ชง’บิ๊กตู่’แถลงคดี’ระเบิดป่วนเมือง’พรุ่งนี้ ทีมสอบสวนรู้ ’15 มือ’บึ้ม!พักหน้ารามฯ-ธัญบุรี

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม แหล่งข่าวระดับสูงสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พื้นที่ สน.ทุ่งสองห้อง และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แยกศรีสมาน พื้นที่ สภ.ปากเกร็ด นั้น เป็นกลุ่มเดียวกัน มีทั้งหมด 4 คน โดยแยกแบ่งทำงานเป็นสองทีม โดยบริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 2 คน และสำนักงานปลัดกลาโหม 1 คน และอีก 1 คน คือผู้ต้องสงสัยที่นำวัตถุระเบิดมาส่งมอบให้

โดยทั้งผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน เข้าพักอาศัยอยู่ในซอยพหลโยธิน 107 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และมีการนัดแนะกันให้เพื่อมารับมอบวัตถุระเบิดที่ห้างค้าปลีก-ส่ง ย่านรังสิต จากนั้นเรียกรถยนต์นั่งสาธารณะ รวมกันไปตามจุดที่นัดแนะตกลงกันไว้ ซึ่งผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนนำวัตถุระเบิดมาส่งบริเวณจุดนัดหมายเสร็จแล้วได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ กลับเส้นปทุมธานี โดยสอบพยานผู้ขับขี่รถยนต์นั่งสาธารณะที่รับกลุ่มผู้ต้องหาไปส่ง แล้วจำนวน 3 ปาก

แนวทางการสืบสวนพบความชัดเจนกลุ่มตัวบุคคลที่นำวัตถุระเบิดมาก่อเหตุรวมทั้งการวางเพลิงมีทั้งหมด 15 คน

พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ หนึ่งในคณะทำงานพนักงานสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่าผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งมาอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เตรียมนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาผลการดำเนินการ คาดว่าหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันอังคารที่ 6 ส.ค.จะมีความชัดเจนขึ้น และอาจมีการแถลงข่าวหาก พล.อ.ประยุทธ์ เห็นควรให้มีการแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงที่ไม่กระทบต่อการสืบสวนในคดี

ส่วนความคืบหน้าการติดตามจับกุมขบวนการผู้ก่อเหตุลอบวางวัตถุเบิด รายงานข่าวว่าพนักงานสืบสวนสอบสวน เรียกประชุมหารือผลการรวบรวมพยานหลักฐานประชุม ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) หลังมีการประชุมได้แบ่งงานให้ทำหน้าที่เพิ่มเติมไปเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยประเด็นที่อยู่ระหว่างการสืบสวน สอบสวน คือการแบ่งหน้าที่ทำงานของกลุ่มผู้ก่อเหตุกว่า 15 คน แบ่งเป็นฝ่ายจัดหายานพาหนะ รวมถึงต้องสงสัยว่าอาจมีกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ในจังหวัดปทุมธานี ร่วมในการก่อเหตุดังกล่าวด้วย

สำหรับการสอบสวนสองผู้ต้องสงสัย ชาวจังหวัดนราธิวาส ที่วางวัตถุระเบิดใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่าพนักงานสืบสวนสอบสวน อยู่ระหว่างควบคุมตัวตามกฎหมายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสามารถควบคุมตัวได้ 7 วัน ที่ ร.ร.ตำรวจภูธร ภ.9 จ.ยะลา หลังจากนั้นจะเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาขยายเวลาการควบคุมตัวตามเหตุผลความจำเป็นหรือไม่

ส่วนการพิสูจน์ดีเอ็นเอจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ บริเวณใต้ป้าย ตร. สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง (สพฐ.) อยู่ระหว่างการพิสูจน์ผลทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลประวัติอาชญากร ซึ่งยืนยันว่ามีหลักฐานหลายชิ้นที่พบทั้งดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือของผู้ต้องสงสัยทั้งสอง แต่ยังอยู่ระหว่างการคัดแยกจำนวนผู้ที่เคยจับต้อง เพื่อยืนยันจำนวนผู้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดทั้งหมด

สำหรับแผนการก่อความไม่สงบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นั้นขณะนี้ทางทำงานที่ได้รับการแต่งตั้งมาควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาแล้วทั้งหมด 3 คน โดยสองคนแรกก่อเหตุที่ใต้ป้าย ตร. จากนั้นขยายผลควบคุมตัวได้ 1 คน ทั้งหมดถูกเชิญตัวควบคุมตัวมาสอบสวน ซักถามในฐานะผู้ต้องสงสัยโดยยังไม่มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใด

การก่อเหตุของกลุ่มผู้ต้องหาถูกแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยแบ่งทำงานเป็นทีมและทำแบบเดียว ซึ่งแต่ล่ะคนจะนำวัตถุระเบิดที่เตรียมมาไปวางตามจุดที่วางแผนไว้ โดยแต่ละจุดตั้งเวลาหน่วงไว้ที่ประมาณ 08.00 น.-09.00 น. วันที่ 2 ส.ค

หลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดที่จับภาพผู้ก่อเหตุขณะนำวัตถุระเบิดไปวางที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะนั้น พบว่าคนก่อเหตุ 2 คน เมื่อวางเสร็จหนึ่งในผู้ก่อเหตุแยกย้ายไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งบนถนนแจ้งวัฒนะ ส่วนอีก 1 ราย เดินทางต่อไปก่อเหตุวางวัตถุระเบิดที่รถไฟฟ้าสถานีช่องนนทรี ก่อนหลบหนีไป

ส่วนอีกทีมมีจำนวน 2 ราย นำวัตถุระเบิดมาวางที่ใต้ป้าย ตร. หลังก่อเหตุหลบหนีไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สถานีขนส่ง แล้วขึ้นรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ไปลงที่จังหวัดสงขลา แต่มาถูกจับกุมตัวได้ก่อนที่ จ.ชุมพร

ส่วนคนร้ายอีกกลุ่มวางวัตถุระเบิดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านสยามสแควร์วัน ทำงานเพียงลำพัง โดยเข้ามาภายในร้านมนิโซ ก่อนนำระเบิดซุกไว้ที่สินค้าของร้าน

กลุ่มทีมวางวัตถุระเบิดตลาดประตูน้ำ ซอยเพชรบุรี 17 มีจำนวน 4 คน แต่ละคนนำวัตถุระเบิดที่นำมาแยกกันไปวางแต่ละจุด โดยมีระยะไม่ห่างกันมากนัก

โดยทั้งหมดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ยังมีอีกทีมที่ไปลักลอบวางวัตถุระเบิดที่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศรีสมาน จ.นนทบุรี

รายงานข่าวสันนิษฐานว่ากลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งมีมากถึง 15 ราย ขึ้นมาจากทางภาคใต้ กระจายกันพักตามย่านรามคำแหง รวมไปถึงใน 7 ที่อำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี

พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (รอง ผบช.พฐ.) เปิดเผยว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของวัตถุพยานจากเหตุระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา อาทิ ขวดน้ำ กล่องผลไม้ ตัวตั้งเวลา หรือไอซีทามเมอร์ เสื้อผ้าที่คาดว่าผู้ต้องสงสัยมีการเปลี่ยนและทิ้งไว้ และภายในรถแท็กซี่ที่ผู้ต้องสงสัยนั่งไปส่งที่สถานีรถขนส่ง มาตรวจพิสูจน์ ก่อนส่งไปยังพิสูจน์หลักฐานภาค 9 เพื่อเทียบเคียงเอ็นเอกับ 2 ผู้ต้องสงสัย ซึ่งถูกควบคุมตัวได้ก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันจึงจะทราบผล

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีการตั้งเวลาระเบิดใต้ป้ายหน้า ตร.ไว้ที่เวลา 08.00 น. เพื่อหวังผลถึงชีวิตนั้น ส่วนตัวยังไม่ยืนยัน แต่ก็มีความเป็นไปได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) มอบเต้นท์ผ้าใบให้ชุมชนรอบมัสยิด
บทความถัดไปไม่ร้ายแรง แต่เรื้อรัง ‘สมาธิสั้น’ ภัยเงียบสำคัญในยุคสื่อใหม่