติดคุก เราก็สงสัยว่าหลักประกันอยู่ของมันดีๆ อยู่แล้ว ทำไมต้องเปลี่ยนหลักประกัน เราสงสัยแต่เราก็เฉย ถ้าคุณอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยน ไม่เปลี่ยนก็คาไว้อย่างนั้น แต่ด้วยสาเหตุใดไม่รู้ ซึ่งเราอนุมานว่าอาจจะอยากได้เงินมาใช้หรืออยากได้เงินก้อนนั้นก็เป็นไปได้ คดีเราก็ทำไป ว่าความตลอด พอเปลี่ยนหลักประกัน ศาลก็เรียกนายประกันซึ่งเป็นทีมทนายความของตนไปรับเงินคืน ศาลไม่รับเงินสองก้อนอยู่แล้ว

พอรับมาก็เห็นว่าเงินก้อนนี้ไม่ใช่ของแหวนอยู่แล้ว และไม่อยากให้เกิดข้อครหาว่าเราเก็บเงินไว้ใช้ ทั้งที่มีสิทธิเก็บไว้ใช้ได้ เพราะเป็นเงินกองทุนสำหรับช่วยเหลือหลายๆ คน ในคดีทางการเมือง แต่ก็ไม่เก็บ ผู้ที่เป็นนายประกัน เขาก็เลยประกาศทางเฟซบุ๊ก สกสส. ว่าเราจะคืนเงิน 9 แสนบาท ให้กับคนที่ให้ยืมเงิน เพราะตอนบริจาคบางคนบอกไม่ได้ให้ขาด เป็นจำนวนเงินหลักหมื่นหลักแสน หลังจากนั้นก็ทยอยคืนให้กับคนที่แจ้งความประสงค์จะขอรับคืนเป็นจำนวนมากแล้ว บางส่วนที่ไม่ขอรับคืน เราก็เก็บไว้ช่วยเหลือคดีอื่นต่อไป จึงเป็นที่มาว่าเงินที่เราได้มาเราไม่ได้เก็บไว้ใช้เอง ไม่ใช่เงินของเรา และไม่ใช่เงินของแหวน แค่นั้นเอง

“สุดท้ายเรื่องแทนที่มันจะจบ มีการไปปล่อยข่าวว่าทนายทิ้งคดี ทนายไม่รับผิดชอบ โดนศาลเตือนอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นปัญหาเยอะ จริงๆ มันไม่ใช่เลย ทุกคดีที่เราว่าความ ผมก็ยังว่าความให้จำเลยอื่นในคดีเดียวกับแหวน เรื่องนี้มีพยานเยอะ ไม่กังวลหรอก เราไม่เคยทำร้ายใครมีแต่ช่วยคน ไม่ต้องเชื่อแต่พิสูจน์ได้” นายวิญญัติ กล่าว

ส่วนกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย รับร้องเรียนกรณีนี้ นายวิญญัติ กล่าวว่า ที่นายศรีสุวรรณรับเรื่องของแหวนไม่ว่ากัน แต่ฝากว่านายศรีสุวรรณเป็นนักกฎหมาย ต้องฟังความทั้งสองฝ่ายหรือทุกฝ่ายให้เรียบร้อย การจะช่วยใครอย่าทำให้ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาเสียหาย ไม่ติดใจที่นายศรีสุวรรณออกมาช่วย แต่อยากให้รู้ความจริงเป็นอย่างไร นายศรีสุวรรณตรวจสอบที่ศาลได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และถ้าอยากให้เปิดเผยเรื่องเงินเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของคนสองคน มันผิดกฎหมาย จึงอยากให้นายศรีสุวรรณตรวจสอบทุกอย่างให้รอบคอบก่อนที่จะเสียคนกับเรื่องแบบนี้ แหวนอยากจะได้เงินหรืออยากจะเอาเงินบริจาคไปทำอะไรเราไม่ทราบ แต่สิ่งหนึ่งก็คือสามารถชี้แจงทุกขั้นตอนที่เราช่วยเหลือคดีได้ ไม่เคยทิ้งคดี อันนี้ยืนยันได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยกับแหวนหรือไม่หลังจากที่เป็นข่าว นายวิญญัติ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย แหวนไม่โทรคุยกับเรา มีแต่อัดคลิปใส่เรา แต่ก่อนหน้านั้นที่จะถอนทนายเราเรียกแหวนมาคุย เจอในคดีเราก็คุย เรื่องที่แต่งทนายมาไม่บอกเรา แล้วปล่อยข่าวให้เสียหาย แหวนก็ขอโทษ บอกจะเอาทนายคนนั้น เราก็แจ้งถอนทนาย หลังจากนั้นไปเจอกันที่ศาลก็ไม่คุยเรื่องนี้ ไม่อยากต่อปากต่อคำ น่าจะจบ จนกระทั่งมาเห็นข่าว แต่หลังจากนี้ก็ยินดีที่จะคุยปรับความเข้าใจ คิดว่าแหวนเข้าใจผิด

เมื่อถามว่าได้คุยกับทนายความที่เป็นเจ้าของบัญชีบริจาคทั้งสองคน (นายกัณต์พัศฐ์ สิงห์ทอง กับนายศุภวัส ทักษิณ) หรือไม่ เขารู้สึกอย่างไร นายวิญญัติ กล่าวว่า คุยกันอยู่แล้ว ทั้งสองคนช่วยเหลือคดีกับตนมาตั้งแต่ปี 2558 ดูแลช่วยเหลือคดีหลายคน แหวนถูกอายัดตัวก็ตามไปช่วย ดังนั้นถูกกล่าวหาอย่างนี้เขาก็เสียใจ รู้สึกว่าสิ่งที่ทำมาไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นเลย แทนที่จะมาคุยกัน ก็เคยอธิบายไปแล้ว วันที่มารับเงินจากเราก็มีภาพถ่าย คนที่รู้เรื่องก็ไม่ใช่แค่ทนายกับแหวน มีนักกิจกรรมหลายคน เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เรารับบริจาคเงิน และไม่เคยโกงเงินใคร

ถามว่าทนายทั้งสองคนกังวลไหมกับการถูกร้องเรียนที่สภาทนายความฯ นายวิญญัติ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะว่าทั้งสองคนไม่ได้ว่าความอยู่แล้ว เป็นนายประกัน ไม่ได้ทำอะไรผิดมรรยาททนายความ และทนายความที่ว่าความคือตนกับทนายอีกคนหนึ่งก็ไม่เคยทิ้งคดีให้คดีเสีย จำเลยในคดีนี้คนอื่นทุกคนสามารถให้การได้ แล้วก็มีทนายคนอื่น ตนว่าความเต็มที่ทุกครั้ง ไม่กังวลอยู่แล้ว อยากให้โอกาสแหวนได้คิดใหม่ว่าไม่มีเจตนาอะไรไปโกงเงินของเขา เพราะมันไม่ใช่เงินเขา

นายวิญญัติ ยังกล่าวทิ้งท้ายกรณีที่แหวนโพสต์เรื่องเอกสารในคดีว่า ที่อ้างว่าเอกสารอยู่กับตน มีสูติบัตรของลูก 2 คน อันนั้นไม่มี มีแค่สำเนา อยู่ในสำนวนศาลตอนขอประกันตัว มีจดหมายที่เขียนออกมาจากเรือนจำ 4-5 ฉบับ เป็นจดหมายส่วนตัวที่ตนได้รับจากแหวนเพียงแค่นั้น ส่วนเอกสารสำคัญในคดีที่อ้างเราไม่รู้ แต่ถ้าอยากจะได้อะไรก็บอกได้ ยินดีจะนำเอกสารที่มีให้อยู่แล้ว

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กตู่” แจ้ง ครม. พ.ร.บ.งบ 63 เสร็จต้นปีหน้า(ชมคลิป)
บทความถัดไปโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 55 ราย